วันเวลาจะล่วงเลยไปนานมาก จนเกือบนึกภาพ ในวันที่อยู่ร่วมโลกเดียวกัน แทบไม่ได้

    วันนี้อยากบันทึกเรื่องราว เกี่ยวกับคนที่เราคิดถึง แต่อยู่คนละมุมโลก

จริงหรือ ที่มีผู้คนมากมาย เกิดมาพบเจอกับเรา มีความเกี่ยวพัน ผูกพัน ตามสถานะต่างๆกันไป แต่ในที่สุด เขาก็จากเราไป อย่างไม่มีวันกลับมาอีก

ที่เราตั้งชื่อการจากนั้นว่า "ความตาย"

 การตายจาก ช่างฟังดูโหดร้าย และใจหาย

ไร้กำหนดกฎเกณฑ์

ที่จะมาพบพานกันอีก

ขาดการติดต่อ และไร้ตัวตนอีกต่อไป

 เหมือนอยู่คนละมุมโลก ที่เราจะไม่มีวันเดินทางมาพบกันได้

 ผู้คนทั้งหลาย ต่างก็ต้องมีประสบการณ์ ดังกล่าว

กับหมู่ญาติ คนรู้จัก และมิตรสหาย มาหลายครั้งหลายคราว ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา

  เป็นความทรงจำที่ลืมไม่ลง

         ผู้เขียนเองก็มีความคิดถึง ผู้คนที่จากไปตลอดเวลาที่ผ่านมา นึกขอบคุณ ที่ในแต่ละปี เราจะมีวันระลึกถึงผู้ตายมากมาย ทั้งนี้ คงเป็นไปเพื่อให้ใจของคนเรา ได้มีโอกาสปลดปล่อยบ้าง ได้ทำสิ่งที่คิดว่าดี ส่งมอบแก่กัน ด้วยการจัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ และทำพิธีกรรม ตามความเชื่อ จะเป็นการนำไปถวายพระ เพื่อให้เกิดกุศล แล้วอุทิศ ไปให้ผู้จากไป ก็ทำให้เกิดสุขใจทันที หรืออาจเป็นการไหว้วอน ต่อเทพยดาฟ้าดิน ให้ช่วยอุดหนุน ส่งสิ่งของที่จัดเตรียมมานี้ ให้แก่ผู้ที่อยู่อีกโลกหนึ่งให้ที ก็ทำให้เกิดความเชื่อมั่น ในฤทธานุภาพ ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เหนือกว่าว่าคงช่วยได้ดังใจปรารถนา

   หลายครั้ง ที่เราอาจมีแรงบันดาลใจที่รุนแรง และใช้อำนาจจิตตนเองนั้น เปล่งวาจา เรียกหา ผู้ที่อยู่ลับตา แต่เป็นที่รัก ให้มารับรู้ รับฟัง และรับเอาความห่วงใย ที่เกิดจากน้ำใสใจจริงนี้ ไปจรรโลงจิตใจ ให้ได้มีความสุขสบาย ในการสถิตย์อยู่ ณ อีกโลกหนึ่งด้วยเทอญ

  แต่เราก็ยังอยู่คนละมุมโลกอยู่ดี

ไม่รู้ ไม่เห็น ว่ามุมโลกนั้น จะมีสุขทุกข์ปานใด เพราะใจที่ยังไม่ได้บรรลุธรรม ได้ญาณวิเศษ จึงเหมือนคนที่ต่างอยู่ในโลกแห่งความฝัน

  แต่ผู้เขียน ก็พอใจ กับการได้ส่งความปรารถนาดี ระลึกถึงและทำสิ่งที่คิดว่า ผู้รับคงพอใจ และรับทราบว่า เรายังไม่ลืมกัน แม้วันเวลาจะล่วงเลยไปนานมาก จนเกือบนึกภาพ ในวันที่อยู่ร่วมโลกเดียวกัน แทบไม่ได้

Dsc02427

*****************************

**********************

การระลึกถึงกัน ช่วยลดความคิดถึง ห่วงใยไปได้มาก

แม้ว่าจะยังอยู่คนละมุมโลกก็ตาม