สถานที่บางแห่งมีอำนาจดึงดูดคนบาปให้เข้าไปอยู่รวมกัน เมื่อนั้นกรรมที่คนพวกนี้เคยทำมาจึงส่งผลให้ได้รับกรรมเช่นนี้
ผมได้รับ Forward
Mail จาก Lawsiam.com อ่านแล้วซึมไปนาน
จึงตัดสินใจคัดลอกลงในบันทึกนี้
เผื่อจะเป็นกุศลส่งให้ผู้ประสบชะตากรรมได้รับส่วนบุญบ้าง
(ส่วนภาพผมนำจาก Forward Mail อีกที่หนึ่งต่างหากนะครับ)
ข้อความมีดังนี้ครับ
ถ้าใครอ่านจนจบ
จะรอดตายจากภัยทั้งปวง!!



เคยสังเกตไหมว่า
ทําไมเรือล่มและทําไมไฟไหม้สถานที่ต่างๆ หากประมวลย้อนหลังจะพบว่า
สถานที่ไฟไหม้ และเรือล่มส่วนมาก มักจะเป็นสถานบันเทิง
และเรือที่โดยสารนักท่องเที่ยวไปยังความบันเทิง
ตามศาสนาพุทธเชื่อว่า สถานที่บางแห่ง งานเลี้ยงบางงาน
มีแรงดึงดูดบรรดา 'คนบาป' ให้ไปรวมตัวกันมากๆ
และถ้าเมื่อไหร่ที่คนบาปเข้าไปมากเกิน 80 %
สถานที่แห่งนั้นก็พร้อมที่จะพรากชีวิตคนบาปไปในคราวเดียว เช่น
ไฟไหม้ผับ ไฟไหม้บาร์ หรือ เรือโดยสารฟูลมูนปาร์ตี้ล่ม
ถามว่าทําไม ไฟไม่ไหม้ผับทุกผับล่ะ
ในเมื่อมันดึงดูดคนบาปไป คําตอบคือ ไม่ใช่ว่าทุกวัน
ทุกคืนจะมีคนบาปไปมากๆ
หนึ่งในนั้นยังมีคนที่มีบริสุทธิ์ที่ไปเพราะความจําเป็น หรือ
ไปครั้งแรก หรือไปเที่ยวบ้างแต่ยังคงทําบุญอยู่ตลอด
แต่ถ้าเมือ่ไหร่ก็ตามที่สถานที่นั้นเต็มไปด้วยคนบาปอย่างแท้จริง
เมื่อนั้นมันก็พร้อมที่จะสําเร็จกรรม!!
แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่า คืนที่คุณไปเที่ยว หรือ
สถานที่คุณกําลังจะไปนั้นมีคนบาปหรือคนบริสุทธิ์
ตรงนี้ไม่มีใครตอบได้
นอกจากให้คุณหลีกเลี่ยงไปสถานที่แห่งบาป
วิธีสังเกตง่ายๆ ว่า
มันคือลางสังหรณ์ได้แก่
1. เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณถูกเพื่อนชวนให้รู้ไว้เถอะว่านั่น
'คนบาป' ได้ชวนคุณไปสําเร็จกรรมร่วมกัน
2.
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเป็นฝ่ายชวนเพื่อน...นั่นแปลว่าคุณกําลังก่อกรรมทําบาปหนัก!!!
3. เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึก 'อยาก' ไปเที่ยว อยากไปปาร์ตี้
อยากอัพยา อยากไปยังสถานที่ราตรี นั่นแปลว่า 'กรรม'
และเจ้ากรรมนายเวร เรียกหาคุณให้ไป!!
สถานที่บางแห่งมีอำนาจดึงดูดคนบาปให้เข้าไปอยู่รวมกัน
เมื่อนั้นกรรมที่คนพวกนี้เคยทำมาจึงส่งผลให้ได้รับกรรมเช่นนี้
ใครเปิดร้านขายเหล้าจะหาความสุขสงบกายสงบใจไม่ได้
เป็นอาชีพอย่างหนึ่งที่เรียกว่ามิจฉาอาชีวะ
เป็นอาชีพที่ห่างไกลจากความสุขความเจริญ
เพราะว่าการเปิดร้านขายเหล้าเป็นการสร้างปัญหาให้สังคม
ซึ่งเจ้าของกิจการคิดแต่จะหารายได้จากความฉิบหายของคนอื่น
ในอริยมรรคมีองค์ 8
คือทางสายเอกสู่มรรคผลนิพพานนั้น
มีอยู่ข้อหนึ่งซี่งพระพุทธองค์ตรัสไว้ชัดเจน
เรียกว่า"สัมมาอาชีวะ"
สัมมาอาชีวะ..คือการประกอบอาชีพให้บริสุทธิ์ดีงาม
*ไม่สร้างปัญหาให้แก่สังคม*
อาชีพที่ตรงกันข้ามกับสัมมาอาชีวะ เรียกว่า *มิจฉาอาชีวะ*
มิจฉาอาชีวะอาจจะแบ่งได้เป็นข้อต่างๆ ดังนี้คือ
1.
