Backward Design

Backward Design

การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของครูและการพัฒนาตนเองให้มีความสามารถและมีคุณลักษณะของครูมืออาชีพ การเรียนรู้และการทำงานของครูต้องไม่แยกจากกัน ครูควรมีโอกาสเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้ของครูเกิดจากการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับเพื่อนครู ผู้เชี่ยวชาญ ศึกษานิเทศก์ แล้วนำความรู้เหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนของตน การไตร่ตรอง ทบทวน พัฒนา ปรับปรุง เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของครู ทำให้เกิดความเข้าใจผลของการลงมือปฏิบัติ แล้วนำผลการปฏิบัตินั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้และ เผยแพร่ต่อผู้อื่น

การนำแนวทางการพัฒนาของครูจะช่วยให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนรู้ในโรงเรียน เกิดผลโดยตรงต่อการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนานักเรียน ให้มีคุณลักษณะ เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ สามารถคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์ มีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร

ที่มาของBackward Design

ปัญหาจากการสอบแบบ multiple Choices : teach test and hope for the best! สอนเพื่อให้ผู้เรียนจำ ไม่ใช้เข้าใจ l การวัดประเมินผล มุ่งวัดประเมินว่า ผู้เรียนจำอะไรได้บ้างจากสิ่งที่ครูบอก เล่า ให้ฟัง หรือ อ่านมา ไม่สอดคล้องกับชีวิตจริง การสอนของครูสอนแบบอ้างถึงความรู้ teaching by mention ผู้เรียนไม่ได้ลงมือปฏิบัติ

หลักการของBackward Design

กระบวนการออกแบบถอยหลังกลับ (Backward Design) ของ Wiggins และ McTighe เริ่มจากคิดทุกอย่างให้จบสิ้นสุดจากนั้นจึงเริ่มต้นจากปลายทางที่ผลผลิตที่ต้องการ (เป้าหมายหรือมาตรฐานการเรียนรู้) สิ่งนี้ได้มาจากหลักสูตร เป็นหลักฐานพยานแห่งการเรียนรู้ ( Performances) ซึ่งเรียกว่า มาตรฐานการเรียนรู้ แล้วจึงวางแผนการเรียนการสอน ในสิ่งที่จำเป็นให้กับนักเรียนเพื่อเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่การสร้างผลงานหลักฐานแห่งการเรียนรู้นั้นได้

ขั้นตอนการออกแบบหน่วยการเรียนรู้Backward Design
1 กำหนดหน่วยเรียนรู้ที่ต้องการ Identify desired result
2 กำหนดหลักฐานการเรียนรู้ Determine acceptable evidence
3 ออกแบบการเรียนรู้ Plan learning experiences and instruction

 

บทสรุปของBackward Design

ข้อค้นพบประการสำคัญของ Backward Design ก็คือ
* เป็นกระบวนการของการทบทวนและขัดเกลา (Review and Refine) ในเรื่องของการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ดูเหมือน ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อน แต่ในความไม่ยุ่งยากซับซ้อนนั้น คือการยุทธศาสตร์ของการปรับเปลี่ยน กระบวนการออกแบบการจัดเรียนรู้ยุคใหม่ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์อย่างเข้มข้นจริงจัง

มีคำกล่าวถึง เรื่อง Backward Design ไว้น่าสนใจ ดังนี้

การคิดสร้างสรรค์ ของการใช้หน่วยการเรียนรู้ของกระบวนการวางแผนด้วย Backward Design มิใช่ความมหัศจรรย์ยิ่งใหญ่ที่สะดวกสบายหรือ เป็นกระบวนการง่ายๆ หากแต่มันคือสิ่งหนึ่งที่หยิบยกขึ้นมาพิจารณากันใหม่ ที่ทุกคนจะต้องกลับไปผ่าให้ทะลุเข้าไปในแผนผังหลักสูตรแล้วทำการปรับปรุง กระบวนการและขัดเกลาตลอดเวลาเมื่อท่านผนวกบางสิ่งบางอย่างลงไปใน ส่วนการวางแผนการจัดการเรียนรู้ของคุณ