พุทธศิลป์ของทิเบตใครเคยชม จะเห็นว่ามักมีรูปสัญลักษณ์อันเป็นสิริมงคลยิ่ง 8 อย่าง

 

ทิเบต ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งพุทธศาสนานิกายวัชรยาน โดยวัชรยานได้เริ่มเผยแผ่เข้ามายังทิเบตในสมัยของพระเจ้าลาโธ โธรี เย็นเซ เมื่อปี 976 (ยุคก่อนประวัติศาสตร์ทิเบต) โดยได้รับคัมภีร์และพระพุทธรูปเข้ามา นับเป็นครั้งแรกที่ชาวทิเบตได้รู้จักกับศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องด้วยชาวทิเบตส่วนใหญ่เลื่อมใสในลัทธิบอน ซึ่งเน้นความเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ
              จวบจนกระทั่งในปี ค.ศ.1173 ภายใต้การนำของซงจั้นกันปู้ กษัตริย์ผู้ยิ่งยงแห่งทิเบต (ยุคแรกของประวัติศาสตร์ทิเบต) ทรงสนับสนุนให้มีการศึกษาพุทธศาสนาจากคัมภีร์ที่รับมา และประกาศให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ จากการสนับสนุนของพระมเหสี 2 พระองค์ ซึ่งเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยองค์หนึ่ง คือ องค์หญิงเหวินเฉิง จากราชสำนักถังของจีน และอีกองค์คือ เจ้าหญิงภริคุติเทวี พระธิดาในพระเจ้าอัมสุวารมา แห่งเนปาล และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคต่อๆ มา

พุทธศิลป์ของทิเบตใครเคยชม จะเห็นว่ามักมีรูปสัญลักษณ์อันเป็นสิริมงคลยิ่ง 8 อย่าง หรือที่เรียกว่า อัษฏมงคล(อัษฏ แปลว่า 8) ปรากฏอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ทั้งตามวัดวาอาราม บ้านเรือน และปราสาทราชวัง โดยชาวทิเบตเชื่อว่า สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 8 นี้ เป็นตัวแทนของพระวรกายของพระพุทธเจ้า อันได้แก่สังข์ เป็นตัวแทนของพระวจนะ, ดอกบัว คือ พระชิวหา (ลิ้น), ธรรมจักร คือ พระบาท, ฉัตร คือ พระเศียร, เงื่อนอนันตภาคย์ คือ พุทธสติ, ปลาทองคู่ คือ พระเนตรทั้งสองข้าง, ธงแห่งชัยชนะ คือ พระวรกาย และ แจกันแห่งโภคทรัพย์ คือ พระศอ (คอ)

อ้างอิง : ผู้จัดการออนไลน์ 19-10-2549

เรียบเรียงโดย ถิรายุส์ บำบัด