เมื่อเราเข้าใจ "ในสิ่งที่เรามักจะมองข้ามคือตัวเราเอง" แล้วนั้น เราก็ย่อมจะเข้าใจผู้อื่นได้อย่างแท้จริง

วิธีสังเกตสาเหตุแห่งทุกข์  ก็คือการค้นหากิเลสหลักของเราให้พบ   สังเกต  และกำหนดรู้     จะช่วยให้คลายปมที่ทำให้เกิดทุกข์ได้  ต่อไปนี้จะเป็นคำอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับกิเลสที่เคยเกริ่นให้ทราบไปแล้วตอนแรกว่ามี  9  กิเลสด้วยกัน  โดย  หากสนใจคำอธิบายยาว  ๆ กรุณาหาอ่านได้ตาม websites ทั่วไปเพียงพิมพ์คำว่า Enneagram ใน Google แ ละข้อตกลงเบื้องต้นก็คือว่าคำอธิบายเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่เราเคยเป็น หรือผ่านมาแล้ว แต่ตอนนี้ระงับหรือปรับเปลี่ยนได้แล้วก็ดี ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ใช่ลักษณ์นั้น..

 วิธีสังเกตลักษณ์ตนเองคือย้อนมองตนเองสมัยวัยเด็กจำความได้จนถึงประมาณ 25 ปี ต่อจากนั้นคนเราย่อมมีการเจริญเติบโตทาง “สติปัญญา” และ “จิตใจ” ตลอดจน “กลไกการปรับตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อม” ดังนั้น เมื่อ “พบ” ว่าเราเป็นลักษณ์ใด (หลังจากนั่งไทม์แมชชีนไปดูสมัยอายุไม่เกิน 25 ปีแล้ว)..ก็ให้เฝ้าสังเกต “ตัวตน” ของเรา แต่ละลักษณ์มีมิติ มีความเป็นพลวัตของลูกศร  และมีลำดับขั้นของการพัฒนา ซึ่งในขั้นสูงขึ้นไปนี้จะเรียกว่า “ขั้นรู้ตัว”

 เนื่องจากในช่วงแรก  ๆ ของการแนะนำเรื่องการ “รู้ตัว” บางท่าน  อาจจะเบื่ออ่านอะไรยาว ๆ ทั้งหมด  วิธีง่าย ๆ คือสังเกตว่าอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งเกิดกับเราบ่อยมากที่สุด  หรืออารมณ์ใดครอบงำเรามากที่สุดให้กระโดดไปอ่านศูนย์นั้น และอ่านทุกลักษณ์ของศูนย์นั้น ๆ เพื่อการรู้จักตัวเองก่อนหากอยากทราบศูนย์อื่น ก็ค่อยไปอ่านต่อภายหลัง

 อารมณ์โกรธ    (แบบใดแบบหนึ่งก็ได้)   ได้แก่ อารมณ์สุดโต่ง   ขี้โมโห   ขุ่นเคือง หงุดหงิดง่าย  เก็บกด  ขี้เกียจ เฉื่อยชา  ให้เริ่มอ่านศูนย์ท้อง 

อารมณ์หลงใหล  (แบบใดแบบหนึ่งก็ได้)  ได้แก่ ความสำเร็จ เป้าหมาย  หรือความสัมพันธ์ มิตรภาพ แคร์ผู้คน สังคม หรือดื่มด่ำกับอารมณ์ลึก ๆ ตัวเอง   ให้เริ่มอ่านศูนย์ใจ 

อารมณ์กลัว  (แบบใดแบบหนึ่งก็ได้) ได้แก่ วิตกกังวล  คิดมาก ฟุ้งซ่าน  ตั้งคำถาม หรือเก็บตัว สะสมความรู้  เฉย ๆ นิ่ง ๆ ไร้อารมณ์ใด ๆ  หรือจับจด หัวไว ไม่อยู่นิ่ง   ให้เริ่มอ่านศูนย์สมอง

 

 

 

ที่มาของภาพ http://www.infiniteevolution.com/ie%20graphics/enneagram.gif

ศูนย์ท้อง (สัญชาตญาณ) 

Lust                                  ตัณหา                           ลักษณ์ 8   เจ้านาย

Laziness                          ขี้เกียจ                           ลักษณ์ 9    นักประสานไมตรี

