Video on Demand

Video on Demand


คือระบบการเรียกดูภาพยนตร์ตามสั่งที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกดูภาพยนตร์

หรือข้อมูลภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงได้ตามต้องการตามสโลแกนว่าTo view "What one wants. when one wants."โดยสามารถใช้งานนี้ได้จากเครือข่ายสื่อสาร (Telecommunications Networks)ผู้ใช้งานซึ่งอยู่หน้าเครื่องลูกข่าย(VideoClient)สามารถเรียกดูข้อมูลที่เป็นภาพเคลื่อนไหวได้ทุกเมื่อตามต้องการและสามารถควบคุมข้อมูลวิดีโอนั้นๆ โดยสามารถย้อนกลับ (Rewind)หรือกรอไปข้างหน้า (Forward) หรือหยุดชั่วคราวได้เปรียบเสมือนการดูวิดีโอที่บ้านนั่นเองทั้งนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายไม่จำเป็นต้องดูข้อมูลเดียวกันกล่าวคือสามารถดูภาพยนตร์เรื่องเดียวกันหรือต่างกันก็ได้

การใช้งาน Video on Demand

 จะให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้มากกว่าระบบ Video Broadcast (เช่นระบบโทรทัศน์ทั่วไปซึ่งเป็นการส่งสัญญาณวิดีโอออกมาเป็นชุดเดียว(1 Stream) สำหรับผู้ใช้ทุกคน ผู้ใช้แต่ละคนจะได้ดูภาพสัญญาณอันเดียวกันรายการต่าง ๆจะมีตามเวลาที่กำหนดไว้ผู้ใช้ต้องรอเวลาเพื่อที่จะได้ดูรายการที่ตนเองต้องการ) กรณี Video on Demand ผู้ใช้แต่ละคนจะสามารถเลือกดูรายการที่ตนเองสนใจเวลาใดก็ได้ไม่ขึ้นอยู่กับผู้อื่นและไม่ต้องรอตารางเวลาแต่ก็จะต้องใช้ความเร็วของเครือข่ายสื่อสารมากตามไปด้วยเนื่องจากจะต้องมีการส่งสัญญาณวิดีโอ 1 stream สำหรับผู้ใช้ 1 คน ระบบ Video on Demand นี้
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งในแง่ให้ความบันเทิงและให้ความรู้ตามแต่เนื้อหาของวิดีโอที่เราจะบรรจุลงไป

ส่วนประกอบหลักของ Video on Demand
     ส่วนประกอบหลักและการทำงานของแต่ละส่วนในระบบ Video on Demand
     
มีดังต่อไปนี้
       - 
เครื่อง Video Server ระบบ VOD จะทำการเก็บข้อมูลภาพเคลื่อนไหวเป็นแบบดิจิตัลบนเครื่อง video server และเครื่อง server นั้นจะส่งข้อมูลภาพเคลื่อนไหวไปให้เครื่องลูกข่าย (Video Client) ตามที่ขอมาโดยคุณสมบัติของ video server ก็คืออัตราการเปลี่ยนแปลงของภาพต่อเนื่องจะต้องมากพอเพื่อที่จะสามารถถ่ายทอดข้อมูลภาพและเสียงอย่างครบสมบูรณ์ให้เกิดเป็นภาพเคลื่อนไหวต่อเนื่องสำหรับผู้ใช้ซึ่งอยู่ที่เครื่องลูกข่ายและมีระบบอินพุต/เอาต์พุตที่มีประสิทธิภาพ

     
เครื่อง video server จะต้องมีระบบฮาร์ดดิสก์ ซึ่งใช้เก็บข้อมูลภาพยนตร์
หรือภาพเคลื่อนไหวต่างๆที่มีความเร็วมากพอที่จะทำการอ่านข้อมูลและส่งออกไปยังระบบเครือข่ายเพื่อส่งไปยัคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ต่อไปตามปกติแล้วข้อมูลวิดีโอมักจะมีขนาดใหญ่และต้องการความเร็วในการส่งข้อมูลมาก (1.5 Mbps สำหรับคุณภาพ MPEF-1 หรือระดับ Video VHS และ 6-8 MBPS สำหรับคุณภาพ MPEG-2 หรือระดับเลเซอร์ดิสก์)ดังนั้นเครื่อง Video Serverจึงต้องมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะรองรับและแจกจ่ายข้อมูลวิดีโอเหล่านี้ไปยังลูกข่ายหรือไคลแอนต์ได้

