สภาการศึกษาเตรียมเสนอ 4 แนวทางการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เผยแพร่ให้ครูทั่วประเทศ 6 แสนคนได้นำไปใช้ ดีเดย์ชงเรื่องให้ "อดิศัย" กดปุ่มปฏิวัติการสอนพร้อมกันทั่วประเทศ จากนั้นให้นักเรียนและเพื่อนครูประเมินผลการสอนส่งมาที่ สกศ.เพื่อชิงรางวัล จูงใจครูเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนใหม่
ร.ต.อ.วรเดช จันทรศร เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สกศ.อยู่ระหว่างการรวบรวมแนวทางการสอนของครูที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญที่ผู้เรียนมีความสุข เพื่อนำไปเผยแพร่ให้กับครูทั่วประเทศ 6 แสนคนนำไปใช้ในการสอน โดยปรับจากรูปแบบการสอนของครูต้นแบบ ครูแห่งชาติ ให้สอดคล้องกับบริบทและสังคมไทย ที่สำคัญต้องทำให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียน
ทั้งนี้โครงการวิจัยและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้อยู่ 4 กลุ่ม 15 รูปแบบ คือ กลุ่มที่ 1 รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบพัฒนากระบวนการคิดและการจัดการ ซึ่งแบ่งเป็นการพัฒนาด้วยการใช้คำถาม, แบบโฟร์แมสซิสเต็ม, แบบวิทยาศาสตร์, แบบส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์, แบบโครงงาน และแบบพีดีซีเอ กลุ่มที่ 2 รูปแบบการจัดการกระบวนการเรียนรู้แบบใช้ประสบการณ์จริง แบ่งเป็นแบบประสบการณ์, แบบโครงงาน, แบบเน้นการปฏิบัติ, แบบร่วมมือ และแบบสื่อการเรียนรู้
กลุ่มที่ 3 รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ แบ่งเป็นแบบบูรณาการสู่สาระการเรียนรู้, แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา และกลุ่มที่ 4 รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้จากแหล่งวิทยาการ แบ่งเป็นรูปแบบจากแหล่งการเรียนรู้, แบบระบบนิเวศในนาข้าวและแปลงผัก
เลขาธิการ สกศ. กล่าวต่อว่า สกศ.จะกำหนดวันดีเดย์ให้ครูเปลี่ยนพฤติกรรมการสอน โดยจะมีนายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกดปุ่มและทำการสอนพร้อมกันทั่วประเทศ หลังจากเผยแพร่รูปแบบการสอนครูต้องเลือกเอารูปแบบใดรูปแบบหนึ่งในการสอนนักเรียน จากนั้นให้นักเรียนและเพื่อนครูประเมินการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการสอนในครั้งนั้นว่าเป็นอย่างไร และส่งผลประเมินนั้นกลับมาที่ สกศ.เพื่อคัดเลือกรับรางวัล คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้
"ผมมั่นใจว่ารูปแบบการสอนของครูแบบใหม่ที่ สกศ.จะเผยแพร่ให้กับเพื่อนครูทั่วประเทศ จะเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดการปฏิวัติการเรียนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนมีความสุขและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือกับเพื่อนครูเป็นอย่างดี" เลขาธิการ สกศ. กล่าวทิ้งท้าย
อนึ่ง สกศ.มีข้อมูลว่าปัจจุบันมีครูจำนวนมากที่สอนโดยไม่ได้ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ทั้งๆ ที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ระบุไว้ แต่สอนตามความเคยชินที่มีกันมาช้านาน จึงได้คิดโครงการดังกล่าวขึ้น โดยมุ่งหวังว่าเมื่อนำวิธีการสอนแนวทางใหม่เผยแพร่ไปสู่สาธารณะในวงกว้างแล้ว จะทำให้เพื่อนครูทั่วประเทศนำไปใช้ และครูสอนเด็กแบบยึดผู้เรียนเป็นสำคัญมากขึ้น