การบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์

มีท่านสุภาพบุรุษท่านหนึ่งเรียกพอลล่าว่า "Humanized blogger"

P ไทบ้านผำ
 

@ ตามมาเยี่ยมบันทึกของ Humanized Blogger ครับ 

 

พอลล่าชอบมากๆเลยค่ะ ขอใช้ชื่อนี้เป็นฉายา ตลอดไปและจะนำเรื่องเล่าดีๆ ที่เป็นเรื่องความดี ความงาม ความรัก ความเอื้ออาทร มาฝากทุกๆท่านตลอดไปนะคะ  วันนี้มีเรื่องเล่าจากรพ.ตาคลี มาฝากค่ะ

 

 

       ทุกค่ำคืนยามเงียบสงบ  หลายคนจะถูกปลุกให้สะดุ้งตื่นด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงขว้างปาทำลายข้าวของ ของหญิงวัยกลางคนหนึ่งที่ชื่อว่า ....ป้าสังเวียน....

 

       ป้าสังเวียน อายุ 51 ปี รูปร่างผอมโซ  ไม่สวมเสื้อผ้า  ศีรษะล้าน มีผมเหลืออยู่เป็นหย่อมๆ  สีหน้าเฉยเมย  ไม่พูด  ข้อเท้าซ้ายมีโซ่ตรวนล่ามขังผูกไว้กับเสากลางบ้าน  ลุงดำสามีป้าสังเวียนเล่าว่า  หลังจากที่ลูกชายคนเดียวของลุงดำกับป้าสังเวียนไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯได้ไม่นาน ป้าสังเวียนก็เริ่มป่วยเป็นโรคจิตเภท ลุงดำจึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชในกรุงเทพมหานคร 

 

 

ทุกครั้งที่หมอนัดต้องเสียค่าเหมาจ้างรถในการเดินทางและค่ายาแต่ละครั้งเป็นเงินจำนวนมาก  จนในที่สุด ลุงดำต้องตัดสินใจขายที่นาเพื่อนำเงินมาเป็นค่ารักษาป้าสังเวียน  รักษามานานกว่า  5  ปี จนเงินหมด ไม่มีเงินค่ารถเดินทางและค่ายา  ลุงดำตัดสินใจหยุดพาไปรักษา หลังขาดการรักษาไม่นาน  ป้าสังเวียนเริ่มร้องปวดศีรษะและจะดึงผมจนหลุดติดมือออกมาเป็นกำๆ  บางครั้งเหม่อลอย หัวเราะคนเดียว  พูดคนเดียว   

 

 

 

ช่วง  2-3 ปี ก่อนมาเริ่มไม่พูดจากับใคร  นั่งยิ้มคนเดียวทั้งวัน  ไม่ค่อยกินอาหาร อุจจาระปัสสาวะราดไม่เป็นที่  ไม่ยอมสวมเสื้อผ้า ไม่อาบน้ำ กลางคืนไม่นอนจะส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน เอะอะโวยวาย อาละวาดขว้างปาข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน  วันไหนถ้ามีอาการมากก็จะวิ่งเตลิดออกนอกบ้านจนต้องใส่โซ่ตรวนล่ามขังไว้เพราะกลัวว่า จะถูกรถชน ลุงดำมีชีวิตอยู่ด้วยความรันทดใจ  ทุกวันก่อนจะออกไปประกอบอาชีพรับจ้าง  ต้องจับป้าสังเวียนอาบน้ำ  เตรียมอาหารเช้าและอาหารกลางวันทิ้งไว้ให้ แม้ว่า ป้าสังเวียนกินบ้างไม่กินบ้างก็ตาม กลับจากทำงานจะพบกับสภาพบ้านที่เลอะเทอะไปด้วยข้าวของที่ป้าสังเวียนขว้างปาแม้กระทั่งจานข้าวจนในบ้านแทบไม่มีของใช้เหลืออยู่ อุจจาระ  ปัสสาวะที่ป้าสังเวียนขับถ่ายทิ้งไว้ไม่เป็นที่  ลุงดำรู้สึกเครียดมาก  จึงหันไปเหล้าเครียด  จนทุกวันนี้ ลุงดำกลายเป็นคน....ติดเหล้า...

