ในการประชุมภาคีเครือข่ายร่วมใจ สานสายใยแห่งครอบครัว มีช่วงการเสวนาเรื่อง " สารพันทัศนะวัยรุ่นยุค 3 D" โดยวิทยากรคือ ผศ.ดร.จันทร์วิภา ดิลกสัมพันธ์ , ดร.เพ็ญนภา กุลนภดล และคุณพีรชยา พิณเมืองงาม (มิว the star 3) ดำเนินการเสวนาโดยคุณศรัณย์ คุ้งบรรพต (โน้ต KPN award)  ซึ่ง 3 D ในที่นี้คือ Digital , Degree, Development  รายละเอียดนำมาเล่าให้ฟังดังนี้ครับ

ในช่วงแรกจะกล่าวถึงปัญหาของเด็กในปัจจุบันครับ

อาจารย์จันทร์วิภากล่าวว่า

  • เด็กปัจจุบันถ้าจะวิเคราะห์ถึงปัญหาแล้ว ต้องตามไปดูถึงต้นเหตุที่แท้จริง (root cause) เริ่มจากพ่อแม่ ตั้งแต่การเลือกคู่ครองที่ดี ปัญหาการหย่าร้าง ปัญหาของครอบครัว
  • Digital ก่อให้เกิดปัญหาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเพศ ซึ่งเด็กเข้าถึงได้ง่ายและไม่มีคนควบคุมจากการค้นหาใน internet เด็กมีแนวคิดที่เปลี่นไปในเรื่องการรักนวลสงวนตัว
  • เด็กปัจจุบันโดยเฉพาะในเพศหญิงมีความคิดแยกเป็น 3 กลุ่ม คือ การรักนวลสงวนตัว และการเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ เอาเสน่ห์ทางเพศของตนเองเป็นตัวตั้ง และกลุ่มที่เป็นกลางซึ่งเด็กจะวางตัวลำบาก เนื่องจากอิทธิของเพื่อนมีมาก หากครอบครัวไม่เข้มแข็งเด็กก็จะตามเพื่อนมากกว่า
  • เด็กส่วนใหญ่จะคิดถึงผลลัพธ์ในระยะเวลาสั้น ๆ
  • อาจารย์ให้คำจำกัดความในการแยกกลุ่มเด็กที่ทีพฤติกรรมในการเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำเป็น 4 กลุ่มคือ เ.รดมืด , เ.รดโฉงฉ่าง, เ.รดสว่าง และ เ.รดหงิ่ม ๆ ซึ่ง เ.รด ประเภทสุดท้ายเป็นประเภทที่อันตรายต่อตัวเองที่สุด
  • ค่านิยมของเด็กหญิงในปัจจุบันมักจะชอบเด็กชายที่มีพฤติกรรมที่ไม่ดี เนื่องจากรู้สึกตื่นเต้น เร้าใจ

ต่อมาน้องมิวเล่าว่า

  • เด็กที่มีพฤติกรรมที่ดี มักจะถูกเพื่อนต่อว่า และกังวลว่าจะถูกเพื่อนทิ้ง ไม่มีเพื่อน ทำให้พฤติกรรมตามเพื่อนมีอิทธิพลที่สูงมาก ปัญหาค่านิยมที่แตกต่างกันไปของแต่ละสังคม แต่ละสถานที่ คิดว่าครอบครัวมีส่วนสำคัญมากที่สุด
  • เด็กวัยรุ่นต้องรู้จักการแบ่งเวลา ต้องรู้จักการมีระเบียบวินัย บางครั้งอาจต้องขัดใจเพื่อนบ้าง หรือต้องเลือกกลุ่มเพื่อนที่นำพาไปสู่สิ่งที่ดี