     เครื่อง Video Server จะมีที่เก็บข้อมูลเรียกว่า disk array ที่มีความจุและความเร็วสูง ทำหน้าที่
เป็นหน่วยเก็บภาพเคลื่อนไหว (Video)ซึ่งจะทำการจัดเก็บวิดีโอในตัวของมันในรูปแบบของบิตข้อมูลดิจิตัล
ข้อมูลที่เก็บอยู่จะผ่านการบีบอัดข้อมูล (Data Compression) โดยเครื่องเข้ารหัส (Encoder)ในรูปแบบมาตรฐานของMPEG (Moving Picture Experts Group) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่พัฒนาเพื่อใช้กับการแพร่ภาพโทรทัศน์ในระบบดิจิตัล

ระบบ VODจะต้องมีส่วนเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่สามารถส่งข้อมูลออกทางเครือข่ายสื่อสารด้วยความเร็วมากพอโดยข้อมูลที่ถูกบีบอัดดังกล่าวจะถูกส่งผ่านเครือข่ายในลักษณะ real-time ไปยังเครื่องลูกข่ายที่เป็น VideoClient และเนื่องจากข้อมูลภาพเคลื่อนไหวจำนวนมากจะถูกส่งไปยังคอมพิวเตอร์ลูกข่ายตามที่ผู้ใช้ที่ปลายทางเรียกขึ้นมาดังนั้นระบบเครือข่ายสื่อสารที่จะมารองรับการใช้งานระบบ VOD
จะต้องมีความเร็วและประสิทธิภาพสูงพอที่จะสามารถรองรับข้อมูลมัลติมีเดียจำนวนมหาศาลนี้ได้เช่น

     - ATM (Asynchronous Transfer Mode)
      - FDDI (Fiber Distributed Data Interface)
      - DQDB (Distributed Queue Dual Bus)     
      - 100-Mbps Ethernet (IEEE 802.12)
 
ในบรรดาเครือข่ายทั้งหมดนี้ระบบเครือข่ายATM (Asynchronous Transfer Mode) เป็นเครือข่ายที่มาแรงที่สุดและเป็นที่นิยมที่สุดในการใช้กับระบบ VOD เนื่องจาก ATMเป็นเครือข่ายซึ่งได้พัฒนามาเพื่อการส่งข้อมูลทุกรูปแบบที่ความเร็วสูงไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเสียง data หรือ video และมีการประกันคุณภาพการส่ง
(Quality of Service)
ด้วยเครื่องลูกข่าย (Video Client)
      Video Client
เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ที่สามารถแปลงข้อมูลที่ได้รับจาก Video Server ให้เป็นสัญญาณภาพและแสดงผลขึ้นบนจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรทัศน์ที่เป็น
End User Equipment
ได้โครงสร้างโดยรวม (Architecture) ของระบบ Video on Demand
จะประกอบด้วย video server และ local database ซึ่งจะต่อถึงผู้ใช้งานโดยผ่านเครื่อข่ายสื่อสาร ทางด้านเครื่อง video client ของผู้ใช้งานจะต้องประกอบด้วยส่วน interface ตลอดจนส่วน decoder ข้อมูลที่ส่งมา
จากเครื่อง server และจะสามารถดูข้อมูลภาพเคลื่อนไหวผ่านจอ(อาจเป็นจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรทัศน์ก็ได้)
และรับสัญญาณเสียงออกทางลำโพง (speaker) ส่วนประกอบทางด้านผู้ใช้งาน แสดงดังรูปที่ 3 ส่วน network interfaceทำหน้าที่ถอดรหัสสัญญาณที่เข้ามาและส่งต่อไปยังอุปกรณ์เอาต์พุต(จอและลำโพง)ที่ได้เลือกใช้บริการจากระบบ VOD และยังทำหน้าที่แปลข้อมูลการเลือกของผู้ใช้ (ซึ่งผู้ใช้อาจเลือกผ่านรีโมตคอนโทรลคีย์บอร์ดหรือเมาส์)เป็นสัญญาณที่ใช้สำหรับส่งต่อไปในเครือข่ายอีกด้วยสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในกาสั่งงานของผู้ใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะบริการของระบบ VOD ที่ใช้ เช่น ถ้าใช้บริการ Movies on Demandก็ควรจะเลือกภาพยนตร์และควบคุมฟังก์ชั่นโดยใช้รีโมตคอนโทรลแต่ถ้าใช้บริการในลักษณะ Distance Learning การใช้คีย์บอร์ดดูจะเหมาะสมกว่าเป็นต้น

การให้บริการของระบบ Video on Demand
 (Interactive Services)

ระบบ VOD จะต้องมีความสามารถดังต่อไปนี้
     1.  ความสามารถในการให้บริการ video สำหรับผู้ใช้
       
บริการแต่ละคนได้ตามความต้องการของผู้ใช้
       
ทั้งนี้การให้บริการจะเป็นลักษณะ one-to-one
       
ไม่ใช่ simulcast หรือ broadcast

     2. 
ผู้ใช้งานสามารถควบคุมภาพได้ในลักษณะเดียว
       
กับเครื่องเล่นวิดีโอที่ใช้ตามบ้าน กล่าวคือผู้ใช้
       
ต้องสามารถหยุดชั่วคราว (Pause) กรอกลับ (Rewind)
         
หรือกรอไปข้างหน้า (Forward) ได้ตามต้องการ

     3. 
มีความเร็วการส่งข้อมูลภาพเคลื่อนไหวพร้อมกับเสียง
       
อย่างน้อย 1.5 Mbps สำหรับคุณภาพ MPEG-1 หรือ
       
ระดับ (Video VHS) และ 6-8 Mbps สำหรับคุณภาพ
        MPEG-2 (
หรือระดับ Laser Disc) สำหรับผลรวมของ
       
อัตราการส่งข้อมูลภาพ เสียง และข้อมูลที่ใช้ควบคุม

     4. 
ระบบจะต้องถูกออกแบบให้มีมาตรการรักษา
       
ความปลอดภัยที่ดีเพียงพอเนื่องจากอาจมีข้อมูล
       
ที่สำคัญเก็บอยู่ในระบบ เช่นตัวเลขที่เป็นความลับ
       
ของบริษัท เป็นต้น

         
จากความสามารถของระบบข้างต้น
       
ทำให้ระบบ VOD สามารถนำไปใช้ให้บริการได้มากมาย
บทสรุป

     ระบบ Video on Demand เป็นระบบที่ประกอบด้วย Video Server, เครือข่ายสื่อสารและ Video Client  Video Serverมักเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงมีที่เก็บข้อมูลที่มีความจุและความเร็วสูงเพื่อที่จะเก็บข้อมูลวิดีโอมีส่วนเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่สามารถส่งข้อมูลออกทางเครือข่าย
 
สื่อสารด้วยความเร็วมากพอVOD เป็นเทคโนโลยีที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนาเพื่อให้ได้ระบบหรือมาตรฐานที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป และเนื่องจาก Video on Demandยังเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก ดังนั้น อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบVideo on Demand นั้นจึงยังมีไม่มากนัก และมีราคาแพงอยู่และยังมีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังตัวอย่างเช่นอุปกรณ์ที่ใช้การเข้ารหัส (encode) และถอดรหัส (decode)ซึ่งแต่เดิมเป็นมาตรฐาน MPEG-1 ปัจจุบันได้พัฒนาถึงมาตรฐานMPEG-2 แล้วซึ่งจะให้คุณภาพของภาพเคลื่อนไหวดีขึ้นมาก
อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี VOD มีแนวโน้มที่จะเป็นที่แพร่หลายในอนาคตเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ทั้งในด้านสาระและความบันเทิงสามารถใช้งานได้ง่ายทางด้านผู้ใช้เทคโนโลยี
   
ต่างก็เฝ้าคอยที่จะเห็นเทคโนโลยีนี้พัฒนาขึ้นจนเป็นที่รู้จักและใช้งานกันทั่วไป อันจะมีประโยชน์ต่อสถาบัน
   
องค์กรธุรกิจไปจนถึงในครัวเรือนต่างๆต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้