เนื่องด้วยในบันทึก บัวบัวบัวบัว @ 175606  (4 บัว/บัวสี่เหล่า)   คุณรัตนา ได้อีเมลมาถึงผู้เขียน และได้ขอให้ช่วย ตั้งชื่อ (ลูก?) หรือตั้งชื่อตัวเองใหม่ก็แล้วแต่ ดังนี้

ชื่อ: รัตนา
อีเมล: ratana.ttt@....

หัวเรื่อง: ความสามารถอันสูงส่งจึงมีเรื่องขอความกรุณา

ข้อความ:
   เห็นกลอนที่คุณกวินแต่งแล้วชอบมากดิฉันจะนำไปสอนลูก ซึ่งปกติเราจะเปรียบเทียบให้เค้าฟังแค่..เราจะเป็นบัวเหล่าไหนใน 4 เหล่าเท่านั้นแต่ตอนนี้ ไฮโซขึ้นมาอีกคะ ...(สอนเป็นกลอน) จึงขอความกรุณา ช่วยตั้งชื่อที่ไม่มีสระและ แปลว่าน้ำ ถ้ามีอักษร ด ต ถ ท ธ น ด้วยก็จะดีคะ คือเกิดวันจันทร์คะ     ขอบพระคุณล่วงหน้านะคะ

ขอขอบคุณคุณรัตนา ที่เข้ามาอ่านบทประพันธ์ของกวินนะครับ และรู้สึกดีใจมากๆ ที่ทราบว่า คุณรัตนาจะนำคำประพันธ์ ของกวินไปสอนลูกด้วย กวินรู้สึกปลื้มมากๆ รู้สึกลึกๆ ว่าคำประพันธ์ธรรมดาๆ ก็ยังพอที่จะมีประโยชน์อยู่บ้างสำหรับผู้ที่ให้ความสนใจ  กวินขอทำนายว่า โตขึ้นหนูน้อย ลูกของคุณรัตนา จะต้องเป็นคนที่มี จิตใจที่งดงาม และเป็นคนดี อย่างแน่นอน (เพราะมีคุณแม่ใจดีที่คอยสั่งสอนอบรม) สำหรับเรื่องการตั้งชื่อนั้น จะลองนิมนต์พระอาจารย์ ผู้มีความรู้มาช่วยตั้งให้นะครับ เพราะกวินไม่มีความรู้ในด้านนี้ คือมีความสามารถที่จะ หาศัพท์บาลี สันสกฤต ที่มีความหมายแปลว่า น้ำได้ แต่ไม่มีความรู้ว่ามันจะถูกโฉลกกับผู้ที่จะใช้หรือไม่อย่างไรอนึ่งขอ นำจดหมายของคุณ รัตนา มาเผยแพร่ในที่สาธารณะ เพื่อว่ามีผู้รู้มาช่วย ตั้งชื่อ นะครับ อีกทั้งเป็น ตัวอย่างที่ดีสำหรับพ่อแม่ ว่าด้วยเรื่อง ความสนใจใฝ่รู้ ในทางธรรมะและนำไปสั่งสอนอบรมลูก กวินขอชื่นชมคุณรัตนา เช่นกันครับ

กวินขอชมว่าชื่อว่า รัตนา นั้นมีความหมายดีมากๆ  ด้วยว่า ศาสตราจารย์ สุทธิวงศ์ พงษ์ไพบูลย์ ได้อรรถาธิบาย ไว้ในหนังสือ บาลีสันสกฤตที่สัมพันธ์กับภาษาไทย ความว่า คำบาลีบางคำนั้นมีอรรถลึกซึ้งมากกว่าอักษรที่ปรากฏยิ่งนักเช่นคำว่า รัตนะ ซึ่งเราใช้เป็นสัญลักขณ์ของพุทธศาสนา ว่า รัตนตรัย นั้น ถ้าใครแปลว่า แก้่ว 3 ประการก็เรียกได้ว่าแปลแบบดาดๆ ใครแปลว่าประเสิรฐก็สูงขึ้นมาหน่อย แม้นตีความไปถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า ก็ยังอยู่เพียงผิว หาได้เจาะลึกถึงอรรถ ที่สมบูรณ์ไม่ เพราะมีอรรถาธิบาย ที่มาของคำว่า รัตนะไว้ว่า รตนะ ทั้ง 3 แต่ละอักษรย่อมมีความหมายอันกว้างดังที่ท่าน โมคคัลลายนเถระ วัดเชตวันวิหาร กรุงโปโลนนรุวะ แห่งเกาะลังกา ได้อธิบายไว้ใน คัมภีร์ปาลินิฆัณฑุ ว่าดังนี้คือ

มาจาก รมุ ธาตุ (Prefix) เหตุที่นำตัวอักษรนี้มาเป็นคำสำคัญของพุทธศาสนานั้นท่านอธิบายเป็นคาถา ว่า รมิตพฺพํ รมนฺติ เอตฺถาติ รํ แปลว่า เพราะชนทั้งหลายย่อมยินดีซึ่งวัตถุอันอริยบัณฑิตพึงยินดีในหมวด 3 แห่งปูชนียวัตถุนี้ เหตุนั้น รตนตรัย จึงได้นามว่า ระ

  มาจาก ตร ธาตุ (Prefix) ในความว่า ข้าม  เหตุที่นำตัวอักษรนี้มาเป็นคำสำคัญของพุทธศาสนานั้นท่านอธิบายเป็นคาถา ว่า อตฺตานํ ภชนเต อุปเสวนฺเต สํสารมหณฺณวโต วา ตาเรตีติ ตํ แปลว่า หมวด 3 แห่งปูชนียวัตถุใดย่อม ยังชนผู้คบให้ข้ามพ้นทุคติและห้วงมหรรณพ คือ สังสารวัฏ เหตุนั้น หมวด 3 แห่งปูชนียวัตถุนั้นได้นามว่า ตะ

มาจาก นิ ธาตุ (Prefix) ในความว่า ให้ถึง เหตุที่นำตัวอักษรนี้มาเป็นคำสำคัญของพุทธศาสนานั้นท่านอธิบายเป็นคาถา ว่า อตฺตานํ อนุสฺสรฺเต สุคตินิพฺพานานิ เนตีติ นํ แปลว่าหมวด 3 แห่งปูชนียวัตถุใดย่อม นำชนผู้ระลึกถึงตนไปสู่สุคติและพระนิพพาน เหตุุนั้นหมวด 3 แห่งปูชนียวัตถุนั้นจึ่งได้นามว่า ตะ

เมื่อนำเอา อักษร ทั้ง 3 ตัวมาประกอบกันแล้วได้เป็น "รตน" คำนี้จึ่งมีอรรถลึกซึ้งยิ่งนักนี่เป็นตัวอย่างที่สนับสนุนว่า คำ ปาลี สํสกฤตฺ มี อรรถที่ลึกซึ้ง(1)


ปล. ท่านผู้อ่านท่านใด มีความรู้เรื่องการตั้งชื่อ ก็สามารถ แนะนำไว้ได้ ณ ที่นี้ขอขอบคุณครับ


อ้างอิง
(1) สุทธิวงศ์ พงษ์ไพบูลย์. บาลีสันสกฤตที่สัมพันธ์กับภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช , 2523.