บทความ Blog : KM
KM โดยไม่ตั้งใจ ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช
-----------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีครับ...ท่านผู้อ่าน Blog ทุกท่าน บทความนี้ดูจะล้าสมัยไปนิด เมื่อยังมาเขียนเรื่องพื้นฐานของ KM ในองค์กรเพราะตอนนี้ชาว KM เขาเอากระบวนการไปฝังลึกถึงรากแก้วกันแล้ว แต่ก็นับว่าโชคดี ที่อาจารย์ประกอบ ใจมั่น อาจารย์ผู้สอน รายวิชาการจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ซึ่งผู้เขียนกำลังเรียนหลักสูตรนี้อยู่ โดยอาจารย์กำหนดให้ทุกคน เขียน Biog เรื่องการจัดการความรู้ในสถานศึกษา ก็เลยขอเล่า (เรื่องเก่าๆ) ที่เป็นกกระบวนการทำงานที่คิดว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้ในสถานศึกษา ดังนี้ครับ
1. กิจกรรม “มีดีมาบอก” โดยการให้ทุกคนได้เล่าความประทับใจความรู้สึกดีๆ คุณค่าของการได้ทำงานที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช ความสัมพันธ์กับนักเรียน คุณครู ที่มาใช้บริการ โดยจัดให้เล่าเดือนละ 1 ครั้ง ทำให้ทุกคนเห็นคุณค่าของตนเอง เสริมพลังให้คนอื่น แบ่งปันความรู้สึกที่อิ่มเอมให้เพื่อนร่วมงาน อย่างนี้เป็น KM ใช่ไหมครับ ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช เราเรียกกันว่า “ เรื่องเล่าเร้าพลัง”
2. กิจกรรม “ถอดรหัสคนดี” โดยจัดให้ทุกคนได้เล่าประสบการณ์ ความถนัด ความรู้ ที่ฝังลึก ทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานและไม่เกี่ยวข้องกับงาน ทำให้ได้มองเห็นว่าทุกคนก็มีดี แล้วเราก็ดึงความดีเหล่านั้นมาใช้ในศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช เราเรียกกิจกรรมนี้ทั่วๆไปว่า “แผนที่คนดี”
3. ทำ “Human Mapping”โดยการแบ่งความผิดชอบงานค่ายตามความรู้ ความสามารถ ความถนัด และผลงาน ที่ทำได้เด่นในรอบปี เน้นกิจกรรมการเรียนรู้ค่ายวิทยาศาสตร์ ( 20 กิจกรรม ) แต่ละกิจกรรมจะมีผู้รับผิดชอบหลัก (หมายเลข 1 )ผู้รับผิดชอบรอง (หมายเลข 2) ผู้ช่วยกิจกรรม ( หมายเลข 3) บางกิจกรรมอาจเป็นผู้ช่วย แต่บางกิจกรรมอาจเป็นผู้รับผิดชอบหลัก และความรับผิดชอบอาจพัฒนาจากผู้ช่วยไปเป็นผู้รับผิดชอบหลักได้ หากมีการเพิ่มพูน ความรู้ ประสบการณ์
4. กิจกรรม “แบ่งกันอ่านช่วยกันเล่า” โดยให้ทุกคนไปอ่านหนังสือ 1 เล่ม / เดือน จากนั้นจัดให้มีการเล่าข้อคิด ประโยชน์ ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือเล่มนั้น สลับหมุนเวียนกันไปแต่ละเดือนตัวเองจะได้อ่าน 1 เล่ม และฟังจากเพื่อนๆ อีกไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10 เล่ม
5. กิจกรรม “วิจัยงาน” โดยมอบหมายให้ทุกคนสำรวจวิเคราะห์งานของตนเองที่ทำ มีปัญหาจุดใดบ้าง จะมีวิธีแก้อย่างไรจากนั้นทำผลการวิจัยมาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมงาน ทำให้งานของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช ได้รับการแก้ไขโดยผู้ปฏิบัติงานเอง
