หลักการจัดทำ KM ที่สำคัญคือหัวหน้าหรือผู้นำจะต้องมีความรู้ และทำหน้าที่นำจัดกิจกรรม KM เป็นพี่สอนน้องไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา ต้องเข้าใจน้อง กล่าวชื่นชมมากกว่าที่จะกล่าวโทษ ถึงจะกล่าวโทษก็ต้องด้วยถ้อยคำที่ดี ฟังมากกว่าพูด Positive thinking เลือกการ์ตูนหรือสิ่งที่เขาสนใจมานำเสนอให้เขาตื่นเต้น เป้าหมายชัดเจน มองให้เหมือนกัน (โต้เถียงกันได้แต่ในทางวิชาการ โต้เถียงกันก็เป็นองค์ความรู้)

            

วันพฤหัสฯ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552   ข้าพเจ้ามีโอกาสไปศึกษาดูงานการจัดการความรู้  ณ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวร  ซึ่ง ดร.รุจโรจน์  แก้วอุไร  เป็นหัวหน้าคณะศึกษาดูงาน  โดยก่อนหน้าที่จะไปดูงาน ข้าพเจ้าแทบจะไม่มีความรู้ด้าน KM เลย จึงคาดหวังว่าจะได้หลักการจัดทำ KM และวิธีการกระตุ้นให้บุคลากรในหน่วยงานเห็นด้วยและสนใจอยากคิดอยากทำ KM  ได้อย่างไร 

 หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ฟัง คุณหมออนุรัฐ  รอง ผอก.รพ. แนะนำโรงพยาบาล และคณะวิทยากรซึ่งมี พี่แดง พี่ติ๊ก พี่บุณ และพี่…  เล่าเรื่อง KM ให้ฟังด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง เข้าใจง่าย (ตอนแรกคิดว่าจะเป็น Lecture)  

                ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหวังของข้าพเจ้าในข้างต้นจริงๆ  ข้าพเจ้าได้หลักการจัดทำ KM ที่สำคัญคือหัวหน้าหรือผู้นำจะต้องมีความรู้ และทำหน้าที่นำจัดกิจกรรม KM  เป็นพี่สอนน้องไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา ต้องเข้าใจน้อง กล่าวชื่นชมมากกว่าที่จะกล่าวโทษ และถึงจะกล่าวโทษก็ต้องด้วยถ้อยคำที่ดี  ฟังมากกว่าพูด Positive thinking  เลือกการ์ตูนหรือสิ่งที่เขาสนใจมานำเสนอให้เขาตื่นเต้น เป้าหมายชัดเจน มองให้เหมือนกัน (โต้เถียงกันได้แต่ในทางวิชาการ โต้เถียงกันก็เป็นองค์ความรู้)   KM จะเกิดได้ต้องมี

1. เวลา

2. ใจ (การเรียนรู้ที่ดีต้องมาจากใจที่เปิดกว้าง เป็นใจที่ว่างพอที่พร้อมจะรับสิ่งใหม่ๆ - ลดอัตตา )

3. มีพื้นที่ เวที จัดโครงการ

4. มีเทคโนโลยีสนับสนุน

 

การดำเนินการจัดทำ KM  

1. ชี้แจงโครงการ

2. เสนอแบบประเมินและระดมสมอง

3. นำเสนอ

4. ลองใช้, ปรับปรุง

 

                ข้าพเจ้าจะนำความรู้และประสบการณ์จากการศึกษาดูงานที่ได้รับครั้งนี้  แนะนำหรือถ่ายทอดให้ผู้ร่วมงานที่สนใจมีความรู้ความเข้าใจและเห็นความสำคัญของ KM  และเห็นความแตกต่างระหว่าง KM  ที่ไม่เหมือนMKที่มีสำเร็จรูปมาแล้ว  โดย  KM  ไม่ใช่เรื่องของทฤษฎี แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติ  เป็น KFC  (K = knowledge, A = Facilitator, C = Communications)

                การศึกษาดูงานนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประทับใจ  ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรและคณะทีมผู้ให้ศึกษาดูงานครั้งนี้ ที่ได้มอบความรู้  ตัวอย่างประสบการณ์ ที่ต่างคนต่างความรู้ ต่างมุมมอง แต่เป้าหมายเดียวกันของ KM ตลอดจนตัวอย่างแนวทางการแก้ไขปัญหา  และทีมงานที่เป็นพันธมิตรกันอย่างต่อเนื่องยาวนาน และขอขอบพระคุณ ดร.รุจโรจน์ อาจารย์ผู้นำพาลูกศิษย์ไปไปยกระดับความรู้  ไปรับและแลกเปลี่ยนเรียนรู้  อันจะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาตนเองและองค์กรต่อไป เป็นอย่างยิ่ง    

และหากข้าพเจ้าได้มีโอกาสเป็นผู้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานบ้าง  ข้าพเจ้าก็จะนำกิจกรรมการศึกษาดูงานของ ดร.รุจโรจน์  ไปเป็นแบบอย่างที่เน้นเลือกและทำสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกศิษย์  ซึ่งเป็นประโยชน์และได้เนื้อหาสาระอย่างแท้จริง