ขายสุรา ขายเหล้าเบียร์ ขายยาเสพติด รวมทั้งบุหรี่ด้วย ฯลฯ
2. ขายอาวุธเพื่อสำหรับใช้ทำการประหัตประหารกัน เช่นขายปืนเป็นต้น
3. ขายยาพิษ ในที่นี้น่าจะรวมไปถึงยาฉีดฆ่ายุงด้วย
4. ขายสื่อลามก ยั่วยุทางกามารมณ์ต่างๆ
5. ขายมนุษย์ เช่น..แรงงานทาส..การค้าประเวณี..เปิดซ่อง..
6. ขายสัตว์เพื่อนำไปฆ่า..เช่นการทำฟาร์มกุ้ง..ฟาร์มไก่เนื้อ
หรือเลี้ยงปลาเพื่อขายเอาไปฆ่ากิน เป็นต้น
*ผมจำได้มาเพียงเท่านี้..ถ้าผิดพลาดขออภัยด้วย*
และที่จัดเข้าได้ในกลุ่มมิจฉาอาชีพอีกอย่างหนึ่งก็คือพวกเล่นการพนัน
เช่นการเปิดโต๊ะบอล..การเป็นเจ้ามือหวย..เป็นต้น..
*
อาชีพเหล่านี้สร้างปัญหาและความเดือดร้อนให้กับสังคม *
คือผู้ประกอบการคิดแต่สร้างความร่ำรวยบนความฉิบหายของคนอื่น
เช่นผับซานติก้านี้..ใครจะเมา..ใครจะเป็นอะไรก็ช่างมัน..
ขอให้ฉันได้เงินเป็นพอ
นี่เป็นความคิดที่ผิดมากๆ..ในทางพุทธศาสนา..และศาสนาอิสลามด้วย
ตอนท้ายของ Forward Mail ก็เป็นไปตามธรรมเนียม
คือ
ขอให้คุณส่งอีเมล์ฉบับนี้ต่อไป
หากคุณไม่อยากเป็นคนบาป
รักใครให้ส่งหาคนนั้นเพื่อหยุดบาป!!
ขอกุศลจากการส่งเมล์นี้แผ่ไปถึงผู้เสียชีวิตทุกคนด้วยเทอญ
สาธุ
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด
แต่ขอให้ดวงวิญญาณเหล่านั้น ไปสู่สุขติ
ถ้าชาติหน้ามีจริง
ขอให้อย่าเจอความบาปอีก
สวัสดีครับ คุณกระติก
กัมมุนา วัตตะตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
ขอจงล่วงพ้นความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงเถิด
ขอบคุณครับ ที่ช่วยสงเคราะห์วิญญาณเหล่านั้น
สวัสดีครับ คุณเอื้องแซะ
ขอให้คุณเอื้องแซะมีความเพียรอันบริสุทธิ์ เพื่อทำความดีตามที่ปรารถนานะครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
เสียชีวิตกันเยอะแบบนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็น "กรรมเป็นหมู่คณะ" นะครับ
ถ้าตายคนเดียวก็เรียกว่า "กรรมปัจเจก"
ขอให้สร้างกรรมดีไว้ครับ
เขาคงเคยทำอะไรที่ไม่ดีร่วมกันมาก่อน
เห็นด้วยครับว่า สร้างกรรมดีไว้ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า
ขอบคุณนะครับที่แวะมา
อ่านจบแล้วน่ากลัวค่ะ กลัวบาปค่ะ
สงสัยต้องไปบอกพ่อกับแม่เลิกเลี้ยงหมูกะวัวแล้ว กลัวพ่อกับแม่บาปค่ะ เพราะพอมันโตก็ขาย ...อาจารย์บอกบาป
แต่เลี้ยงไม่เยอะนะคะห้าหกตัว พ่อบอกทำพอไม่ให้เหงาได้ไปคุยกะเพื่อนเวลาไปโรงสีชื้อรำมาให้หมูค่ะ
โอ...เป็นมินิฟาร์มหรือครับ.........
ผมจะเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟังนะครับ
ในสมัยพุทธกาล ยังมีนายพรานคนหนึ่ง แกมีภรรยาที่ขยันเอาใจใส่สามีอย่างดียิ่ง เมื่อนายพรานจะไปล่าเนื้อ นางก็จะเตรียมเสบียงและหน้าไม้ให้นายพราน ต่อมานางได้ฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจ้า นางก็สำเร็จโสดาบัน ภิกษุหลายรูปต่างพูดกันว่า นางเป็นภรรยานายพราน จัดเตรียมเสบียงและหน้าไม้ให้นายพราน แต่นางกลับสำเร็จโสดาบัน เป็นเพราะอะไร พระพุทธเจ้าได้ทราบความสงสัยของภิกษุเหล่านั้น จึงตรัสว่า นางจัดเสบียงและหน้าไม้ให้นายพรานก็เพราะนางทำหน้าที่ของภรรยา นางมิได้ปรารถนาว่า ขอให้นายพรานท่านจงล่าเนื้อได้เท่านั้นเท่านี้ตัวเถิด แต่นางวางเฉยมิยินดียินร้ายกับการล่าเนื้อของนายพราน ดังนั้น ผลกรรมที่นายพรานกระทำต่อเนื้อจึงมิได้ตกมาถึงนางด้วย
พ่อกับแม่คุณดุจดาวหากคิดเหมือนนางผู้เป็นภรรยานายพราน ก็ไม่บาปครับ
หรอคะ งั้นก้อให้พ่อกับแม่เลี้ยงต่อไปก็ได้สินะคะ ดีนะที่มาอ่านก่อนไม่งั้นโทรไปบอกพ่อกับแม่แล้วละคะ
อิอิอิ เชื่อจริงๆเลยนะคะนี่
ท่านศรีกมล คุณดุจดาวครับ
ผมเล่าอีกเรื่องละกัน อ่านเจอในเว็บนะครับ เรื่อง นางเขียวระลึกชาติ เหตุเกิดที่ขอนแก่น มีแม่วัวตัวหนึ่งชื่อนางเขียว ชาติก่อนเป็นคนมีลูกชายหนึ่งคนและลูกสะใภ้ นางเขียวระลึกชาติได้ จึงไปเข้าฝันลูกสะใภ้ว่า ก่อนตายตนเป็นหนี้คนอื่นอยู่ห้าบาท พอเกิดใหม่เป็นวัวของเจ้าหนี้ ต้องใช้แรงงานแทนหนี้ ขอให้ลูกสะใภ้เอาเงินไปใช้หนี้แทนด้วย
ลูกสะใภ้ไม่เชื่อความฝันและไม่ได้บอกสามีซึ่งเป็นลูกชาย จนนางเขียวมาเข้าฝันลูกชาย ด้วยความรักแม่เขาจึงเล่าให้ภรรยาฟัง ภรรยาก็เลยเล่าเรื่องฝันให้สามีฟังพร้อมกับบอกว่า ตอนแรกไม่กล้าเล่า เพราะกลัวสามีจะเข้าใจผิดว่าตนกล่าวหาว่าแม่เกิดเป็นวัว
เมื่อสองสามีภรรยามาพบเจ้าของนางเขียว จึงได้รู้ว่าแม่เขาได้เป็นหนี้เจ้าของวัวห้าบาทจริง เรื่องจะเป็นอย่างไร อ่านใน http://www.mindcyber.com/content/data/7/0004-1.html ูนะครับ
คุณดุจดาวครับ มีครั้งหนึ่งหลวงตาพระมหาบัว ไปที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ บังเอิญผมเป็นศึกษาธิการอำเภอที่นั่น ได้รับรองหลวงตาพาท่านไปพิพิธภัณฑ์วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ซึ่งมีอุปกรณ์การทำนาแบบดั้งเดิมและสิ่งของเครื่องใช้เก่าแก่เยอะมาก หลวงตาชี้ให้ผมดู "แอก" แล้วพูดว่า "อย่าเอาแอกมาใส่คอ" ผมว่าเป็นคำตอบที่ดีนะครับ กับคำถามหรือข้อสงสัยของคุณดุจดาว ที่ว่า ควรให้คุณพ่อกับคุณแม่เลี้ยงวัวและหมู ดีหรือไม่
