จิตเป็นนายกายเป็นบ่าวไงละ.

รอยยิ้มของคนเรามองไปทางไหนก็ดูดี  ยิ่งเป็นรอยยิ้มของคนที่มีความใฝ่ฝันแล้วบ่งบอกถึงความสุขใจอยู่ลึก ๆ ของผู้คนนั้น ๆ ความฝันทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงไปได้เยอะบางคนฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึงความฝันนั้น   จริงสิผมว่าอาจจะผิดก็ได้นะคือคนเราที่มีชีวิตอยู่ในทุกวันเวลานี้ละคือความฝัน 

 ตราบใดที่เรายังไม่รู้แจ้งสัจธรรมเห็นสิ่งทั้งหลายตามสภาพที่มันเป็นจริงแท้แล้วก็คือความฝันที่ยังรอการตื่นอยู่เสมอ  เป็นการตื่นรู้  อย่างผู้ตื่น  ผู้เบิกบานด้วยสัจธรรม  คนเราอยู่ในความฝันเพียงแค่สัมผัสสิ่งต่าง ๆ ก็เข้าใจว่ามันเป็นสิ่งจริงแท้  แต่จริงแน่นั้นคือล้วนเป็นมายาภาพ หรือภาพฝันไป 

อย่างเราเห็นน้ำของจริงแท้คือไฮโดรเจนผสมกับออกซิเจน  ที่เป็นคุณสมบัติของเหลวและสัมผัสได้  ทำนองเดียวกันเมื่อดวงตาเห็นรูปดอกกุหลาบอันสวยงามนั้นคือมายาภาพที่จริงดวงตามองไม่เห็นมันเป็นแค่ประตูรับแสงเท่านั้น  หูไม่ได้ยินมันเป็นเพียงแค่ทางผ่านรับสื่อเสียงเท่านั้น 

 จมูกไม่ได้กลิ่นกุหลาบหอมมันเป็นเพียงท่อรับลมเข้าไปเท่านั้น  ลิ้นเองก็ไม่ได้รับรสใด ๆ กายเราก็ไม่ได้รับรู้อ่อนแข็งขณะสัมผัส  หัวใจเราก็เป็นเพียงก้อนเนื้อธรรมดา ๆ ล้วนอยู่ในห้วงฝันทั้งนั้น

  แต่สิ่งที่ทำให้รู้ว่าดอกกุหลาบสวยสดงดงามตาพางามใจนั้นคือ การปรุงแต่งของจิตในตัวคนเราต่างหากละ  ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่จิตของเราเองคำโบราณจึงกล่าวขานกันมาว่า...จิตเป็นนายกายเป็นบ่าวไงละ...ดังนั้นชีวิตที่ไม่อยากอยู่ในห้วงฝันก็คือชีวิตที่เดินทางให้เข้าถึงสัจธรรมนั้นเอง...อิ อิ อิ.