6. จัดทำ “Model การบริหารค่าย” ทีมงานของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช ได้พัฒนา ปรับปรุงรูปแบบการบริหารจัดการค่ายวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ขั้นตอนโรงเรียนประสงค์จองค่าย ส่งใบจองค่าย ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช ตอบยืนยัน การเตรียมค่าย การดำเนินการจัดค่ายและปิดค่าย พร้อมทั้งระบุผู้รับผิดชอบ เครื่องมือในการทำงาน ทุกคนสามารถเรียนรู้ขั้นตอน และเครื่องมือจนทำแทนกันได้ทุกขั้นตอน ทำให้เกิดความสะดวกแก่โรงเรียนในการจอง การบริการไม่ผิดพลาด เกิดความพึงพอใจแก่นักเรียนและคุณครูทำให้แต่ละปีบริการจัดค่ายวิทยาศาสตร์ ได้ปีละ 120 – 150 ครั้งผู้รับบริการประมาณ 10,000 คน ทั้งที่มีผู้รับผิดชอบเพียง 10 คน เท่านั้น
7. กิจกรรม “ สุนทรียสนทนา” พวกเรามักมานั่งคุยนอกรอบแบบ ไม่มีวาระ ไม่มีประธานไม่มีประเด็นให้อิสระทุกคนได้พูดในสิ่งที่อยากพูด ไม่มีคนค้าน ไม่มีคนสนับสนุน แบ่งปันให้พูดกันทุกคน ที่สำคัญทุกคนจะได้หัดฟังเพื่อให้ได้ยินสิ่งที่คนอื่นพูด อย่าเอาคามรู้สึกของตนเองไปต่อต้านระหว่างเพื่อนกำลังพูด จะทำให้ “ ฟังแต่ไม่ได้ยิน”
8. แบ่งกลุ่ม “ เพื่อนช่วยเพื่อน” ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช จำเป็นต้องรับวิทยากรเข้ามาทำงานใหม่เป็นประจำ เพื่อทดแทนคนที่ลาออกไป (ทุกคนเป็นพนักงานจ้างเหมา) ซึ่งทุกคนจะต้องทำงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการเรียน คือ สนุก (เจตคติ) จากการปฏิบัติ (ฝึกทักษะ) เพื่อให้เกิดความรู้ หรือ “Play & Learn ฉนั้นงานของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช จึงมีเอกลักษณะเฉพาะตัว จะต้องเรียนรู้จากรุ่นพี่เรียนจากเพื่อนเป็นสำคัญ จะต้องฝึกฝน เรียนรู้ จากผู้มีประสบการณ์ จนเกิดความชำนาญ เพื่อจะได้ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนกันต่อไป
9. การรายงานผลการปฏิบัติงาน ทุกคนต้องรายงานผลการปฏิบัติงานทุกวันในลักษณะ รายงานที่มีชีวิต ไม่เพียงแต่บอกว่าทำอะไร แต่เน้นไปที่ผลที่ได้ทำงานแต่ละวัน สิ้นปีจึงสรุปเป็นผลงานของแต่ละบุคคล เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค เพื่อพัฒนางานในปีต่อไป และนี่คือ คลังความรู้ ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช นั่นเอง
ที่เล่ามาทั้งหมดไม่มีทฤษฎีอะไรมาก เพียงแต่เราทำงานกันด้วยใจ และอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปเสริมคิดว่าพอจะเป็น KM ในสถานศึกษาได้บ้างนะครับ ขอเชิญกูรูทั้งหลายแลกเปลี่ยนได้เลยครับ !
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
โดย.บัญญัติ ลายพยัคฆ์: ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช [email protected]
...............................................

นายบัญญัติ ลายพยัคฆ์
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครศรีธรรมราช
ม.3 ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช 80320
...........................................................
โทรศัพท์. 0-7539-6363,0819781016
โทรสาร. 0-7539-6364
...........................................................
Email : [email protected]
[email protected]
[email protected]
...........................................................
www.nakhonsci.com
...........................................................
สวัสดีครับพี่โอ พี่ส้ม พี่ไก่
สวัสดีครับอาจารย์ บัญญัติ ไม่ล้าสมัยครับ เพราะที่ทำ KM ไปไกลๆแล้วบางทีก็หลงทาง จึงต้องทบทวน และกลับมาดูรากเดิม
ขอบคุณที่นำรากเหง้าของKM มาให้ทบทวน