"อย่าเอาแอกมาใส่คอ" ลำบากใจจังค่ะ ทำไงดีละคะ เดี๋ยวไปเล่าให้พ่อกับแม่ฟังเเล้วให้ท่านคิดเอาเองดีกว่าค่ะ
บางครั้งคสามสุขของคนอื่น สุขทางใจถ้าเค้าได้ทำไม่มีใครเดือดร้อนก็คงไม่เป็นไรม้างค่ะ จริงไหมคะอาจารย์
ถูกครับ แต่...ถามว่า..มีความสุขจริงหรือ...ต้องคอยดูแลหารำ หาอาหารให้เขา จะไปเที่ยวไกลๆ หลายวันก็เป็นห่วงเขา ต้องคอยทำความสะอาดคอก หรือเล้าของเขา หากเขาไม่กินอาหารก็กังวล กลัวเขาจะไม่สบาย สิ่งเหล่านี้พระท่านเรียกว่า "บ่วงมาร" เป็นกับดักของมารสำหรับหลอกล่อสัตวโลก ให้ลุ่มหลงมัวเมาอยู่ คอยขัดขวางไว้มิให้เราทำในสิ่งที่จะบรรลุถึงความสุขที่แท้จริง
มีบทสวดบทหนึ่ง ตอนที่ผมวช ผมจำได้แม่น มีว่า
อัชเชวะ กิจจะมาตัปปัง โก ชัญเว มรณัง สุเว
นะ หิ โน สังคะรันเตนะ มหาเสเนนะ มัจจุุนา
ควรทำความเพียร ในวันนี้ ใครจะรู้ ความตายแม้พรุ่งนี้
เพราะการผัดเพี้ยนต่อพระยามัจจุราช มีเสนามากนั้น ไม่มีโอกาสสำหรับเรา
ควรหาโอกาสทำความเพียรเผากิเลส เพราะเราไม่อาจทราบได้ว่าเราจะตายเมื่อไร
แอกที่มีอยู่บนบ่า ต้องวางมันลงครับ
จริงๆแล้วอยากให้พ่อกับแม่เลิกเลี้ยงค่ะ แต่เคยพูดเปรยๆแล้วรู้สึกพ่อกับแม่บอกว่าทำได้ อยากทำค่ะ (แต่ทำเกินตัวค่ะ) พ่อกับแม่ขยันมากๆค่ะ เป็นคนขยันทั้งคู่ค่ะ
อาจารย์รู้ได้ไงคะว่าต้องต้องคอยดูแลหารำ หาอาหารให้เขา จะไปเที่ยวไกลๆ หลายวันก็เป็นห่วงเขา ดิฉันเคยไปดูพ่อกับเเม่เลี้ยงวัว หมู ไก่เป็ด แล้วเดินตามแม่ยังเหนื่อยเลยค่ะ ส่วนมากแม่จะให้นั่งดูค่ะ
ผมมีสุนัขที่บ้าน 13 ตัว เวลาจะกลับอุบลหลายวันต้องขอให้คนข้างบ้านมาช่วยเอาอาหารให้เขา
หมู ไก่ เป็ดผมก็เคยเลี้ยงครับ มีเป็ดตัวหนึ่งออกไข่มากทุกวัน พอนานเข้าขาอ่อนเดินไม่ได้ ผมขอให้ปศุสัตว์อำเภอมาดู เขาบอกวาเป็ดขาดแคลเซี่ยม ฉีดยาให้ก็ไม่หาย ผมสงสารเป็ดตัวนั้นมาก เลยบอกขายไปหมด เลิกเลี้ยงสัตว์ เพียงเหลือสุนัขเท่านั้น
สวัสดีครับมาร่วมตั้งมั่นทำความดีอีกคนครับ...ชีวิตเป็นเช่นนี้เอง
ขอบคุณครับ คุณ muangkhan
ผมแอบอิจฉาท่าดีดกีร์ต้า ผมเคยหัดแต่นิ้วมือมันใหญ่ จะกดเส้นเดียวไปโดนอีกเส้นเข้าไปด้วย และเจ็บนิ้วมาก เลยดีดไม่เป็น ได้แต่อิจฉาคนดีดเป็นครับ ฮ่า ฮ่า ล้อเล่น
ปลงอนิจจังไปใหญ่เลย
ถ้าใครอ่านจบ จะรอดจากภัยทั้งปวง ช่างเป็นกุศลบายดีแท้
เพราะถ้าไม่อ่าน ก็ไม่รู้ บางครั้งก็ไปร่วมสร้างวีรกรรมกับเขาด้วย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรและกรรมต่อกันเลย สาธุ สาธุ
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด
คุณสุ ทำใจสบาย จะนอนหลับ เป็นสุขครับ
อนุโมทนาบุญด้วยนะครับ