จากการถอดบทเรียนเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังรายย่อยในเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ณบ้านหนองม่วงพัฒนา ตำบลวังหามแห
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 จากการที่ทีมงานจัดการเรียนรู้ของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร เราไปร่วมการจัดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หมู่12 บ้านหนองม่วงพัฒนา ตำบลวังหามแห อำเภอขาณุวรลักษบุรีนั้น ในช่วงที่พอมีเวลา ผมได้พูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังรายหนึ่ง ชื่อเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้คุณลงสังเวียน เนียมแจ่ม อยู่หมู่ที่ 11 บ้านปากดงพัฒนา ตำบลวังหามแห อำเภอขาณุวรลักษบุรี ซึ่งเป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่มาเข้าร่วมเวทีการแลก

คุณลุงสังเวียน เนียมแจ่ม
คุณลุงสังเวียน เนียมแจ่ม ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองและครอบครัวอาศัยอยู่ในชุมชนบ้านปากดงพัฒนา มาหลายสิบปีแล้ว แต่ในอดีตได้มาแผ้วถางป่าเพื่อหาพื้นที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร เลี้ยงครอบครัว มานานแต่ก็ซื้อพื้นที่ป่าได้เพียง 20 ไร่เศษเท่านั้น เมื่อราคาไม่แพงไร่หนึ่งก็ไม่กี่ร้อยบาท ช่วงนั้นเงินทองก็หายากมาก
จากการที่ได้แบ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกมันสำปะหลังติดต่อกันมานาน แต่ก็ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งที่เป็นลักษณะที่ลุ่มก็แบ่งไว้ทำนาปลูกข้าวไว้บริโภคในครอบครัว สำหรับการทำไร่มันสำปะหลัง เมื่อสิบกว่าปีก่อน ดินยังมีความอุดมสมบูรณ์ ปลูกแล้วมันฯยังเจริญเติบโตได้ดี แต่ต่อมาเราปลูกติดต่อกันมาหลายปี ทำให้พื้นที่ดินเสื่อมลงมาก ธาตุอาหารในดินก็แทบไม่เหลืออยู่เลย ปลูกมันฯแล้วก็ไม่งามต้นแคระแกรน จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่าจะทำอะไรแล้วก็ต้องลงทุน จึงได้สมัครเป็นลูกค้าธกส. เพื่อกู้เงินมาลงทุนทางการเกษตรโดยเฉพาะการทำไร่มันสำปะหลัง ในหนึ่งไร่ก็ลงทุนไปไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อไร่แล้ว บางครั้งไม่พอจึงจำเป็นไปกู้หนี้ยืมสินจานายทุนนอกระบบมาใช้ เมื่อทำการขุดหัวไปไปขายแล้วหักลบกลบหนี้แล้ว จะเหลือเงินใช้ไม่มาก ไร่หนึ่งจะได้กำไรไม่เกิน 500บาทต่อไร่ แต่ก็ได้ใช้แรงงานในครอบครัวส่วนหนึ่งในช่วงที่ว่างจากการเกษตรก็ไปรับจ้างทั้งในและนอกพื้นที่เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว
คุณลุงสังเวียน เนียมแจ่ม ยังได้เล่าต่อไปอีกว่า สำหรับการทำไร่มันในปีนี้ พบว่า มันสำปะหลังที่ปลูก เมื่อถึงในระยะลงหัว เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 6-7 วัน ทำให้หัวมันฯเน่าเสียหาย ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นแล้ว ก็เสียหายไปประมาณ 30 เปอร์เซ็น บางครั้งในช่วงที่แล้งอีกต้นมันฯขาดน้ำแล้วลำต้นเหี่ยวแห้งก็มีปลวกมากินต้นมันฯเสียหายไปก็มีเช่นกัน ในปีนี้ก็ขุดหัวมันฯไปขายให้กับลานมันฯในท้องถิ่นพบว่าผลผลิตต่อไร่ยังได้ไม่ถึง 3 ตันต่อไร่ สำหรับการรับซื้อของลานมันฯ ราคาที่ขายได้ในราคาประกันประมาณ 1,900 บาท แต่ถูกพ่อค้าหักสิ่งเจือปนมากบางครั้งเขาหักสิ่งเจือปนมากกว่า 5-10 เปอร์เซ็นหากมีการขุดหัวมันฯไปขายในช่วงนี้เกษตรกรจะต้องรอเข้าคิวการขาย โดยเจ้าของลานมันฯจะเป็นผู้จัดคิวการขุดให้เกษตรกรถึงจะขุดไปขายได้ บางรายก็ต้องรอนาน

จากการที่ได้เข้าร่วมกลุ่มการผลิตมันสำปะหลัง และได้เข้าร่วมเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทำให้ทราบแนวคิดการวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหาการผลิตมันฯมีหลายประการด้วยกันได้แก่ สภาพของพื้นที่ปลูก ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ดินเป็นดาน พันธุ์ที่ปลูก การดูแลรักษารวมทั้งการเก็บเกี่ยว ล้วนแต่เป็นปัญหาความหนักอกหนักใจของการผลิตมันฯ นอกจากนี้พอถึงระยะการขุดหัวมันฯแล้วการนำไปจำหน่ายก็ยังมีปัญหาเรื่องของสิ่งเจือปนมาก ราคาที่ขายได้ตกต่ำกว่าปีที่ผ่านมา
ถึงอย่างไรก็ตามซึ่งตนเองได้เข้าร่วมเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้ทราบและได้แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนๆที่ปลูกมันฯด้วยกัน ทำให้มีกำลังใจในการที่จะแก้ไขปัญหาของการผลิตมันฯโดยเฉพาะการใช้ขี้ไก่มาใส่เพื่อเป็นการปรับปรุงบำรุงดินให้ดีขึ้นในฤดูการปลูกต่อไป ซึ่งได้ทราบจากเพื่อนบ้านที่ปลูกมันฯได้ผลดี หากเราเปรียบเทียบโดยราคาปุ๋ยเคมี1กระสอบสามารถซื้อขี้ไก่ได้69 กระสอบ เพื่อนบ้านบางคนเขาได้ผลิตฮอร์โมนจากผลผลิตทางการเกษตรก็ช่วยเพิ่มผลผลิตได้เช่นกันและสามารถทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้อีกทางหนึ่งด้วย
สรุปได้ว่าจากการที่พูดคุยกับคุณลุงสำเนียง เนียมแจ่ม ทำให้ทราบว่าเกษตรกรที่มาร่วมเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เริ่มตระหนักถึงการปลูกมันฯ เริ่มมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดที่จะต้องมีการใช้ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์มาปรับปรุงบำรุงดินและเห็นความสำคัญของการปรับปรุงบำรุงดินมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการวิเคราะห์ถึงการลงทุนและวิเคราะห์ปัญหาของการผลิตมันฯว่ามีอะไรบ้างและควรจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรเป็นต้น.นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าเกษตรกรเขาก็มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดเช่นกันน่ายินดีมากครับ........
หวัดดีครับ