วันนี้ได้ทำสิ่งดีๆ ให้แก่ชีวิตแล้ว...
เมื่อคืนคิดรายละเอียดในการจัดกิจกรรมเรื่อง "ด้วยความรัก รู้นะว่าหนักหนา" ให้แก่นักศึกษาชั้นปี๔ จนล่วงสองนาฬิกาอย่างไม่รู้ตัว ต้องนอนแบบภาวนาเพื่อให้ประสาทคลายความตื่นตัว ผ่อนคลาย และหลับได้
กิจกรรมแรก เป็นการละลายน้ำแข็ง ด้วยกิจกรรมลมเพลมพัด ได้เสียงหัวเราะ สนุกสนาน และลดกำแพงระหว่างครูและศิษย์ และระหว่างศิษย์ด้วยกันได้ดีทีเดียว ดีใจที่เห็นลูกศิษย์ผ่อนคลายได้ กิจกรรมต่อมาคือการนับ๑ ถึง๑๐๐ ให้นับดังๆ กติกาถ้าเป็นจำนวนที่มีเลขสาม ห้ามออกเสียงใช้ปรบมือหนึ่งครั้งแทน ไม่น่าเชื่อในเวลา๑๕ นาที ไม่สามารถนับถึง๑๐๐ เพราะขาดสติ บางคนเผลอปรบมือ ทั้งไม่มีเลข๓ บางคนเผลอออกเสียงเลข๓ ตั้งชื่อเองว่าเป็นกิจกรรมเรียกสติ
กิจกรรมถัดมาได้ทำให้นักศึกษาเห็นคุณค่าของลมหายใจ ลมหายใจเข้าไม่เพียงนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลต่างๆของร่างกาย แต่ยังสามารถทำให้จิตใจสงบ ร่มเย็น ลมหายใจออกสามารถพาเอาความหม่นหมอง ตึงเครียด ออกไปจากตัวเรา สังเกตเวลาที่เราเครียด หนักใจ ถ้าได้หายใจแรงๆ จะรู้สึกดีขึ้น ดังนั้นการตามรู้ลมหายใจเข้าออกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งคือการไม่คิดอะไร นอกจากตามลมหายใจ ผลที่เกิดขึ้นทำให้สามารถ พักจิต บำรุงใจได้ อันนี้ก็นำสำนวนของท่านไพศาล วิสาโลมาใช้ ได้พานักศึกษายืนอย่างผ่อนคลาย น้อมจิตอยู่มี่ลมหายใจ และการเคลื่อนไหวของมือ โดยมีเพลงช่วยเพิ่มความผ่อนคลายนักศึกษา ดูสงบ ช้าลง และยอมรับว่าทำให้รู้สึกโปร่งโล่ง กิจกรรมนี้ตั้งชื่อเองว่าลมหายใจมหัศจรรย์
กิจกรรมต่อมาคือการสัมผัสตัวตนภายใน และฟังเสียงภายในของตน โดยเน้นที่ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล มีประเด็นให้ใคร่ครวญย้อนกลับไปตามช่วงชั้นของเวลา จากนั้นให้นักศึกษานำเสียงภายในของตนมาบอกเล่าในกลุ่มเล็กๆ โดยเน้นเทคนิคสุนทรียสนทนา และให้ร่วมกันทำงานที่มอบหมายผลที่เกิดขึ้นนักศึกษาสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีของคุณครู และมีจิตอาสา มีคนอาสาจะเป็นผู้เริ่มต้นในงานแต่ละชิ้น ที่กลุ่มร่วมกันคิด คงจะต้องตามดูผลงานต่อไป เสร็จกิจกรรมเรารับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน รู้สึกปิติ ยินดี ที่ได้ทำสิ่งดีๆ ให้แก่นักศึกษา และกลายเป็นสิ่งดีให้แก่ชีวิตของเราเอง มีความสุขจัง
ยินดีค่ะ จะส่งกำลังใจให้นะคะ