 

 

 

       ทีมงานสุขภาพจิตและจิตเวช เข้าไปเยี่ยมบ้านเพื่อประเมินอาการพบว่า  ป้าสังเวียนอาการทางจิตกำเริบจากขาดยา  มีหูแว่วภาพหลอน  นั่งยิ้มคนเดียวตลอดเวลา  ไม่สวมเสื้อผ้า  ผมสั้นเป็นรอยเส้นผมถูกดึงติดหนังศีรษะ ข้อเท้าซ้ายถูกล่ามขังด้วยโซ่ตรวน  รอบข้อเท้ามีรอยแผลถูกโซ่บาด  กลิ่นตัวเหม็นสาบ  ไม่พูดโต้ตอบ  รูปร่างผอมโซน้ำหนักตัว  29 กิโลกรัม 

 

 

 

ปัญหาสำคัญของการรักษาป้าสังเวียนคือ ขาดผู้ดูแลให้กินยาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวันที่ลุงดำต้องออกไปประกอบอาชีพรับจ้าง  ป้าสังเวียนจะถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวเพียงลำพัง  นางแมวเป็นเพื่อนบ้านของป้าสังเวียนเล่าว่า ทุกวันนี้อยู่ด้วยความหวาดระแวงกลัวว่า ป้าสังเวียนจะอาละวาดและทำร้ายลูกชายซึ่งเป็นโรคปัญญาอ่อน ลุกนั่งเองไม่ได้ ต้องนอนอยู่ในเปลตลอดวัน อีกทั้งเสียงร้องโหยหวนของป้าสังเวียนก็ทำให้ทุกคนในบ้านตกใจและรู้สึกหวาดกลัว   เราให้ความรู้เรื่องโรคจิต  ความรู้สึกทุกข์ทรมานจากอาการของโรคและวิธีดูแลรักษาผู้ป่วยโรคจิตให้มีอาการสงบด้วยการกินยาต่อเนื่อง

 

 

 

นางแมวฟังแล้วรู้สึกสงสารและเห็นใจลุงดำและป้าสังเวียน  จึงอาสาเป็นผู้ดูแลการกินยาและหาอาหารให้ป้าสังเวียนในช่วงกลางวันที่ลุงดำต้องออกไปรับจ้างนอกบ้าน  เราจัดยาใส่ซองยาหนึ่งซองต่อหนึ่งมื้อให้นางแมวและลุงดำเป็นผู้ดูแลให้ป้าสังเวียนกินต่อหน้าและเก็บซองยาที่กินยาใส่กระป๋องยาเปล่าเพื่อตรวจสอบการกินยาทุก  1 สัปดาห์ นางแมวและลุงดำสามารถดูแลให้ป้าสังเวียนกินยาได้ถูกต้องตามแผนการรักษาหลังกินยา

 

 

ประมาณ  3-4 เดือน  ป้าสังเวียนเริ่มมีอาการทางจิตสงบ  ยังไม่พูดจา แต่สามารถพยักหน้าโต้ตอบได้ ยอมสวมใส่เสื้อผ้า   ไม่ส่งเสียงกรีดร้อง  ไม่เอะอะอาละวาดและขว้างปาข้าวของอีก  นางแมวและเพื่อนบ้านใกล้เคียงสามารถนอนหลับได้อย่างมีความสุขโดยปราศจากเสียงดังรบกวนของป้าสังเวียนอีก ทีมงานได้จัดกลุ่มสนทนาเพื่อปลดโซ่ตรวนป้าสังเวียนร่วมลุงดำ นางแมว  เพื่อนบ้านใกล้เคียงและเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย หลังปลดโซ่ตรวน ทีมงานสุขภาพจิตยังคงติดตามเยื่ยมอาการป้าสังเวียนที่บ้านทุกสัปดาห์

หลังจากป้าสังเวียนมีอาการทางจิตทุเลา  เราเริ่มต้นฝึกป้าสังเวียนทำงานบ้าน  เพียงระยะเวลาไม่นาน ป้าสังเวียนสามารถล้างจาน  หุงข้าว และกวาดบ้านได้  ทุกครั้งที่เยี่ยมบ้าน  ป้าสังเวียนจะแสดงอาการดีใจ  ยิ้มแย้มแจ่มใส ลุงดำเองก็ดูมีความสุขขึ้น  ป้าสังเวียนสามารถเป็นวิทยากรวิทยาทานแก่อสม.เรื่องการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนด้วยการเล่าความรู้สึกและบอกความต้องการของผู้ป่วยจิตเวชที่ถูกล่ามขัง

ประโยคหนึ่งที่ป้าสังเวียนได้สร้างความรู้สึกเป็นสุขและประทับใจแก่ทีมงานผู้ดูแลก็คือ....ขณะถูกล่ามขัง ฉันรู้สึกทุกข์ทรมานมาก เหมือนฉันไม่ใช่คน ถ้าไม่ได้หมอมาช่วย ฉันคงถูกล่ามขังตลอดชีวิต  อยากขอบคุณหมอที่ช่วยให้ฉันหลุดจากโซ่ตรวน....เหมือนได้เกิดใหม่....

รพ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ผู้เขียน

ตอนจบทีมงานตาคลี สรุปว่า ปลดโซ่ได้เพราะ Humanized Healthcare ค่ะ