 อาจารย์เพ็ญนภาในฐานะนักจิตวิทยากล่าวไว้ว่า

  • นักจิตวิทยาวัยรุ่นมีหน้าที่ปรับ และดึงพฤติกรรมเด็กมาสู่ที่ต้องการ ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลา อาจารย์เปรียบเทียบกับสุภาษิตจีนว่า ปลูกพืชล้มลุกต้องใช้เวลา 3-4 สับดาห์ ปลูกพืชยืนต้นต้องใช้เวลา 3-4 ปี แต่ถ้าจะปลูกคนต้องใช้เวลาทั้งชีวิต
  • ปัญหาในวัยรุ่นอาจารย์แบ่งเป็น 4 มิติ คือ
    • ครอบครัว ศาสนา เริ่มมีลักษณะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เข้าวัดน้อย ไม่เชื่อกฎแห่งกรรม
    • การรับรู้ เริ่มมีการใช้โทรศัพท์มากขึ้น internet เข้ามามีบทบาท
    • การใช้ชีวิต ลักษณะการออกกำลังกายน้อย อยู่บ้านคนเดียว กินเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน ยอมรับเรื่องการมีเพสสัมพันธ์ และนิยมการทำศัลยกรรม
    • ปัญหาเสี่ยง เริ่มมีเรื่องยาเสพติดมากขึ้น ถูกทำร้ายจากครอบครัวและญาติมากขึ้น
  • อาจารย์บอกว่าสิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ก็คือ กีฬา การศึกษา ครอบครัว ศาสนา และการปรับทัศนคติ
  • อาจารย์ได้วินิจฉัยโรคให้เด็กวัยรุ่นในปัจจุบันว่ามี 3 โรคคือ
    • หัวใจตีบตัน (ขาดและหิวความรัก เก็บกด)
    • ศักดิ์ศรีบกพร่อง (ล้มเหลวในการใช้ชีวิต ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมรอบด้าน และใช้วิธีที่ชดเชยในสิ่งเหล่านี้ในทางผิด)
    • สำลักเสรีภาพ ขาดวินัย ใช้เสรีภาพในทางที่ผิด

ในช่วงหลังเป็นข้อคิดในเรื่องแนวทางการแก้ไขครับ

อาจารย์จันทร์วิภากล่าวว่า

  • เด็กวัยรุ่น มีพลังค่อนข้างมากมาก ควรมีการแนะนำในการใช้ที่ถูกต้อง พ่อแม่จะหวังพึ่งครูอย่างเดียวไม่ได้ ต้องช่วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
  • ต้องสอนให้เด็กคิดให้เป็น และสามารถที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองได้ รู้จักที่จะตอบปฎิเสธ (Just say no)
  • จัดเวทีให้มีการแสดงออกมากขึ้น
  • ครูมีส่วนสำคัญในการให้ความรู้ โดยเฉพาะในเรื่องเพศศึกษาที่ถูกต้องแก่เด็ก แต่ไม่ใช้เป็นหน้าที่ของครูคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเป็นกับครูทุกคน
  • ในเรื่องเพศ ควรจะสอนให้เด็กประวิงเวลาการมีเพศสัมพันธ์ให้นานขึนคือเมื่อมีอายุที่ควรแล้ว และเน้นเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์
  • เน้นเชิงรุก คือหากพบปัญหาแล้วต้องตามไปให้คำปรึกษาทันที
  • หลักแนวคิดในการสอนคือสอนให้หญิงเข้าใจชาย ชายเข้าใจหญิง อาจารย์บอกว่าหญิงต้องการความรักเป็นเรื่องใหญ่ แต่ชายส่วนมากต้องการในเรื่องเพศมากกว่า
  • อาจารย์บอกว่าวัยรุ่นควรเข้าใจว่า รักไม่เลือกที่เกิด  แต่ sex เลือกที่เกิด ดังนั้นการระวังในเรื่องสถานที่และสิ่งยั่วยุจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กต้องรู้

 น้องมิวให้ความเห็นว่า

  • เพื่อนมีส่วนอย่างมากในวัยรุ่น การเลือกที่จะคบเพื่อนที่จุดสำคัญของชีวิต
  • ครอบครัวมีส่วนสำคัญ เน้นในเรื่องการรักษาวินัย การรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับครอบครัว

 อาจารย์เพ็ญนภากล่าวว่า

  • การจะช่วยเหลือวัยรุ่น ต้องเริ่มจากครอบครัว ทางแก้ไขของนักวิชาการต้องเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกคู่ครอง ความพร้อมที่จะมีครอบครัว
  • พ่อแม่ที่พึงประสงค์ของลูกคือ
    • เอาใจใส่ และให้เวลา เป็นธรรมชาติ
    • เข้าใจลูกอย่างลึกซึ้ง
    • ให้ความสำคัญ ยอมรับ และให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน
    • อบอุ่น และไม่ครอบงำ
    • มีสติ มองปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
    • สร้างระเบียบวินัยในบ้านแบบ - มีการสื่อสารที่ดี , ให้เวลาพูดคุย , เอาใจใส่ และคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพภายในครอบครัว
    • ที่สำคัญก็คือ พ่อแม่ต้องไม่นำความรัก มาเป็นเงื่อนไขบีบบังคับให้ลูกทำตามต้องการ
    • พ่อแม่ควรรักลูกแบบที่เขาเป็น

ข้อเสนอในส่วนของราชการควรจะ

  • สำรวจสถานการณ์ของครอบครัว เพื่อวิเคราะห์หาโอกาสแก้ไข และพัฒนา
  • พัฒนาเครือข่ายครอบครัว เพื่อเรียนรู้ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
  • ระบบเครือข่ายพ่อแม่วัยรุ่น

สุดท้ายอาจารย์ให้นิยามของชีวิตว่า

Life = love + Live + Laugh

 

ขอบคุณครับ