เสียค่าปรับไม่เท่าไหร่ แต่อดสูแก่ใจตลอดทาง เลนซ้ายยังกะผิวดาวอังคาร จะวิ่งได้คงต้องเป็น "ยาน" ไม่ใช่ "รถ"

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้เดินทางกลับต่างจังหวัดไปเยี่ยมตาที่ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล  ด้วยความรีบเร่ง ประกอบกับสภาพถนนในเลนซ้ายสุดเต็มไปด้วยรอยปูดปะ  และไม่คิดว่าจะมี "อะไร" ผู้เขียนจึงวิ่งเลนกลาง และเลนขวาสุดบ่อยครั้ง

อาจจะดูเหมือนแก้ตัว  แต่หากท่านต้องรีบเดินทาง เห็นถนนเลนไหนว่างก็ต้องไป พอดี(ดวงคงซวย)เข้าล็อคสายตาท่านทางหลวงแถวๆ สระบุรี ซึ่งคาดว่าจะตั้งด่านเป็นประจำ ถนนสามเลนนั้น ถูกกั้นด้วยกรวยให้เหลือ 1 เลน ขวาสุด และท่านก็เรียก "ขับรถเลนขวาสุดนะครับ ไปเสียค่าปรับที่ร้อยเวรตรงนั้นเลยครับ" ตรงนั้นคือริมถนน มีโต๊ะเก้าอี้พร้อมชายหญิงคู่หนึ่ง "นอกเครื่องแบบ" เสียด้วย กะลังออกใบเสร็จให้กับคนร่วมซวยของรถคันอื่นๆ ยื่น200 รับยัดเข้ากระเป๋าใบเขื่อง ออกใบเสร็จ ท่านก็ปล่อยไป...

1. ก็รู้นะครับว่าเรานะผิดที่ไม่ค่อยวิ่งชิดซ้าย  แต่เลนซ้ายมันเหลือทน รถในท้องถนนก็ไม่มีเท่าไหร่ เพราะเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ แล้ว เราก็ขับประมาณ110-120 คันไหนวิ่งจี้ เราก็หลบให้    แต่แค่ "เตือน" กันก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ ร้อยทั้งร้อย นอกจากรวยจัดๆ เส้นใหญ่สุดๆ ไม่มีใครวิ่งขวาตลอดหรอกครับ

2.  ไอ้ข้อหาขับเลนขวาเนี่ย  มันใช้หากินได้ตั้งแต่อดีตไปจนชาติหน้าเลยเหรอครับ  ประเทศนี้ ต้องเสียค่าปรับอย่างเดียว ไม่มีการเตือน อย่างนั้นเหรอครับ   แล้วที่เคยได้ยินบิ๊กสีกากีท่านหนึ่งออกข่าวว่า จะแก้กฎหมาย ไม่ให้จับรถวิ่งขวาอีก  เงียบไปไหนเหรอ ถึงไหนแล้วครับ 

3. การที่เจ้าพนักงานจะตั้งด่านเพื่อตั้งหน้าตั้งตาเปรียบเทียบปรับอย่างนี้ พฤติกรรมจะเข้าข่าย ป.อาญา ม.148(ข่มขืนใจให้ประชาชนจ่าย) + ม.157(ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ)  หรือเปล่าครับ

หรือตำรวจดีๆ มีแค่หน้าเทศกาล ในบางพื้นที่ และในคดีเด็ดเท่านั้น 

ขอประทานโทษท่านตำรวจดีจริงทั่วประเทศ 

ปล. กะว่าจะเขียนชมท่านเรื่องนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง แต่...คงได้แค่นี้แหละ