เมื่อวานได้โอกาสไปเยี่ยม ดร.ดลวนะ ตาเยะที่โรงพยาบาลยะลามาครับ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ท่านต่อสู้กับความเจ็บป่วยให้หายกลับมาเป็นปกติในเร็ววันครับ ท่านพักที่ห้องพิเศษตึกอายุรกรรมชาย

การไปครั้งนี้ก็ทำให้ผมเห็นภาพเดิมๆ ของโรงพยายาลครับคือ จำนวนผู้ป่วยที่ล้นออกมาจากห้องพักรักษา ต้องมีเตียงผู้ป่วยอยู่ที่ระเบียงและริมทางเดิน เห็นภาพนี้แล้วหดหู่ใจจริงๆ อันนี้ยังไม่นับผู้ป่วยนอกที่ทุกๆ วันจะแน่นขนัด จนบางทีผมไปต้องใช้วิธีการยืนรอครับ

ผมกลับมาด้วยความคิดว่า สุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องดูแลและป้องกันครับ การรักษาลำบาก โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงโรงพยาบาลในสามจังหวัด (ใครก็ได้ช่วยที) อย่าป่วยแหละดีที่สุด ผมคุยกับเพื่อนร่วมงานที่ไปเยี่ยมด้วยกันว่า ขนาดเราเห็น เรายังรู้สึกขนาดนี้เลย แล้วหมอ พยาบาลเอาหัวใจที่ไหนมาทำงาน งานที่ล้นมือ ล้นเตียงอยู่ทุกๆ วัน

อย่างกรณีของ ดร.ดลวนะ เป็นตัวอย่างได้เรื่องหนึ่งครับ เพราะครั้งแรกๆ ท่านไปรักษาที่รพ.ยะลา จากนั้นท่านก็กลับมารักษาตัวที่ รพ.อำเภอยะรัง แน่นอนละครับที่นี้คนไข้ไม่เยอะ การดูแลจากแพทย์และพยาบาลก็เต็มที่ ท่านเองก็รู้สึกปลอดโปร่งสบายใจ เพียงแต่ด้วยความเล็กของโรงพยาบาล และขาดเครื่องไม้เครื่องมือ ผู้หลักผู้ใหญ่ไปเยี่ยมก็ไม่ค่อยจะไว้วางใจ สุดท้ายเลยท่านก็เลย (ถูก)ให้ย้ายไปที่ยะลาในที่สุด

เห็นภาพโรงพยาบาลทีไร กลับมาขยันออกกำลังกายขึ้นทันทีเลยครับ ฮิฮิ หลายวันก่อนไปตรวจตามนัดเรื่องกระดูกขาที่หัก คุณหมอเสนอว่า คงไม่ต้องเอาเหล็กออกแล้วละ ปล่อยไว้งั้นแหละ ผมก็ตอบว่า เห็นด้วยครับ ถ้าไมต้องผ่า และไม่เป็นอันตราย เพราะกระดูกขาข้างนี้มันเล็กและเปราะครับ ใส่เหล็กดามไว้ก็คงไม่แปลกอะไร อย่างน้อยก็ได้ลดภาระงานของหมอไปได้อีกงานหนึ่ง ฮิฮิ

จะตอบโจทย์สุขภาพประชาชน ตอบยังงัยดี ความรู้ นิสัย สภาพแวดล้อม สารพัดสาเหตุของปัญหา