๑. รำลึกถึงพระคุณครูในงานคืนสู่เหย้า 97 ปี สตรีนครสวรรค์


รำลึกถึงพระคุณครูในงานคืนสู่เหย้า 97 ปี สตรีนครสวรรค์

มีโอกาสได้กลับไปเยือนถิ่นเดิมอีกครั้งเนื่องในโอกาสงานสังสรรค์   คืนสู่เหย้า 97 ปี  สตรีนครสวรรค์   หลังจากเดินก้าวออกจากรั้วน้ำเงิน- เหลือง เมื่อหลายปีก่อน ….คาดเดาวัยของผู้เขียนได้ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ
  

                    
                                              
 

            

ย้อนหลังไปเมื่อสักสิบปีก่อน  หากถูกถามถึงอายุก็รู้สึกเฉยๆ นะ  ตอบได้ทันทีโดยไม่ลังเล  แต่มาระยะหลังเจอคำถามนี้บ่อยๆ ชักไม่อยากตอบแฮะ
…. เลี่ยงไปตอบอายุงานแทนเลยเป็นไง



                                                      

                                   
 


ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 
2 ที่ได้ไปเยือนโรงเรียนฯเก่าอย่างเป็นทางการ  นับระยะห่างจากครั้งแรกก็นับสิบปี (เอ....หลายสิบแล้วนะ)  คือไปศึกษาดูงานศูนย์ ERIC พบครูอาจารย์หลายท่าน ….ท่านคงจำศิษย์เก่าคนนี้ได้เพราะวีรกรรมในอดีตก็เฮี้ยวพอดู…. เพียงแต่ไม่เอ่ยออกมาให้สะเทือนใจทั้งผู้พูดและผู้รับฟัง   ยกเว้นอาจารย์บรรณารักษ์ท่านหนึ่งแค่หลุดคำถามออกไปว่า  อาจารย์จำหนูได้หรือเปล่าคะ  คำตอบที่ได้ยินทำเอาอายแทบมุดดินหนี   ดีนะที่ไม่มีบุคคลที่ 3-4 อยู่ด้วย  ท่านตอบว่า  ได้ซิ ก็ตัวเองโดดเรียนมาขลุกอยู่ที่นี่เป็นประจำ   แต่ตอนนี้ก็ก้มหน้ารับสภาพได้แล้วค่ะและยินดีเล่าเป็นอุทาหรณ์ให้กับลูกศิษย์ฟังเพื่อเป็นบทเรียนเตือนสติพวกเขาให้หันมาสนใจต่อการเรียนมากยิ่งขึ้น  กรรมตามสนองเร็วทันใจดีจริง

        



                                                                    
                                                     

 

 เพื่อนวัยมัธยมฯ น่ารักมาก  พวกเราคบกันแบบใสซื่อ  มีความรักและความจริงใจให้กันโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง  ก่อนปีใหม่ได้รับโทรศัพท์หลายสาย   อำกันไป - อำกันมา ต่างก็ไม่ยอมรับว่าจำเสียงของอีกฝ่ายไม่ได้   รับได้ไง…..เสียฟอร์มหมด …..คลุกคลีกับการสอนเด็กมัธยมฯ มาเนิ่นนานเลยทำให้ติดนิสัยของวัยนี้ไปโดยปริยาย  หากไม่ทันกันแล้วจะสอนกันได้ไงล่ะคะ   สมัยนั้นหัวหน้าสถานศึกษามีตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่  คุณครูแต่ละท่านก็เคร่งครัดต่อระเบียบวินัย  จะมาส่งเสียงอึกทึกหรือต่อปาก- ต่อคำเหมือนครูกับศิษย์ดังยุคปัจจุบันไม่ได้เด็ดขาด  ที่กล่าวเช่นนี้เพราะมีประสบการณ์ตรงไงคะ   โดนไม้เรียวฟาดก้นไปเรียบร้อยแค่ส่งเสียงเกินระดับเดซิเบลที่คุณครูกำหนด  แถมอีก 1  รอบที่กล่าวคำไม่ไพเราะออกมา   รู้สึกชื่นชมคุณครูทั้งหลายที่พยายามปรับแต่งอบรมจนได้ผลผลิตออกมาแม้จะไม่เหมือนกับแท่นพิมพ์เป๊ะ    เนื่องจากวัตถุดิบบางส่วนได้อุณหภูมิไม่คงที่จึงออกมาบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย  แก๊งค์ของพวกเรา  ซ่าอยู่ได้แค่ในโรงเรียน  โดดเรียนไปเล่นปิงปองบ้าง  หลบคุยกับเพื่อนในห้องสมุดบ้าง  แอบสวยเล็กๆ  ด้วยต่างหูและกระโปรงนักเรียนที่ยาวกว่ากำหนดบ้างเล็กน้อย….แค่นั้นจริงๆ   ไม่กล้าโดดข้ามรั้วไปพ้นเขตโรงเรียนเนื่องจากผู้คนละแวกนั้นจะโทรฯบอกทางโรงเรียน ซึ่งฝ่ายปกครองก็จะส่งคนไปรับกลับมาพร้อมเชิญผู้ปกครองมากล่าวตักเตือน /ทำทัณฑ์บน /พักการเรียนหรือให้ออกก็แล้วแต่กรณีของความผิด   เด็กสมัยนั้นไม่ค่อยได้โอกาสแก้ตัวมากนัก  ก็เลยส่งผลให้นักเรียนเกรงกลัวกับกฎเกณฑ์เหล่านั้น   แหมกว่าจะสอบเข้าไปเรียนที่นี่ได้  ต้องผ่านกระบวนการสอบคัดเลือกกับคู่แข่งเป็นพันๆ หากต้องถูกให้ออกหรือย้ายกลางคัน  เสียหน้าหมดซิจ๊ะ   แต่ยุคปัจจุบันดูเหมือนว่าจะให้โอกาสมากเกินไป  เอื้ออาทรมากเสียจนเด็กขาดความรับผิดชอบ  กลายเป็นภาระต่อสังคมและประเทศไปเลย



