ขอเสียงอธิษฐานนี้จงครางกระหึ่มก้องไป ให้แสนไกล เหมือนเสียงฆ้องที่ว่ากันว่า ดังไปถึงสวรรค์

 ระยะนี้ มีสมาชิกหลายท่านในGotoknow เขียนเรื่องราวถึงประเทศอินเดีย ผู้เขียนก็ติดอ่านเสมอๆ เกือบจะครบหนึ่งปีแล้ว ที่ผู้เขียนจากประเทศอินเดียมา และความตั้งใจ ที่อยากจะไปเป็นอาสาสมัครที่กุสินาราอีก ก็ยังไมมีโอกาส

เพราะครั้งนั้น ผู้เขียนไปแบบส่วนตัว หาค่าใช้จ่ายเอง และใช้วันลาพักผ่อนที่มีทั้งหมดสะสมไว้ จนได้ไปนานถึง ๔๓ วัน ได้ท่องแดนพุทธภูมิ ที่ชาวพุทธปรารถนาทุกประการ

   สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกแจ่มชัดในความทรงจำเสมอ ก็คือได้ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ทำวัตรเช้าเย็น ไม่เคยขาดเลย แม้บางครั้ง ที่พระคุณเจ้าจะติดภารกิจ เหลืออยู่ในวัดเพียงสองสามรูป ผู้เขียนก็ยังไปสวดมนต์ด้วย ทำให้รู้ว่า คนน้อยนั้น จะทำสิ่งใด ดูเหนื่อยและความพร้อมเพรียงก็ต้องเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ

 สวดมนต์สามคน ถ้าใครหยุดหรือสะดุด จะล่มเอาง่ายๆ แต่ผู้เขียนก็ผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว

    อีกสิ่งหนึ่ง ที่ได้รับการสั่งสอนมาจากท่านพระราชรัตนรังษี ก็คือการตีฆ้อง หลังสวดมนต์เสร็จ จะต้องตีฆ้องสามครั้ง ท่านว่าตีให้ดังไปถึงสวรรค์ จากนั้นท่านก็สอนว่า ตีฆ้องต้องให้ฆ้องนั้นคราง หงึ่งๆๆๆๆๆๆ จนเกือบจะแผ่วหาย จึงให้ตีครั้งที่สอง.....และสาม แบบนี้

    ผู้เขียนมักจะนั่งสวดมนต์ ใกล้ฆ้อง และอยู่ท้ายสุด เนื่องจากเป็นฆาราวาส ดังนั้นจึงได้มีโอกาส ในการตีฆ้องบ่อยๆ จนพระคุณเจ้าทั้งหลาย บอกว่า "คุณหมอบุญรุ่ง ตีฆ้องไพเราะมาก  อย่างนี้ ต้องดังถึงสวรรค์เทวดาได้ยินกันทั่ว"

  ได้มาเรียนรู้ การตีฆ้องที่ประเทศอินเดีย เป็นการตีด้วยจิตสมาธิ เพราะเมื่อลงมือตี ใจต้องจดจ่อฟังเสียงคราง จนได้ระดับเสียงที่พริ้วแผ่ว จึงลงมือตีครั้งต่อไป เสียงครางหงึ่งๆนั้น เหมือนจะตรึงความรู้สึกหยุดนิ่งเอาไว้ เป็นการฝึกสมาธิระยะสั้นๆไปในตัว

  ไปอินเดียคราวที่แล้ว เหมือนเป็นโชคอนันต์ ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่คิดถึงครั้งใด ก็จะมีเรื่องราวผุดขึ้นมามากมาย เหมือนเปิดสมุดบันทึกทีละหน้าๆ

  ได้แต่ตั้งใจอธิษฐานไว้ ขอให้ได้ไป ณ ดินแดนมหัศจรรย์ แห่งนี้อีกไปทำสิ่งดีๆ ได้โดยไม่มีเงื่อนไข เท่าที่จะทำได้ ขอเสียงอธิษฐานนี้จงครางกระหึ่มก้องไป ให้แสนไกล เหมือนเสียงฆ้องที่ว่ากันว่า ดังไปถึงสวรรค์ ให้เป็นเช่นเดียวกันด้วยเทอญ

Teekong

เสียงฆ้อง ที่ก้องไปไกล ถึงสวรรค์