M@XLearn หรือ ระบบช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนในห้องเรียน และนอกห้องเรียน

“M@XLearn”แหล่งเรียนรู้แบบออนไลน์ใน ม.เกษตร

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน ได้นำระบบ M@XLearn หรือ ระบบช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เข้ามาใช้งานในลักษณะ อี-เลิร์นนิ่ง แล้วเช่นเดียวกันรศ.ยืน ภู่วรวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดฉากสนทนาให้ฟังว่า เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายการก้าวสู่ e-University ของมหาวิทยาลัย การพัฒนาด้านหนึ่งที่อยู่ในแผนพัฒนาและมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญมาก คือ การนำเอา อี-เลิร์นนิ่ง เข้ามาใช้แต่คำจำกัดความของทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ใช้ คือการนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนในแบบปกติ เช่นแผนการสอนออนไลน์ ปฏิทินกิจกรรมการสอน ,รับส่งการบ้านผ่านเว็บ, แบบทดสอบและประเมินผล ระบบจัดการเนื้อหาการสอน ,กระดาษสนทนา, กระดาษข่าวและอื่นๆอีกมากมายระบบเหล่านี้จะช่วยให้การถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้สอนและผู้เรียนไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาและสถานที่ นอกจากนี้ระบบดังกล่าวยังช่วยสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ด้วยตัวเองของผู้เรียนอีกด้วยซึ่งเราเรียกระบบดังกล่าวว่า M@XLearn มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนในรูปแบบอี-เลิร์นนิ่ง เป็นอย่างมาก และดำเนินการปรับปรุงมานานแล้วเนื่องจากมหาวิทยาลัยเราเป็นมหาวิทยาลัยปิด นักศึกษาจึงต้องเข้ามาเรียนในห้องเรียนการนำอุปกรณ์ไอซีทีมาใช้ในรูปแบบ อี-เลิร์นนิ่ง นั้น ทางมหาวิทยาลัยเรียกว่า Learning support system ซึ่งระบบอี-เลิร์นนิ่ง ถือว่าเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ บนโลกไซเบอร์ทำให้เกิดรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ที่สามารถนำอุปกรณ์ เครื่องมือในการสอน เช่นบทเรียนออนไลน์ เป็นต้น เก็บรวบรวมไว้บนเครือข่ายของมหาวิทยาลัยทำให้นักศึกษาสามารถติดต่อกับอาจารย์ หรือเข้าไปดาวโหลดข้อมูลได้ทันทีระบบ M@XLearn ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นระบบที่มีการพัฒนาการใช้งานมาตลอดระยะเวลา 5 ปี ซึ่งถือเป็นระบบออนไลน์ที่ใช้งานได้ดีมากทางมหาวิทยาลัยจึงใช้ระบบดังกล่าวเป็นหลักขณะเดียวกันได้ส่งเสริมให้ทางมหาวิทยาลัยอื่นๆ รวมถึงสถาบันราชภัฎและองค์กรรัฐวิสาหกิจอีกหลายแห่ง นำระบบดังกล่าวไปใช้เช่นกันนอกจากนี้แล้วระบบดังกล่าวยังช่วยให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในวิทยาเขตอื่นที่อยู่ในการดูแล เช่นวิทยาเขตบางเขน วิทยาเขตศรีราชา วิทยาเขตกำแพงแสน วิทยาเขตสกลนครวิทยาเขตสุพรรณบุรี สามารถแบ่งปันทรัพยากรการเรียนการสอนให้มีมาตรฐานเดียวกันได้โดยเป็นการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายระหว่างวิทยาเขตสามารถถ่ายทอดสดแบบวีดีโอสตรีมมิ่งได้ทำให้นักศึกษาของอีกวิทยาเขตหนึ่งสามารถนั่งเรียนไปด้วยพร้อมๆ กัน หรืออาจจะมากกว่า 2 ที่ก็ตาม เป็นต้นรศ.