การประชุมเวทีครอบครัว ความสำเร็จอยู่ที่ บรรยากาศเบาสบาย เป้าหมายเดียวกัน

          วันนี้(22 ก.พ2552)เพิ่งขึ้นมาจากเกาะช้างครับ ไปทำเวทีครอบครัวมา  ในวันที่ 21 ก.พ. 2552 ที่วัดสลักเพชร  หลังจากที่วันที่ 20 ก.พ.2552  ก็ไปทำเวทีครอบครัวมาที่ อบต.สะตอ

          ทั้งสองเวที  แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ    เวทีที่ อบต. สะตอ  ประสบผลสำเร็จตามที่คาดไว้  ส่วนเวทีที่ อบต.เกาะช้างใต้  ผิดเป็นครูครับ

           สาเหตุที่ถูกหรือผิด  วิเคราะห์ดูแล้ว อยู่ที่ตรงนี้ครับ

          บรรยากาศเบาสบาย   เป้าหมายตรงกัน

          เวทีที่ อบต.สะตอ ถูก เพราะ

1. บรรยากาศเบาสบาย   ผมจัดให้นั่งล้อมวงกับพื้นอาคารเรียน เป็นพื้นไม้สะอาด  บรรรยากาศเย็นสบาย มีต้นไม้โดยรอบ  เป็นบรรยากาศที่ผู้เข้าประชุมท่านหนึ่ง บอกว่า ง่ายแต่ดูดี  ผมเริ่มสนทนาทำความคุ้นเคยก่อน  ก่อนจะเข้าเรื่อง  ก็นำวิธีการมาจากคุณพอลล่า นั่นแหละครับ ได้ผลดี ขอขอบคุณคุณพอลล่ามา ณ โอกาสนี้

2. เป้าหมายเดียวกัน  ผู้ที่เข้าประชุม ล้วนมีลูกในวัยมัธยม  ต่างก็มีประสบการณ์คล้ายๆกัน จึงคุยสนุกและออกรสออกชาติ  ที่ประชุมสรุปว่าได้ประโยชน์จากเวทีนี้มาก  ได้มุมมองในการเลี้ยงลูกที่หลากหลาย  ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน จะนำไปปรับใช้ในการเลี่ยงลูกตัวเองในโอกาสต่อไป  ที่ประชุมยังแถมว่า ครั้งต่อไป น่าจะมีเวทีผัวเมียบ้าง

จาก อบต.สะตอ เริ่มมีความมั่นใจในตัวเอง แต่ต้องมาสะดุดที่ อบต.เกาะช้างใต้ ครับ  เพราะ

เวทีที่ อบต.เกาะช้างใต้

1. บรรยากาศหนัก  ผมเข้าไปสัมผัสบรรยากาศครั้งแรก ผมก็รู้สึกอึดอัดแล้วละครับ  ทั้ง ๆ ที่ผมบอกคนจัดเวทีไปแล้ว ให้จัดบรรยากาศสบายๆ นั่งล้อมวงคุยกัน  แต่คนจัดก็ยังจัดแบบยึดรูปแบบเป็นทางการ คือ จัดที่ศาลาของตำบล เป็นศาลาที่ใช้ประชุมเป็นทางการ  แม้ผมจะเปลี่ยนเป็นนั่งล้อมวง แต่ก็เป็นการนั่งบนเก้าอี้  และบรรยากาศยังเป็นแบบทางการอยู่    มีคนดูโดยรอบ  ว่าเขามาประชุมอะไรกัน  มาประชุมต้อนรับรัฐมนตรีหรือเปล่า  เพราะรัฐมนตรี จะลงมาเยี่ยมเกาะวันนี้พอดี  อีกอย่างอากาศก็ร้อนครับ  คนก็เลยไม่เป็นกันเอง ไม่เป็นธรรมชาติ 

2. เป้าหมายไม่ตรงกัน เรื่องนี้เป็นเรืองสำคัญครับ ปรากฏว่าคนที่เข้าร่วมประชุม  มีคนที่ลูกเรียนระดับมัธยมเพียงคนเดียวครับ นอกนั้น ลูกอายุ 20 40 ปี มีทั้งที่มีครอบครัวแล้ว  กำลังเรียนปริญญาตรี ลูก 4 เดือน   ลูกชั้นอนุบาล  แค่คุยไปได้ 2 3 นาที ผมก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ครับ  แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะสักพัก คนก็เริ่มคุยกัน  ผมก็ชักรู้สึกไม่ค่อยดี  เลยต้องยุติการสนทนาภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง  แทบไม่ได้อะไรเลยครับ

เหตุการณ์ที่ อบต.เกาะช้างใต้ เป็นดังกล่าว  เพราะผมคงสื่อความไปไม่ชัดเจนครับ  คิดว่า เขาเข้าใจแล้วว่า ที่ผมกำลังทำอยู่มีเป้าหมายที่เด็กและเยาวชนในระดับมัธยม โดยมาแก้ปัญหาที่ครอบครัว  จึงให้เชิญครอบครัวมา  คนฟังพอฟังว่าให้เชิญครอบครัวมา  ก็เชิญครอบครัวมาจริงๆเหมือนกัน โดยไม่สนใจว่าเป็นครอบครัวแบบไหน

ทางผู้นำชุมชนที่ไม่เป็นทางการ ก็บอกว่าต้องจัดใหม่ คราวนี้ต้องเน้นไปที่พ่อแม่ของเด็กมัธยม ก็ยังดีครับ ที่ยังมีคนเข้าใจ

ผมต้องกลับมาทบทวนใหม่และทำงานให้รัดกุมกว่านี้ครับ

คราวนี้คงต้องถือว่าผิดเป็นครู

ก็เพราะผมเป็นครูนี่ครับ 555...