“...พอมีพอกิน ก็แปลว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง
ถ้าแต่ละคนมีพอกินก็ใช้ได้ ยิ่งถ้าประเทศมีพอกินยิ่งดี...”
(พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)
บุคคลเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้พานพบ และพูดคุยถึงแนวทางในการดำเนินชีวิตตามรอย
พระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง”ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กว่าจะประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ ทุกคนล้วนผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วทั้งสิ้น
และไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จโดยไม่ลงมือทำ
เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า
แนวพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น
ใช้ได้ผลจริงและกับคนที่มีความตั้งใจและมุ่งมั่นเท่านั้น
ท่ามกลางความขัดแย้งของสังคมไทยในปัจจุบัน
ที่เกษตรกรหลายคนทิ้งรากฐานเดิมของตัวเอง
มุ่งสู่ระบบทุนนิยม เราได้เห็นแล้วว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป
สังคมเกษตรกรรมของไทยคงสูญหายไปในไม่ช้า
เกษตรเหล่านี้ เปรียบเสมือนแสงหิ่งห้อยในคืนแรม
หากแต่หิ่งห้อยหลายตัวรวมกัน ย่อมเกิดแสงสว่างให้เห็นหนทาง
เรียนเชิญทุกท่านเรียนรู้ชีวิตและประสบการณ์ของพวกเขาได้แล้วครับ
คุณ Ketsarin ครับ " เกษตรเหล่านี้ เปรียบเสมือนแสงหิ่งห้อยในคืนแรม
หากแต่หิ่งห้อยหลายตัวรวมกัน ย่อมเกิดแสงสว่างให้เห็นหนทาง" เกษตรนั้นทำแบบทุนนิยม เมื่อทำบัญชีให้พ่อดู รายจ่ายมากกว่ารายรับ ต้องนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ โดยประยุกต์เอาวิถีชีวิตดั้งเดิมสังคมอดีตคนภาคการเกษตรมาบูรณาการ