Anger                               โกรธ                              ลักษณ์ 1   คนเนี๊ยบ/นักปฏิรูป

 ลักษณ์ 8    มีกิเลส “ตัณหา”   

ในที่นี้หมายถึงการมีพลังชีวิตที่จะทำอะไรสุดโต่ง มีความเป็นผู้นำตามสัญชาตญาณที่จะควบคุมสภาพแวดล้อมมิให้มีผลกระทบต่อตัวเอง  ชอบพึ่งตัวเอง ไม่ชอบความอ่อนแอ กล้าได้กล้าเสีย ตอบโต้ต่อสิ่งที่เข้ามากระทบได้ว่องไว   อารมณ์ที่มักครอบงำตนเองคืออารมณ์โกรธ และเวลาโกรธจะเร็วและแรงที่อาจเรียกว่า “โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ”  และก็มีอารมณ์อาฆาตมาดร้ายแก้แค้นได้หาก “ไม่รู้ตัว”

คำพูดที่มักได้ยิน (ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา อาจเป็นเสียงภายใน)   “ฉันชอบความท้าทาย ฉันกล้าได้กล้าเสีย ฉันตรงไปตรงมา ฉันรักความยุติธรรม ฉันเป็นนักต่อสู้ฉันไม่กลัวอำนาจฉันโกรธง่ายหายเร็ว”

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 ลักษณ์ 9 มีกิเลส “ขี้เกียจ”  ในที่นี้คือความเฉื่อยชา  หลงลืมตนเอง หรือแปลกแยกจากอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง สูญเสียการรับรู้เรื่องสำคัญของตนเอง โดยจะเข้าไปกลมกลืน รับรู้อารมณ์ความรู้สึกของคนรอบข้างแทน  จัดลำดับความสำคัญไม่ค่อยได้ ..เป็นลักษณ์ที่เก็บกดอารมณ์โกรธ แต่มีอาการ “ดื้อเงียบ”  แทน  ที่ได้ชื่อขนานนามลักษณ์ว่านักประสานไมตรี เพราะไม่ชอบมีเรื่องกับใคร คำว่า “ไม่เป็นไร” “เข้าใจผู้อื่น” ไปหมดก็เพราะ ขี้เกียจมีเรื่อง

คำพูดที่มักได้ยิน (ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา อาจเป็นเสียงภายใน)   “ฉันชอบความสามัคคี ฉันเข้าใจทั้งเขาและเธอ...ฉันไม่ชอบปฏิเสธใคร.ไม่เป็นไรฉันชอบอยู่เฉย ๆ สงบ ๆฉันเห็นทุกอย่างสำคัญเท่ากัน”

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 ลักษณ์ 1 มีกิเลส  “ความโกรธ”  ในที่นี้คือหงุดหงิด ขุ่นเคือง เข้มงวดกับตัวเอง มีวินัย และชอบบังคับตัวเองมาก  มีอุดมกาณ์และตั้งมาตรฐานให้ตัวเอง เคร่งเครียด เคร่งครัด เอาจริงเอาจังกับชีวิต  ชอบตัดสินและวิพากษ์วิจารณ์ จู้จี้จุกจิก สไตล์เหมือนครูดุๆ เจ้าระเบียบ หาก “ไม่รู้ตัว” ก็จะดูเหมือนคนที่เจ้าอารมณ์  ไม่มีความสุข เพราะรู้สึกว่าอะไรก็ “ไม่ถูกต้อง” “ไร้ระเบียบวินัย” “ไม่ได้มาตรฐาน” ไปหมด

คำพูดที่มักได้ยิน (ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา อาจเป็นเสียงภายใน)   “ฉันชอบความถูกต้อง ฉันต้องการให้ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย..ฉันยึดมั่นอุดมการณ์..ฉันอยากเปลี่ยนแปลงให้มีมาตรฐาน”

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                           ศูนย์ใจ ( ความสัมพันธ์) 

Pride              หยิ่งยะโส                                        ลักษณ์ 2  ผู้เสียสละ

Deceit            ความหลอกลวง                              ลักษณ์ 3 นักสร้างแรงจูงใจ

Envy              อิจฉา                                               ลักษณ์ 4 ศิลปิน

