------------------------
โจทย์ความคิดที่สำคัญในเรื่องนี้
----------------------------
· คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวในประเทศไทยอ้างว่า เป็นผู้สืบสันดานจากคนไทยที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่รัฐไทยเสียให้แก่อังกฤษ[2]และฝรั่งเศส[3]ในราวปลายรัชกาลที่ ๕ซึ่งในวันนี้ เรามักเรียกพวกเขาว่า “คนไทยพลัดถิ่น”
· คนไทยพลัดถิ่นนี้ร้องขอคืนสถานะคนสัญชาติไทย
· ในระหว่างที่รอการได้มาซึ่งสถานะคนสัญชาติไทย พวกเขามีปัญหาการเข้าสู่สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
· แม้ได้มาซึ่งสัญชาติไทยแล้ว พวกเขาก็ไม่อาจใช้สิทธิในสัญชาติไทยในลักษณะเดียวกับคนสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิต
--------------------------------------------------------------
รัฐไทยและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
--------------------------------------------------------------
· โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เรื่องสัญชาติเป็นกรณีภายใต้กฎหมายมหาชน กรณีจึงเป็นไปภายใต้กฎหมายมหาชนภายในของรัฐคู่กรณี อันหมายถึงรัฐไทยซึ่งเป็นเจ้าของสัญชาติไทย ทั้งนี้ เว้นแต่จะมีกฎหมายระหว่างประเทศกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
· จึงสรุปว่า เรื่องสัญชาติจึงเป็นเรื่องของอำนาจอธิปไตยของรัฐเจ้าของสัญชาติ จะให้ก็ได้ หรือไม่ให้ ก็ได้ ทั้งนี้ เว้นแต่จะเป็นกรณีของคนไร้สัญชาติ ซึ่งข้อ ๑๕ แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกำหนดให้รัฐผลักดันให้มนุษย์หนึ่งคนย่อมต้องสิทธิในสัญชาติอย่างน้อยหนึ่งสัญชาติ
-----------------------------
รัฐไทยและคนไร้สัญชาติ
-----------------------------
· การขจัดปัญหาความไร้สัญชาติโดยรัฐไทยย่อมเกิดขึ้นใน ๒ ลักษณะ กล่าวคือ
· (๑) รัฐไทยอาจยอมรับให้สัญชาติของตนแก่คนไร้สัญชาตินั้น
· (๒) รัฐไทยอาจผลักดันคนไร้สัญชาติได้รับการยอมรับในสถานะคนสัญชาติของรัฐอื่น ซึ่งอาจเป็นรัฐต้นทางหรือรัฐปลายทางของคนไร้สัญชาติก็ได้
-----------------------------
รัฐไทยและคนไทยพลัดถิ่น
-----------------------------
· ปรากฏอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายบริหารของรัฐไทยก็ยอมรับว่า คนไทยพลัดถิ่นน่าจะเป็นผู้สืบสันดานจากคนเชื้อสายไทยที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่เสียไป ดังจะเห็นจากแนวนโยบายของฝ่ายบริหารของรัฐไทยที่ยอมรับการให้สัญชาติไทยแก่คนไทยพลัดถิ่นมาตั้งแต่ราว พ.ศ.๒๕๒๐ มาจนถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ว่าด้วยยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคล
· แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการยอมรับให้สิทธิในสัญชาติไทยแก่คนไทยพลัดถิ่นเป็นไปอย่างล่าช้า และไม่ทันที่จะเยียวยาความเดือนร้อนของคนไทยพลัดถิ่น
· คนไทยพลัดถิ่นจำนวนหนึ่งไม่ยอมรับที่จะมีสัญชาติไทยโดยการร้องขอ อันได้แก่ สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ และสัญชาติไทยโดยการสมรส
· รวมตลอดถึงบุตรของคนไทยพลัดถิ่นที่เกิดในประเทศไทยก็ไม่ยอมรับสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
------------------------------------------------------------------------
ความเป็นไปได้ในการคืนสถานะคนสัญชาติไทยดังเช่นบุพการีก่อนการเสียดินแดน
แก่คนไทยพลัดถิ่นผู้สืบสันดานที่ปรากฏตัวเป็นคนไร้สัญชาติในประเทศไทย
------------------------------------------------------------------------
· คณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาคนไร้สถานะทางกฎหมายในสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐ เห็นชอบแนวคิดที่จะมีบทบัญญัติรับรองให้สัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตแก่คนไทยพลัดถิ่น[4]
· แต่แนวคิดนี้ไม่อาจบรรลุสู่ความสำเร็จภายใต้กระบวนการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ... ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐
· ร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่๕) พ.ศ.... จึงน่าจะมีขึ้นเพื่อผลักดันการคืน สถานะคนสัญชาติไทยดังเช่นบุพการีก่อนการเสียดินแดนแก่คนไทยพลัดถิ่นผู้สืบสันดาน
----------------------------------------------------
การจำแนกงานด้านกฎหมายเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการคืนสัญชาติไทย
แก่คนไทยพลัดถิ่น
----------------------------------------------------
· เราอาจแบ่งแยกงานดังกล่าวออกเป็น๒ช่วงกล่าวคือ
· ช่วงแรก : งานด้านกฎหมายเพื่อลดผลกระทบด้านลบให้แก่คนไทยพลัดถิ่นในระหว่างที่ยังไม่มีสถานะเป็นคนสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิต
งานด้านการจัดการสิทธิของคนไทยพลัดถิ่นภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศในระหว่างรอการคืนสัญชาติไทยคงต้องมีใน ๒ ส่วน กล่าวคือ (๑) การขจัดปัญหาความไร้รัฐโดยกฎหมายทะเบียนราษฎร และ (๒) การใช้สิทธิตามกฎหมายอื่นๆ เท่าที่ทำได้ อาทิ สิทธิทางการศึกษา สิทธิทางสาธารณสุข หรือแม้สิทธิในสัญชาติไทยประเภทอื่นๆ ที่อาจเข้าถึงได้
งานด้านกฎหมายในช่วงเวลานี้จะลดผลกระทบด้านลบต่อสิทธิมนุษยชนของคนไทยพลัดถิ่น ขอให้เราตระหนักว่า มีกฎหมายและนโยบายเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในลักษณะนี้แก่คนไทยพลัดถิ่นอยู่แล้ว เพียงแต่ยังมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายและนโยบาย
· ช่วงสอง: งานด้านกฎหมายเพื่อเตรียมการพิสูจน์สิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบุพการี
งานในช่วงนี้จะบรรลุผลได้ ก็ต่อเมื่อร่างพระราชบัญญัติได้รับการยอมรับเป็นกฎหมายแล้ว ซึ่งอย่างน้อยสาระสำคัญของกฎหมาย ก็น่าจะเป็นไปตามมาตรา ๒๒ ซึ่งร่างโดยคณะ กมธ.ศึกษาฯ ซึ่งมีนางเตือนใจ ดีเทศน์เป็นประธาน แต่งานด้านกฎหมายในอนาคตนี้จะสัมฤทธิ์ผลได้ ก็เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐฟังได้ว่า บุคคลผู้ใช้สิทธิเป็นคนเชื้อสายไทยที่สืบสันดานจากบุพการีที่เป็นคนไทยซึ่งเคยอาศัยอยู่ในดินแดนที่เสียไปจริง
ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่า การเตรียมการในส่วนนี้ต้องอาศัยฐานความรู้ด้านมานุษยวิทยาทางกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่ “เกณฑ์” การพิสูจน์ความเป็นคนเชื้อสายไทยที่สืบสันดานจากบุพการีที่เคยมีสัญชาติไทย และได้รับผลร้ายจากการเสียดินแดน หากเกณฑ์นี้เกิดขึ้นได้เร็ว เมื่อกฎหมายใหม่เกิดขึ้นได้จริง ความเป็นไปได้ที่จะได้มาซึ่งสถานะคนสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตก็จะเป็นไปได้จริงและเร็วขึ้น คำเชิญชวน ก็คือ งานศึกษา “เกณฑ์” การพิสูจน์ความเป็นคนเชื้อสายไทยฯ จึงควรเริ่มต้นทำในวันนี้เลย
ความรู้เรื่องเกณฑ์ดังกล่าวมีอยู่ทั้งในฝ่ายนักวิชาการซึ่งนำโดย ดร.ฐิรวุฒิ เสนาคำ และในฝ่ายราชการอันได้แก่ กองข่าว สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทยในอดีต และสำนักความมั่นคงภายใน กรมการปกครองในปัจจุบัน ดังนั้น งานในระดับวิชาการระหว่างภาคราชการและภาคประชาชนที่อาจเกิดขึ้นในจุดนี้ จะสร้างความพร้อมในการคืนสัญชาติไทยแก่คนไทยพลัดถิ่นในอนาคตนั่นเอง เป็นงานในอนาคตที่หากทำในวันนี้ จะประกันความสำเร็จในอนาคต
[1] เป็นงานเขียนที่เสนอต่อเวทีสัมมนาเรื่อง “ถึงเวลาเริ่มนับหนึ่ง กับ กฎหมายว่าด้วยการคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่น” ซึ่งเป็นกิจกรรมเวทีสัมมนาวิชาการเพื่อการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติ สำหรับคนไทยพลัดถิ่น ภายใต้ โครงการขยายองค์ความรู้จากแม่อายสู่อันดามัน (เพื่อการจัดการปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลของคนไร้รัฐไร้สัญชาติในพื้นที่อันดามัน)
[2] ประเทศไทยในยามที่เรียกตนเองว่า “สยามประเทศ” ได้เสียมะริด ทวาย ตะนาวศรี ปะลิส ไทรบุรี และกลันตันแก่อังกฤษ
[3] และเสียจำปาศักดิ์ ศรีโสภณ พระตะบอง อันหมายถึงเกาะกงด้วยแก่ฝรั่งเศส
[4] “มาตรา ๒๒ บรรดาบุคคลที่สืบสันดานจากบุพการีที่มีเชื้อสายไทยแต่ไม่ได้สัญชาติไทย โดยผลของกฎหมายอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ ถ้าเข้ามาอาศัยอยู่จริงในราชอาณาจักรไทยโดยมีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร และประสงค์จะขอกลับคืนสัญชาติไทย ให้ยื่นแสดงความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
การพิสูจน์การเป็นผู้สืบสันดานจากบุพการีที่มีเชื้อสายไทยตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีโดยความเห็นของคณะกรรมการตามมาตรา ๒๕ ประกาศกำหนด
การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้กลับคืนสัญชาติไทยตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๒๕ พิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อมีคำสั่ง”