ยืน กล่าวต่อไปว่าทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังไม่มีการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนผ่านอี-เลิร์นนิ่งเต็มรูปแบบโดยที่นักศึกษาไม่ต้องเข้ามานั่งเรียนในห้องก็สามารถรับปริญญาบัตรได้เนื่องจากยังเป็นระบบปิดอยู่ ดังนั้น การนำระบบ อี-เลิร์นนิ่งมาใช้ในมหาวิทยาลัยนั้นถือเป็นการนำมาเพื่อช่วยในเรื่องของการเรียนการสอนที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีประสิทธิลดต้นทุน ที่สำคัญ คือ การแบ่งปันทรัพยากร และควบคุมให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับการวางระบบและการบริหารงานทางมหาวิทยาลัยมีหน่วยงานกลางทางด้านเทคนิค คือ สำนักบริการคอมพิวเตอร์มีหน้าที่ในการดูแลในเรื่องเทคนิคทั้งหมด คอยสนับสนุนในเรื่องการเรียนการสอนและคอยอัพเดตข้อมูลตลอดเวลา เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ นอกจากนั้นยังมีศูนย์ข้อมูลกลางขณะเดียวกันยังมีการฝึกอบรมให้กับอาจารย์ ในการทำสื่อการนำข้อมูลมาลงในระบบเครือข่ายและอาจารย์ก็ต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเองทั้งหมดที่เป็นเนื้อหาวิชาที่ลงไปนอกจากนั้นยังมีสิทธิในการอนุมัติให้นักศึกษาเข้ามาลงเรียนเพิ่มได้ตามเห็นสมควรปัจจุบันนิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถือเป็นนักศึกษายุคใหม่ที่เรียกว่า e-student เพราะมีโน้ตบุ๊กใช้กันแล้วประมาณ 30,000 เครื่อง ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การเรียนการสอนเกิดความคล่องตัวมากขึ้นและปัจจุบันเนื้อหารายวิชาที่เปิดสอนก็จะนำมาลงในระบบเครือข่ายออนไลน์นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดไฟล์เอกสารไปเรียนได้ทันทีซึ่งเป็นความพยายามของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่จะพัฒนาให้เกิดชุมชนระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ในไซเบอร์สเปซที่สามารถติดต่อกันได้ 24 ชั่วโมงความแตกต่างที่ชัดเจน คือ เราไม่เรียกว่าอี-เลิร์นนิ่ง แต่เรียกว่า Learning support system เพราะนักศึกษาจะต้องมาเจอหน้าหน้าอาจารย์และต้องมาเรียนในห้องเรียนที่มหาวิทยาลัยตามปกติแต่อาจารย์กับนักศึกษาจะมีโลกไซเบอร์สเปซที่เชื่อมโยงถึงกันสามารถมาทำงานร่วมกันด้วยเว็บสนทนาและทุกรายวิชาที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยระบบดังกล่าวก็จะเข้าไปช่วยในการสนับสนุนในเรื่องการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นซึ่งได้ผลตอบรับจากนักศึกษาเป็นที่น่าพอใจรองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังให้แง่คิดเสริมด้วยว่า การพัฒนาด้านอี-เลิร์นนิ่งในสถาบัน ไม่อยากให้คำว่าอี-เลิร์นนิ่ง เป็นเพียงแฟชั่นแต่ควรพยายามนำเอาไอซีทีเข้าไปช่วยในการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าคุ้มราคา เรียนรู้ได้มาก และเร็วอย่างไร ที่สำคัญเราจะต้องแข่งขันกับอีกหลายประเทศและมหาวิทยาลัยต่างๆ เราจึงต้องนำ อี-เลิร์นนิ่งเข้ามาช่วยในเรื่องการลดช่องว่างการเข้าถึงวิชาการทางด้านการศึกษา เช่นมหาวิทยาลัยอเมริกามีอะไรใช้ เราก็ต้องมีใช้เหมือนกันในอนาคตทางมหาวิทยาลัยต้องการสร้างสังคมของการเรียนรู้ระหว่างนักศึกษากับนักศึกษาและนักศึกษากับอาจารย์ นอกจากนั้น มีโครงการที่จะเปิดหลักสูตรไอซีทีกับการเรียนรู้โดยเปิดให้ครูจากโรงเรียนต่างๆเข้ามาเรียนรู้ระบบอี-เลิร์นนิ่ง ของทางมหาวิทยาลัยแต่ต้องเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยด้วยเหมือนกันหลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรทดลองจึงเปิดเฉพาะอาจารย์เท่านั้นแต่หากประสบความสำเร็จ ในอนาคตทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อาจจะเปิดหลักสูตรอี-เลิร์นนิ่ง เต็มรูปแบบให้กับนักศึกษาปริญญาตรีที่ไม่มีเวลามาเรียนในห้องเรียนหรืออยู่ห่างไกลก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน

 

"M@XLearn แหล่งเรียนรู้แบบออนไลน์ใน ม.เกษตร" เข้าถึงข้อมูลได้ที่ : www.ds20771.th.gs/web-d/s20771/sriracha.doc  เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2552