 ลักษณ์ 2 มีกิเลส “ความยะโส” ในที่นี่คือความถือตัวว่าตัวเองสนองความต้องการของคนทั้งหลายได้ดีกว่าใคร ๆ  มีความไวเป็นพิเศษในการรับรู้และจับอารมณ์ของคนอื่นได้เน้นความสัมพันธ์ และแคร์คนอื่น อารมณ์ที่มักครอบงำคือความหลงใหล ขี้หึง หวง  ต้องการ “ให้”  “เสียสละ” “เอาใจ/ประจบ/ทำเพื่อคนอื่น โดยหวังผลตอบแทนเป็น “ความรักและเป็นที่ต้องการของคนอื่น” หาก “รู้ตัว” ก็จะให้โดยไม่หวังผลตอบแทนแม้แต่ความรักจากผู้อื่น

คำพูดที่มักได้ยิน (ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา อาจเป็นเสียงภายใน)   “ฉันทำเพื่อพวกเขา..ฉันทำเพื่อสังคม..ฉันเข้าใจคนอื่นดี..ฉันเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์มิตรภาพฉันมีความสุขที่เห็นรอยยิ้มทุกคน....”

…………………………………………………………………………………………..

 ลักษณ์ 3 กิเลส “ความหลอกลวง”  ในที่นี้คือหลอกลวงตัวเอง โดยยึดถือในบทบาทหน้าที่ที่ตัวเองมีอยู่และเล่นบทนั้น ๆ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับนับถือของสังคม เป้าหมายคือ “ความสำเร็จ” ตามที่มุ่งหวัง ไม่ว่าจะเป็นด้านอะไรก็ตามชอบการแข่งขัน มุ่งเอาชนะ ตัดขาดจากการรับรู้ความรู้สึก ความต้องการตนเอง เพราะมุ่งมั่นในบทบาทหน้าที่ที่สวมอยู่ไม่ว่าจะเป็นบทบาทในครองครัว สังคมหรืออะไรก็ตาม และเป็นคนที่ชอบเลียนแบบให้ “เป็น “ ตาม model ที่ตนอยากจะเป็น

คำพูดที่มักได้ยิน(ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา อาจเป็นเสียงภายใน)    “ฉันมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ ฉันทำงานหนักฉันต้องทำนู้นทำนี้...ฉันชอบกระตุ้นให้ทุกคนทำงาน...ฉันรับผิดชอบต่อหน้าที่ ฉันไม่มีเวลา”

…………………………………………………………………………………………..

 ลักษณ์ 4 กิเลส  “ความอิจฉา”  ในที่นี้มาจากความรู้สึกลึก ๆ ว่าตนเองมีอะไรขาดหายไป และอยากหามาเติมเต็ม โดยพยายามขวนขวายหาอัตลักษณ์แบบฉบับของตนเองให้แปลกแยกแตกต่างจากคนทั่วไป  เพราะไม่ชอบความธรรมดา จึงทำให้ตัวเองมีความเป็นพิเศษ ไม่ว่าการแสดงออกให้ปรากฎ หรืออารมณ์ความรู้สึกที่ “เข้าถึง” สรรพสิ่งได้มากกว่าใครๆ  จึงไม่ใช่การอิจฉาคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะแต่เป็นความรู้สึกว่า “ตนไม่มี” อะไรบางอย่าง จึงพยายามดึง “ความพิเศษ”  “ความงดงาม” ของบางสิ่งบางอย่างมาสร้างเป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง

คำพูดที่มักได้ยิน (ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา อาจเป็นเสียงภายใน)    “ฉันเป็นตัวของตัวเอง..ไม่มีใครเข้าใจฉัน..ฉันเข้าใจถึงอารมณ์ลึกซึ้งได้ดี..ฉันดื่มด่ำในธรรมชาติ..ฉันเห็นในสิ่งที่คนทั่วไปมองข้าม.ความงดงาม”

…………………………………………………………………………………………..

