ความรักและการทำงาน

ในช่วงนี้ที่ทำงานของแม่ต้อยท่วมท้นไปด้วยงานต่างๆนานาที่เข้ามาอย่างพรั่งพรู น้องๆทุกคนต่างก็สาละวนกับงานที่รับผิดชอบอย่างเต็มกำลังความสามารถ บางคนถึงขนาดนอนที่ทำงาน เลยก็มี  นับว่าเป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุดในรอบปีก็ว่าได้

       ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากในทุกๆปี ในช่วงประมาณเดือนมีนาคม พรพ. จะจัดให้มีการประชุมวิชาการประจำปีขึ้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้าของการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล ที่สำคัญจะเป็นการมอบประกาศนียบัตรโรงพยาบาลที่ผ่านการับรองคุณภาพโรงพยาบาล รวมทั้งการประกาศเกียรติคุณบุคคล รวมทั้งหน่วยงานโรงพยาบาลที่ให้บริการด้วยความรัก ความเอื้ออาทร ซึ่งนับว่าเป็นความภาคภูมิใจของ ผู้ที่ได้รับเป็นอย่างยิ่ง

       ในช่วงเตรียมการนี้เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดที่ทีมงานจะได้ฝึกหัดการทำงานหลายหน้าที่ไปพร้อมๆกัน การเตรียมการรองรับผู้เข้าร่วมประชุมที่มีจำนวนมากกว่า๖๐๐๐ คนเป็นเรื่องที่ต้องมีความรอบคอบและมีรายละเอียดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาทางวิชาการ  การคัดเลือกผลงานดีเด่น การจัดนิทรรศการ การเตรียมสถานที่ ห้องประชุม ฯลฯ

       แม่ต้อยจำได้ว่าบางทีในหนึ่งวันเราต้องมีการประชุมทบทวนกันหลายๆครั้ง เนื่องจากทุกอย่างต้องมีความสัมพันธ์กันไปหมด

การแก้ไขปัญหาต่างๆต้องมีความฉับไวและพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าเสมอ

       เคยนึกเหมือนกันว่าในฤดูกาลเช่นนี้ของพวกเราคงคล้ายๆกับการทำศึกใหญ่เลยทีเดียว ซึ่งต้องการแม่ทัพที่แข็งแกร่ง ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน การตัดสินใจที่รวดเร็ว และที่แน่นอนกำลังใจของทีมงานที่จะทำงานไปด้วยกัน

       วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นวันที่แม่ต้อยไม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด เราจึงนัดประชุมกันตั้งแต่เช้า แล้วกลับไปทำงานต่อ แล้วก็เรียกกันมาทบทวนกันอีกอย่างนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่มีเหน็ดเหนื่อย ทุกคนแม้ว่างานจะเต็มล้นมือ เนื่องจากมีทั้งงานปกติ และยังมีงานพิเศษ แต่แม่ต้อยก็ยังสังเกตใบหน้าที่ยิ้มแย้มพร้อมที่จะให้อภัยและช่วยเหลือ หากเพื่อนคนใดทำผิดพลาด

       บรรยากาศแบบนี้ทำให้แม่ต้อยคิดถึง เมื่อตอนเข้าไปเยี่ยมโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่จังหวัดสงขลา  ในสมัยเริ่มแรกที่ทางพรพ.เข้าไปกระตุ้นให้โรงพยาบาลพัฒนาเรื่องคุณภาพนั้น เรามักจะบอกโรงพยาบาลว่า การทำคุณภาพนั้นคือการ ซ้อมรบ กับข้าศึกซึ่งนั่นก็คือความผิดพลาดทั้งหลายที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนไข้ หากเราซ้อมรบบ่อยๆ ความผิดพลาด หรือข้าศึกของโรงพยาบาลจะลดน้อยลงไป ก็จะทำให้คุณภาพค่อยๆดีขึ้นตามลำดับนั่นเอง

        ครั้นเมื่อทางสถาบันฯได้นำแนวคิดต่อยอดเรื่อง การดูแลแบบ humanized health care เข้าไปเพื่อให้เกิดความรักความเอื้ออาทรระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ แม่ต้อยได้ลองถามว่าความแตกต่างระหว่างการพัฒนาคุณภาพและการใช้แนวคิด humanized health care นั้นเป็นอย่างไร?

       คำตอบที่ได้รับทำให้แม่ต้อยต้องอมยิ้มแอบไว้ในใจ เพราะคุณหมอท่านหนึ่งท่านได้เปรียบเทียบไว้น่าฟังว่า การพัฒนาคุณภาพHA เหมือนการเล่นหนังฮอลลีวูด คือต้องเล่นตามบทมีแนวทางสำหรับการสู้รบกับข้าศึก มีเป้าหมายในการโจมตีชัดเจน มีแพ้มีชนะ

แต่เมื่อเรามาทำเรื่อง “humanized health care “ต่อยอดเรื่องนี้เข้าไปในงานประจำ คล้ายๆกับเราเล่นหนังซีรี่ เกาหลี คือเป็นหนังรัก กุ้กกิ้ก  ออกแนวหวานชื่น  แต่สรุปแล้วตอนนี้เราผสมผสานทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันในงานมันก็เลยเป็น รักระหว่างรบคือมีทั้งการต่อสู้และมีความรัก ความเอื้ออาทรรวมกันไป

       โอ้โฮ... คุณหมอน่าจะเป็นนักดูหนังทุกประเภทเลยทีเดียวนะ แต่แม่ต้อยชอบกับคำเปรียบเทียบนี้นะคะ ทำให้มองเห็นความรู้สึกและเข้าใจได้ในทันที

       ดังนั้นพอมาถึงที่ทำงานและแม่ต้อยกับน้องๆต้องมาตะลุมบอนกับงานที่ถาโถมเข้ามาแบบนี้ ก็อดที่จะเปรียบเทียบกับคำพูดของคุณหมอไม่ได้   หรือว่าพวกเรากำลังเล่นหนัง ฮอลลีวุดอย่างที่คุณหมอว่าจริงๆ..ชัก.เหนื่อยเหมือนกัน

 

              แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่แม่ต้อยจะต้องขอถ่ายทอดคือ แม้ว่าจะเหนื่อยกันสักแค่ไหนก็ตาม สีหน้า ท่าทาง ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และการอาสาเข้ามาช่วยกันของน้องๆ การทำงานดึกๆดื่นๆหรือตลอดทั้งวันเสาร์ อาทิตย์ ของทีมงาน ทำให้แม่ต้อยรู้สึกมีความอบอุ่น มีความสุขในใจ..และมีกำลังใจ น่าจะเป็นความรู้สึก คล้ายๆรักที่เกิดขึ้นระหว่างรบ อย่างที่ได้ยินคำเปรียบเทียบมานั่นกระมัง

      

ในช่วงนี้ หากแม่ต้อยหายหน้า หายตาไปบ้าง ก็ต้องขออภัยนะคะเพราะว่า กำลังออกรบคะ

สวัสดีนะคะ