กล่าวย้ำกันตลอดคือ “เรากำลังทำอะไร” “ทำเพื่ออะไร” “ทำเพื่อใคร” คำตอบคือ เราทำงานเพื่อสังคมของเรา เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข เพื่อลูกหลานเรา และนี้เองคือการเคลื่อนของงานภาคประชาชนที่ใช้ความเป็นเครือข่ายเพื่อโยงใยความสัมพันธ์ให้กลับคืนมาจากสังคมแห่งความแตกแยกคืนสู่สังคมสันติสุข

แล้วลูกผม?ครอบครัวฉันล่ะ?

                                                                                       ส.ศรัณ

 

ในการทำงานชุมชนของข้าพเจ้าได้พบกับคำถามนี้อย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำไมนั่นเหรอก็เพราะว่า การทำงานของข้าพเจ้าเป็นงานที่ชาวบ้านเดิมพันด้วยชีวิต เขาทำงานแบบไม่มีเงินเดือน เขาทำงานด้วยใจอาสา เขาทำงานบนความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอก ทั้งนโยบาย การเมืองระดับชาติ ที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ไปทุกย่อมหญ้า ระดับท้องถิ่นที่มีผลต่อความสัมพันธ์ พี่ น้อง เพื่อนฝูง หากจะเทียบการทำงานในทุกระดับที่บอกเล่ามาต่างมีค่าตอบแทนด้วยกันทั้งนั้น แม้แต่คนเฝ้าสำนักงาน แต่ชาวบ้านที่ทำงานกับข้าพเจ้าไม่มีมันช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

 

ด้วยการทำงานในนามมูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย ที่ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเจ้าคณะที่รับผิดชอบเรื่องยาเสพติดที่เป็นปัญหาระดับโลก ระดับชาติ การเกิดปัญหายาเสพติดเรามองว่าเกิดจากการไม่พอของคน หรือคนไม่รู้จักพอในสิ่งที่มีทำให้เกิดความโลภ ทำให้ต้องทำงานอะไรที่ได้เงินมาง่ายและมากพอที่จะมาตอบสนองความต้องการที่กระหายอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่การประกอบสัมมาอาชีพอย่างปกติไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่มากมายเยี่ยงนั้นไม่ได้ ยาเสพติดเป็นตัวเลือกแรกที่ทำให้มนุษย์ผู้ไม่พอเหล่านั้นเลือก และในวงการนี้ไม่ใช่ธรรมดามีระดับทั้งนั้น

 

ทุกครั้งที่ลงพื้นที่สิ่งที่ข้าพเจ้ามักจะชวนพี่น้องในเครือข่ายทบทวนแนวคิดในการทำงานตลอดเช่นกันเพื่อความเข้าใจที่เป็นหนึ่งเดียว แนวคิดที่ข้าพเจ้าและเครือข่ายกล่าวย้ำกันตลอดคือ เรากำลังทำอะไร”“ทำเพื่ออะไร”“ทำเพื่อใครคำตอบคือ เราทำงานเพื่อสังคมของเรา เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข เพื่อลูกหลานเรา และนี้เองคือการเคลื่อนของงานภาคประชาชนที่ใช้ความเป็นเครือข่ายเพื่อโยงใยความสัมพันธ์ให้กลับคืนมาจากสังคมแห่งความแตกแยกคืนสู่สังคมสันติสุข

 

แต่ก็มีหลายครั้งเช่นกันที่เกิดคำถามทั้งในตัวข้าพเจ้าเองและพี่น้องเครือข่ายสะท้อนกลับมาว่า สิ่งที่เราทำส่งผลต่ออะไรบ้างในบางพื้นที่หาความสัมพันธ์เดิม ๆ ไม่ได้เลยและถือเป็นพื้นที่อันตราย หากเราเล่นโดยตรงเรื่องยาเสพติด แล้วลูกผมล่ะ ครอบครัวฉันล่ะ คนข้างหลังที่เป็นที่รักของฉันของผมล่ะเขาจะเป็นอย่างไร เขาจะอยู่อย่างไร ไม่ผิดใช่ไหมที่เขาจะคิดอย่างนี้ เพราะเขาทำด้วยใจอาสา มาด้วยใจทำไมต้องให้เขาแลกกับสิ่งที่เขารัก แล้วสิ่งที่เขากำลังทำเขาไม่รักเหรอ........ เขาไม่อยากทำเหรอ........

 

จากคำถามข้างต้นด้วยเพราะการเคลื่อนงานของเจ้าสำนักต้นสังกัดคือ ปราบปรามยาเสพติด แต่งานของภาคประชาชนไม่สามารถจะจับกุม ปราบปรามใครได้ นอกจากลูกหลานตัวเอง(ปัจจุบันชักไม่แน่ใจว่าลูกหลานยังจะปราบได้หรือไม่) หากมองอย่างเป็นกลางแล้วคงไม่มีใครที่อยู่ในตำแหน่งผิดใครอยู่ในตำแหน่งถูก เพราะการทำงานต้องมีการบูรณาการอย่างสมบูรณ์นั้นคือการยอมรับทั้งสองอย่างให้สามารถผสมผสานกันได้อย่างไม่เป็นอันตรายต่อใครทั้งสิ้น ด้วยว่าชีวิตใคร ใครก็รัก ชีวิตใคร ใครก็หวง ครอบครัวใคร ใครก็ต้องการให้มีความสุขตลอดไป ดังนั้นนี่คงไม่ใช่บทสรุปของการทำงานที่ว่า เราทำงานเกี่ยวกับยาเสพติดแล้วเราต้องเลือกชนเพียงอย่างเดียว เรายอมเดินอ้อมเพื่อให้ไปถึงเส้นชัยของสังคมอยู่เย็นเป็นสุขอย่างสุขแท้จริงที่ไม่มีใครเสียเลยสักอย่างเดียว คนให้ก็ได้รับ(ผลงาน) คนรับก็ได้ต่อ(ชีวิตและลมหายใจ).........................