                                                         ศูนย์สมอง

Avarice     “greed”            โลภ                                        ลักษณ์ 5 นักสังเกตการณ์

Fear                                  ความกลัว                                ลักษณ์ 6 นักปุจฉา      

Gluttony   “overeating”        ตะกละ                              ลักษณ์ 7 นักผจญภัย

 ลักษณ์  5  กิเลส “ความโลภ”  ในที่นี้ไม่ใช่โลภ วัตถุสิ่งของ แต่เป็นเรื่องความรู้สึกขาดความมั่นคง ไม่ปลอดภัย โลกนี้ขาดแคลน จึงต้องการสะสมเครื่องมือต่างๆ ให้เกิดความมั่นคง ได้แก่ “ความรู้”  “ข้อมูล” หลากหลายรูปแบบ บุคลิกมักเป็นคนตะหนี่ในเรื่องพลังงาน วัตถุ และเวลาที่จะทุ่มเทอะไรให้ใคร  มีพื้นที่อาณาเขตของตัวเอง (นามธรรมและรูปธรรม)  แสดงออกมาให้เห็นโดยมีความต้องการน้อย พอเพียง  ชอบสังเกต สำรวจสิ่งภายนอก ใช้ความคิดโดยไม่ชอบแสดงอารมณ์ส่วนตัวออกมา มีความเป็นกลาง

คำพูดที่มักได้ยิน (ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา อาจเป็นเสียงภายใน)    “ฉันชอบสันโดษ  ฉันพอเพียง ไม่ต้องการอะไรมาก..ฉันอึดอัดเมื่อคนถามเรื่องส่วนตัว..ฉันชอบแสวงหาความรู้   ฉันต้องคิดจนมั่นใจก่อนลงมือทำ ฉันชอบวิเคราะห์..

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลักษณ์  6  กิเลส “ความกลัว”   ในที่นี้คือความลังเลสงสัย ไม่ไว้ใจสิ่งต่าง ๆ มีความวิตกกังวลสูง มักประเมินสถานการณ์ภายนอกต่าง ๆล่วงหน้าเพื่อให้เกิดความมั่นใจ มั่นคงปลอดภัย มีนิสัยระมัดระวังภัยและตั้งคำถามกับทุกสถานการณ์ อาการตอบสนองต่อความกลัวจะมีสองรูปแบบหลัก “บุคลิกสู้” กับ “บุคลิกหนี” มองภายนอกอาจจะต่างกันคือแบบสู้ดูจะไม่กลัวอะไร แต่ลึก ๆ คือกลัวแล้วปกป้องตัวเองด้วยการโต้ตอบภายนอกก่อน ส่วนแบบหนีคือกลัวแบบหลบเลี่ยงไม่เผชิญกับสิ่งนั้น หรือหากต้องเผชิญก็เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว

คำพูดที่มักได้ยิน (ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา อาจเป็นเสียงภายใน)    “ฉันสงสัยว่า..ฉันไม่เชื่อว่า..มันจะเป็นไปได้หรือ..ทำไม..ฉันยากที่จะไว้ใจใคร..ฉันมักถูกเพ่งเล็ง..ก่อนที่จะเกิดอะไร เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อน..ระวังเรื่องนี้ให้ดี ๆ นะ..

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ลักษณ์  7  กิเลส “ความตะกละ”   ในที่นี้คือการชอบมีทางเลือกไว้มากมาย ชอบหมกมุ่นครุ่นคิดกับการวางแผน  นักผจญภัยตามลักษณ์ 7 นี้คือการไม่ชอบข้อจำกัด นั่นเอง.. คอยหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด ไม่ชอบพูดเรื่องทุกข์ เศร้า หรือทำให้อารมณ์ตนหดหู่  มีนิสัยเหมือนเด็กไม่รู้จักโต ทำตัวสดใส ร่าเริง อารมณ์ที่มักเกิดคือ “ขี้เบื่อ” สมาธิสั้น ..มีนิสัยชอบสนใจทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวใด หาก “ไม่รู้ตัว” อาจทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง  จับจด ชอบกัดคนอื่นด้วยความสนุก ไม่ค่อยมีระเบียบวินัย

คำพูดที่มักได้ยิน (ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา อาจเป็นเสียงภายใน)    “ฉันรู้สึกเบื่อ ฉันมีแผนสำรองไว้หมดแล้ว..ฉันทำอะไรได้หลายอย่างพร้อมกัน..ฉันมองโลกในแง่ดี..ฉันไม่ชอบกฎเกณฑ์ ข้อจำกัด..ฉันหัวไวเหมือนลิง..ฉันชอบทำงานโครงการ”

                    หากมีคำถามใด