วันนี้ได้เปิด DVD เรื่อง forrest gums ให้นักศึกษากลุ่มหนึ่งได้ดู หลังจากจบภาพยนต์เรื่องนี้ จึงให้แบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิด "ได้สาระชีวิตอะไรบ้าง...จากภาพยนต์เรื่องนี้" แต่ละคน/กลุ่มพยายามระดมความคิด จากนั้นจึงมีการแลกเปลี่ยนเกี่ยวสาระชีวิตในภาพยนต์เรื่องนี้ ด้วยการสอบถามรายบุคคล ก่อนที่จะให้ทุกคนแยกย้ายไปรับประทานอาหารเที่ยง

   นักศึกษาคนหนึ่งเดินเข้ามาเสนอความคิดว่า forrest gums นั้น เขามีพรสวรรค์ เหมือนกับที่อาจารย์หลายคนบอกว่า คนเรานอกจากจะแสวงแล้ว ต้องมีพรสวรรค์ด้วย แล้วยกตัวอย่าง ดาราตูมตาม คุยเรื่อยไปจนมาถึงเรื่องชีวิตช่วงหนึ่งก่อนเข้ามาเรียน ณ สถานที่แห่งนี้ นั้นคือ ชีวิตเด็ก กศน.

   ก่อนเข้ามาเรียนที่นี้ เคยเข้าไปสมัครที่ มรภ.แห่งหนึ่ง (ไม่ใช่ภาคกลาง) โดยวันนั้นฝนตกหนัก แต่ก็พยายามที่จะไปสมัครในโครงการพิเศษ ได้สมัครแต่ไม่ได้รับการตอบรับเข้าเรียนจาก มรภ. ดังกล่าว ทราบมาว่า ทางราชภัฏฯ มีปัญหากับ กศน. โดย เด็ก กศน.ต้องไปสอบเข้าก่อน คำหนึ่งที่ออกมาจากตัวแทน กศน.คือ "โตแล้วนี่ เดี๋ยวนี้จึงไม่ใยดีพวกเรา" แต่โชคดีที่ มีใครไม่รู้โทรเข้ามาแล้วให้มาสมัครที่ราชภัฏแห่งนี้ โดยที่ไม่เคยรู้จักชื่อราชภัฏแห่งนี้มาก่อน บางทีก็รู้สึกรันทดเหมือนกัน ไม่ใช่ว่า เด็ก กศน.จะเป็นเหมือนกันทุกคน คนที่สอบเจ้า จุฬาฯ ได้ก็มี ที่ไปต่อ ออสเตรีย ได้ก็มี ทำไมเขาปฏิเสธ......................

   เขาร่ายยาว ผมได้แต่ปลอบใจว่า ที่มาเรียนที่นี้ได้ก็ดีแล้ว เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เพียงแต่จะตั้งใจเรียนหรือไม่ (ระหว่างที่พูด ในใจผมก็รู้สึกว่า ผมพูดอย่างหนึ่ง ใจผมคิดอย่างหนึ่ง...ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน) ขอให้ตั้งใจเรียนเถอะ ชีวิตคนเรานั้นไม่แน่นอน อย่าเข้าใจว่า เรียนจบสายนี้แล้วจะได้ทำงานสายที่ตนเรียนเสมอไป ดูชีวิต forres gums สิ แม้จะเป็นภาพยนต์ แต่มีสาระแห่งชีวิตทุกฉากเชียว คุยไปคุยมาก็แยกย้ายกันไปทำภาระกิจของตนๆ

  ก็รู้สึกบางอย่างเหมือนกัน เด็กคนนี้เป็นเด็กตั้งใจเรียน เป็นหัวหน้าหมู่เรียน ไม่ว่าผมโยงไปถึงอะไร เขาจะตามทันทั้งหมด พร้อมกับ ข้อโต้แย้ง การเสนอความคิด เชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ผมหวังอยู่ในใจลึกๆ ว่า บนโลกแห่งความรู้ เขาอยู่รอดแน่นอน บางครั้งก็รู้สึกละอาจใจเหมือนกัน สิ่งที่เขาเสนอมา ผมน่ะเองที่ควรเป็นผู้เรียนจากเขา ไม่ใช่เขาเรียนจากผม

  อย่างไรก็ตาม กรณี การปฏิเสธเด็ก กศน. ทุกคนนั้น ผมว่า น่าจะคิดผิด นอกจากคิดผิดแล้ว ยังตรารอยบาปไว้ในใจเด็กอีกต่างหาก เรื่องนี้เคยเกิดกับผมเมื่อหลายปีก่อน ที่เป็นผู้คัดกรองเด็กเข้าหลักสูตร เกือบจะปฏิเสธแล้ว แต่คิดว่า เราก็ไม่ได้เก่งอะไร สถานศึกษาคือสถานเรียนรู้ ใครจะเข้ามาเรียนก็ย่อมได้ แค่เขาคิดจะเรียนก็ดีแล้ว จึงรับไว้ และพบภายหลังว่า เด็กคนดังกล่าว ตั้งใจทำงาน ตั้งใจเรียน ความตั้งใจในเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งดีไม่ใช่หรือ

  สู้ต่อไป เด็ก กศน. ไม่มีที่ไหนรับ ให้มาที่นี้