หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับการจัดการความรู้ไปแล้ว ก็ได้พยายามนำเอาการจัดการความรู้มาใช้ในงาน ในชีวิต ซึ่งก็มีประโยชน์มากๆอย่างน้อยๆทำให้เราได้เพื่อนใหม่ๆ อย่างคุณอำนวย ถ้าใครที่เคยผ่านแวดวงการจัดการความรู้จะต้องเคยได้ยินบ้างถึงคุณอำนวย เห็นใครต่อใครเขาพูดถึงกันบ่อยๆ ยิ่งตอนที่แบ่งบทบาทกันนะ บอกให้รับหน้าที่เป็นคุณอำนวยนะ ซึ่งตอนที่ยังไม่รู้จักกับคุณอำนวยนั้นน่ะ ก็พยายามนึกนะว่าคุณอำนวยเป็นใครหว่า...มีบทบาทยังไงกับการจัดการความรู้ ตอนนั้นก็อีกแหละ ก็ยังไม่ยอมถามใครนะว่าคุณอำนวยเนี่ยเป็นยังไง ก็เก็บความอยากรู้เอาไว้ เพื่อไปค้นหาข้อมูลก่อน โดยก็ไปค้นทั้งในตำรา และในอินเตอร์เนตผ่านท่าน Google.com ซึ่งก็พอรู้จักกันบ้าง แต่เมื่อได้อบรมกับอาจารย์ทรงพล เจตนาวณิชย์ ก็ได้รู้จักกับคุณอำนวยมากขึ้น ว่าคุณอำนวยก็คือ ผู้ทำหน้าที่เป็น Facilitator หรือเป็นผู้อำนวยการให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างราบรื่นนั่นเอง (มิน่าล่ะ! ถึงเรียกว่าคุณอำนวย) พูดถึงคุณอำนวยอย่างนี้ก็จะเข้าใจเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น อาจยังไม่ลึกซึ้งนัก จนกระทั่งได้สวมบทบาทการเป็นคุณอำนวย ก็ได้พบว่า อย่างนี้นี่เองปัญญาปฏิบัติ อย่างที่อาจารย์ทรงพลพร่ำบอก ยังกับสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลงมือปฏิบัติ แรกๆก็คิดว่ามันไม่ยากหรอก เพราะเป็นคนพูดมาก เอ๊ย! เป็นคนช่างพูด ช่างซักช่างถามอยู่แล้ว ผลปรากฎว่าก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แค่ระดับหนึ่งเท่านั้นนะ เพราะคุณอำนวยยังมีอีกหลายองค์ประกอบ เช่นว่า ต้องคอยบริหารจัดการอารมณ์ของผู้เข้าร่วมกระบวนการ เวทีแรกในการเป็นคุณอำนวยมีพี่ๆน้องๆในหน่วยงานเป็นผู้ร่วมกระบวนการ ก็ยังมีความรู้สึกว่าตัวเองยังทำหน้าที่ของคุณอำนวยได้ไม่ดีนัก ซึ่งอาจารย์ก็บอกว่าในการเป็นคุณอำนวยที่ดีต้องใช้ประสบการณ์ เป็นตัวช่วย ค่อยๆเรียนรู้ไปเรื่อยๆแล้วจะชำนาญเอง ซึ่งเมื่อได้รับบทของคุณอำนวย ก็จะมีการปรับปรุงไปเรื่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เพราะในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในยามจัดการความรู้ ทุกคนต้องได้พูดในแบบที่อยากพูด อันนี้คุณอำนวยก็ต้อยคอยสังเกตดูว่าแต่ละคนกำลังมีความรู้สึกอย่างไรกันบ้าง ต้องมีคำถามที่ทำให้ผู้ร่วมกระบวนการอยากตอบ อยากเล่า เท่าที่ได้เป็นคุณอำนวยนะ รู้สึกว่าการถามแบบให้คุณค่า จะทำให้ผู้ร่วมกระบวนการอยากพูดอยากบอกมากที่สุด (ก็เขาทำสำเร็จมาแล้วนี่นะ ก็ต้องอยากบอกต่อเป็นธรรมดา) การถามแบบให้คุณค่าก็คือ การถามถึงความสำเร็จของผู้ร่วมกระบวนการที่เคยทำมาแล้ว สำเร็จแล้ว คำถามหลักที่ใช้ประจำเลยก็คือ มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง... ท่านคิดว่า... แล้วเป็นเพราะอะไร...ทำไม...เพราะอะไร...อย่างไร...ที่เขาเรียกกันว่าใช้หลัก 4 W 1H (Who What When Where How) นั่นเองก็ถามก็คุยไปเรื่อย อาศัยความเป็นกันเอง ทำตัวเนียนๆอย่างกับว่ารู้จักกันมานานแสนนาน ฮ่าๆ ที่สำคัญที่สุดคือคุณอำนวยต้องฟัง เพราะคุณอำนวยมีหน้าที่ถามให้วงสนทนาได้แลกเปลี่ยนกัน โดยต้องมีความเชื่อว่าทุกความคิดเห็นไม่มีผิดถูก อาจจะมีเห็นแย้ง มีเห็นต่างกันบ้าง แต่ก็มีความสำคัญเสมอกัน คุณอำนวยอย่าขัดวงสนทนา ไม่ว่าจะเป็นขัดใจ และขัดอารมณ์ เพราะคุณอำนวยต้องสร้างอารมณ์สุนทรีย์ให้กับวงสนทนา นี่แค่เบาะๆนะ เดี๋ยวนึกได้จะมาเติมอีก
เมื่อรู้จักคุณอำนวย
คุณอำนวย คือใครกัน
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ศรีกรม · 20 ก.พ. 2552
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ · 20 ก.พ. 2552
โอม · 20 ก.พ. 2552
หนุ่ม กร · 20 ก.พ. 2552
ครูอ้อย แซ่เฮ · 20 ก.พ. 2552