"กรณ์" หนุนภาษีที่ดิน-มรดก เตรียมดันเข้าสภาฯ ยอมรับหลายรัฐบาลฝ่าด่านไม่รอด แต่อยากลองของยันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประชาชนได้ประโยชน์ครอบคลุมทุกกลุ่ม คาดใช้เงินเกือบ 2 หมื่นล้านบาท
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังมอบนโยบายกับผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ว่า สศค.ถือว่าเป็นคลังสมองในการวางยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจซึ่งมีหลายเครื่องมือทางการคลังที่กำลังศึกษาอยู่ เพื่อแก้ปัญหาให้แก่แรงงานนอกระบบที่มีอยู่ 20 ล้านคน และคลังพร้อมเดินหน้านำร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เพราะเห็นว่าในการจัดเก็บภาษีจากที่ดินและทรัพย์สินเป็นหลักทางสากล แต่จะดูไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชนเจ้าของทรัพย์สินมากเกินไป “สศค. รายงานให้ฟังว่า ร่างกฎหมายที่ดินเคยมีรัฐบาลหลายสมัยนำร่างเสนอต่อสภาฯ ให้พิจารณา แต่เมื่อเสนอไปแล้ว สภาฯ ก็ล่มทุกครั้ง รัฐบาลนี้จึงต้องการลองของบ้าง ว่าจะผ่านการพิจารณาสำเร็จหรือไม่ เพราะเห็นว่าถึงเวลาแล้วกฎหมายในลักษณะนี้ควรเสนอให้สภาพิจารณา รวมไปถึงกฎหมายมรดก ซึ่งยังมีข้อถกเถียงจากหลายฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกัน” นายกรณ์ กล่าว
รมว.คลังกล่าวด้วยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ใช้ 4 มาตรการ 6 เดือน ลดภาระค่าครองชีพประชาชน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 31 กรกฎาคม 2552 โดยปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง และครอบคลุมทุกกลุ่มได้มากกว่ามาตรการที่ผ่านมา ซึ่งอยู่บนหลักการของการใช้และบริโภคอย่างประหยัด คาดว่าจะใช้วงเงินประมาณ 13,901 ล้านบาท
ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ในฐานะที่ สคร.เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ถือว่ามาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่ดีที่สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย และผู้ประสบปัญหาภาระค่าครองชีพอย่างแท้จริง รวมถึงการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีการใช้บริการสาธารณูปโภคอย่างประหยัดและคุ้มค่า สำหรับมาตรการลดค่าใช้น้ำประปาของครัวเรือนจากเดิม 0-50 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน เหลือ 0-30 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน เพราะต้องการให้ประชาชนรู้จักการใช้น้ำมากขึ้น แต่จะให้เพิ่มในครัวเรือนภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ด้วย ทำให้ได้ใช้กันอย่างทั่วถึงและครอบคลุมมากขึ้น แบ่งเป็นเขตนครหลวง 1.02 ล้านราย และเขตภูมิภาค 7.25 ล้านราย ซึ่งจะสามารถช่วยประชาชนประหยัดค่าน้ำประปาประมาณ 197 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ในเขตนครหลวง และประมาณ 107 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ในเขตภูมิภาค
คม ชัด ลึก ไทยรัฐ เดลินิวส์
โพสต์ทูเดย์ กรุงเทพธุรกิจ แนวหน้า มติชน 23 มกราคม 2552