                                           
                                         

 

 

 

        
รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบเพื่อนๆ  ใครจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหนเดี๋ยวก็รู้   ใจจรดจ่อรอเวลานัดหมาย จริงๆแล้วเขาเชิญให้มาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม  ใครจะทิ้งหน้าที่และความรับผิดชอบมาร่วมกิจกรรมได้ล่ะคะ  ขาดผู้ร่วมงานอย่างเราไปสักคนงานเขาคงดำเนินไปได้ราบรื่นอยู่แล้ว ไม่ใช่บุคคลสำคัญนี่นา  จึงไปร่วมงานราตรีคืนสู่เหย้า 97 ปี สตรีนครสวรรค์  คืนวันที่ 31 มกราคม ซึ่งสะดวกกว่าและไม่เสียงานส่วนรวมด้วย   ขับรถไปถึงบ้านเพื่อนเวลาสี่โมงเย็น  มีเพื่อนทยอยมารอกันที่นี่สัก 5-6 คน  รอกันไปรอกันมา  เพื่อนคนหนึ่งกล่าวติดตลกว่า  ไม่ต้องไปงานหร็อก  สั่งอาหารมากินกันที่นี่ดีกว่า….ได้ไงเล่า เดี๋ยวอาหารเขาเหลือเสียดายแย่เลย   การไปงานเลี้ยงแบบนี้  อย่าคิดว่าจะได้รับประทานอาหารได้เต็มอิ่ม   ไม่ใช่ว่าอาหารน้อยไม่พอ แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้รับประทานอาหารต่างหากเล่า   เพื่อนโต๊ะนั้นเรียกที  โต๊ะโน้นดึงไปที….ท้องกิ่วกันพอดี….จุดประสงค์หลักของศิษย์เก่าผู้มาร่วมงานคือได้พบเพื่อนเก่า  แต่จุดประสงค์ของผู้จัดงานก็เพื่อหารายได้  และประชาสัมพันธ์การพัฒนาความก้าวหน้าของโรงเรียน   กาลเวลาผ่านล่วงเลยไปเนิ่นนานขนาดนี้อาจารย์ที่สอนหลายท่านย้ายไปสอนที่อื่นบ้าง  ก้าวหน้าไปรับตำแหน่งสูงขึ้นบ้าง  และก็เกษียณอายุไปบ้าง   แต่ขอบอก….อาจารย์ของเรายังเหลืออีกหลายคนจ้า         

         




                                                                ก่อตั้งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน


                                            

 

โรงเรียนสตรีนครสวรรค์อายุอ่อนกว่าโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม 1 ปี  จัดอยู่ในวัยเดียวกัน….ดังนั้นประสบการณ์ในการจัดการศึกษาก็สูสีกัน  การเปรียบเทียบไม่ใช่เพื่อเอาชนะคะคาน เดี๋ยวจะถูกมองไปเป็นลูกศิษย์คิดล้างครู  เพียงแต่มองในแง่มุมของการพัฒนางาน  /การพัฒนาการศึกษาเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติสืบต่อไปต่างหากล่ะคะสถาบันแต่ละแห่งมีจุดเด่น จุดแข็งและจุดด้อย ต่างกันไป  ดูได้จากผลการประเมินคุณภาพที่รับประกันทั้งภายในและภายนอกเป็นหลัก….ที่แน่ๆ โรงเรียนสตรีนครสวรรค์เขาผ่านการประเมินโรงเรียนรางวัลพระราชทาน 3 ครั้ง (ปี 2538 / 2541/ 2547 ในฐานะศิษย์เก่าก็รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งและรำลึกถึงพระคุณของครู-อาจารย์อยู่เสมอ ๆ  ค่ะ


 
              

                                         *** ขอขอบคุณผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านนะคะ ***  

           

หมายเลขบันทึก: 238916เขียนเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2009 10:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:14 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)

อิอิ อยากบอกว่า เวรกรรมนะ มันมีจริง

ล้อเกวียนมันหมุนไปจริง แต่มันก็ยังเป็นล้อเกวียน

97ปีรำลึก โห..มันนานจัง จะอยู่ถึงไม๊เนี่ย

หากอยู่ถึง จะยังยิ้มเป็นอยู๋หรือเปล่าน๊า..

แต่ก็ชื่นชมนะ...

ที่เป็นคนดี

ตอนนี้ก็หายากแล้ว แบบนี้

อนุรักษ์ไว้นะจ๊ะ

คนรุ่นใหม่จิตใจดีงาม

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณนะคะ สำหรับกำลังใจดีๆ จากครูต้อยค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง