สวัสดีครับลูกศิษย์กรมวิทยาศาสตร์บริการรุ่นที่ 3 และชาว Blog
ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บรรยากาศของการเรียนรู้กับโครงการพัฒนาภาวะผู้นำการบริหารจัดการนักบริหารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกรมวิทยาศาสตร์บริการรุ่นที่ 3 ซึ่งนอกจากบุคลากรระดับ 8 ของกรมวิทยาศาสตร์บริการแล้วยังมีแนวร่วมจากหน่วยงานอื่นอีก 9 ท่าน
ผมทำงานครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ซึ่งได้มีการพัฒนาหลักสูตรให้ดีขึ้น ผมก็ได้เปิด Blog นี้และคาดหวังว่าทุกท่านจะใช้ Blog เป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนความรู้กัน และเป็นคลังสมองของพวกเราและก็คงจะเป็นประโยชน์สำหรับชาว Blog ที่สนใจด้วย
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศการจัดการเรียนรู้เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2552
ณ โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ท จ.ชลบุรี


















ภาพบรรยากาศ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2552
หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ในครั้งนี้
1. สิ่งแรกที่เราจะต้องมีคือ Science Networking
2. การเรียนรู้ในห้องเรียนไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การเรียนรู้ด้วยตัวเอง Self Study เพิ่ม Habit ในการ Interact กัน สู่ Tacit Interaction ถ้าคุณใฝ่รู้ มันก็คือ คุณมีเบ็ดตกปลา
3. การเรียนครั้งนี้เป็นการเรียนเพื่อที่จะสร้าง Value Added
4. การมีความรู้แบบ “T” คือทั้งกว้างและลึก
ความคาดหวังของผู้เข้ารับการเรียนรู้
• พัฒนาตนเอง และเติมเต็มส่วนที่ขาด
• อยากได้ประสบการณ์
• นำความรู้กลับไปใช้
• อยากได้รู้จักทุกท่านเพื่อประสานงานร่วมกัน
• ดีใจที่ได้ร่วม และเรียนรู้กับ Hero ของ Leadership Model แบบ ดร.จีระ
• อยากนำความรู้มาพัฒนาองค์กรของเราให้ก้าวหน้าและเป็นที่รู้จักมากกว่านี้
• อยากเรียนรู้แนวคิดของว่าที่ผู้นำยุคใหม่เพื่อนำมาวิเคราะห์กับแนวทางของตนเองเพื่อการเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต
• สามารถพัฒนาตนเอง และนำไปถ่ายทอดได้
• ได้ความรู้ เพื่อพัฒนาความคิดและให้มีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น
• อยากรู้ว่าการเป็นผู้นำมืออาชีพนั้นเป็นอย่างไรและมุมองในฐานะที่เป็นลูกน้อง
• อยากเห็นกรมวิทย์ฯ ทำงานเป็นทีม อยากเห็นคนเก่งทำงาน และทำงานร่วมกัน
• หวังที่จะเรียนรู้และสร้างเครือข่ายในการทำงานร่วมกัน นำความรู้ไปพัฒนาและปรับปรุงในฐานะผู้บังคับบัญชาและดูแลลูกน้อง ถ่ายทอดความรู้
• มีเครือข่ายในการทำงาน ลดปัญหากฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นข้อจำกัดของราชการ
• ได้ความรู้ทางด้านบริหารโดยเฉพาะการบริหารทีมงานวิจัยให้ทำงานได้เองโดยไม่ต้องรอรับคำสั่ง
• เปิดโลกทัศน์และสร้าง Network & Friends
• เรียนรู้แนวคิด แนวปฏิบัติทางด้านการบริหาร
• พัฒนาภาวะผู้นำของตนเอง และพัฒนางาน
• นำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้แก่เพื่อนร่วมงาน
• อยากพัฒนาภาวะผู้นำของตนเอง และถ่ายทอดให้ผู้อื่นดึงเอาความสามารถออกมาใช้ให้มากที่สุด
• เรียนรู้การบริหารความหลากหลายของคน
• อยากให้การเรียนรู้ในครั้งนี้นอกจากพัฒนาตนเอง สามารถพัฒนาท้องถิ่นด้วย
ดร.สุทธิเวช ต.แสงจันทร์
• รอง ดีใจที่กรมวิทยาศาสตร์บริการเน้นการทำงานร่วมกัน เห็นด้วยที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และสามารถแลกเปลี่ยนความรู้สึกร่วมกันได้ เอาวิทยาศาสตร์มาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่
• ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาให้เกิดความรู้ และนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อมาพัฒนาองค์กรได้
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• เวลาได้เรียนรู้ อยากให้เกิดพลังแห่งการสร้างสรรค์ ซึ่งมาจากการเรียนรู้
• ถ้ารุ่นนี้มีแนวคิดเรื่องการวิจัยให้จดไว้เลย เพราะจะได้ทำได้เลย เช่น รุ่น 1 บอกว่าจะทำเรื่อง Re branding แต่กว่าจะได้ทำก็มาถึงอบรมรุ่น 3 แล้ว
• อยากให้เน้นเรื่องการสร้าง Connection ที่ดีทั้งในและนอกองค์กรด้วย นอกจากเรียนเพื่อให้ฉลาดอย่างเดียว
• การร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งกันและกัน ผ่าน Blog ให้เขียนว่าอยู่กลุ่มไหนด้วยเวลาขึ้น Blog
• วิทยากรทำหน้าที่เป็น Coaching and Mentoring ด้วย
• จบแล้ว จะมีการติดตามประเมินผล
• การเรียนรู้จะเน้นเรื่องการกระตุ้น
• มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ เริ่มจาก KM, LC, LO
• สมองไม่ได้เกิดจาก Lecture แต่เกิดจากการคิดเยอะ ๆ การเปลี่ยนพฤติกรรมเยอะ ๆ
• การเป็นผู้นำที่ดีต้องเป็นคนที่มีบุคลิกภาพแบบ Social Skill
• พรุ่งนี้ต้องคิด 2 เรื่อง คือ
1. What are the opportunities in Global?
- Opportunities ที่ยิ่งใหญ่ คือ Green Economy ควร Aware เรื่อง Green Economy
- Maximize Intangible
• Peter Drucker บอกว่า ถ้าจะทำอะไรก็แล้วแต่ จะ Ask Difficult Question เช่น กรมวิทย์ฯ ใน 20 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร
• ในอนาคตข้างหน้า การตั้งโจทย์สำคัญกว่าคำตอบ
• เวลามองภาพกว้างอยากให้มี Habit ในการติดตามด้วย
ถาม
อยากเรียนรู้วิธีคิดของการเป็นผู้นำ อย่างรุ่นที่ 1,2 ทำ Project สู่ชุมชน เช่น ทอดผ้าป่าหนังสือ กรมวิทย์มีแนวโน้มสู่การเป็น PO การบริหารไปที่จ.อ่างทองเน้นการเรียนรู้สู่ชุมชน อยากทราบว่า คิดภายใต้อย่างไร เกิดการบริหารอย่างไร แล้วเกิดกับประโยชน์กับกรมวิทย์อย่างไร
ตอบ
วิทยาศาสตร์ ต้องมองอะไรที่กว้างมากขึ้น การบริการไม่ได้เน้นที่เฉพาะ Exporter เท่านั้น ควรเน้นไปที่ชุมชน และคนที่ยากจน เพื่อที่จะไปช่วยสังคม และกลุ่มคนนั้น ๆ ด้วย ต้องเน้น Explore Opportunities , ทฤษฎี Blue Ocean
ถาม
ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่มองแนวดิ่งทำอย่างไรให้มองที่กว้างขึ้น และไม่กล้าทำอะไรที่แปลกจากเดิม
ตอบ
• การเป็นนักวิทยาศาสตร์ เมื่อจบอาชีพแล้วจะทำอะไร ต้องทำให้กว้างไว้
• ต้องเปลี่ยนความคิดว่า เมื่อใดก็ตามที่เกิดประโยชน์ส่วนรวมแล้ว เราต้องเสี่ยง
• จุดสำคัญทีสุด Boss ที่ดีต้องเป็นคนรับความเสี่ยงแทนเราต่อประโยชน์ของสังคม
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• หลักคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
• ทฤษฎี 4 L’s
• ทฤษฎี 2 R’s ทำอย่างไรถึงต่อยอดสู่ความเป็นเลิศ และประเด็นที่พูดอยู่ประเด็นอะไรสำคัญ
• ทฤษฎีการสร้างมูลค่าเพิ่ม (ด้านขวาคือการเรียนรู้)
• ทฤษฎี ASV
เวลา ทำ Workshop คิดให้รอบคอบแล้วนำประเด็นเดียวมาต่อยอดก็พอแล้ว
• ทฤษฎีของ Peter Senge
ในห้องนี้ ผมขอให้เริ่มคิดในมุมที่แปลก ๆ ด้วย
ต้องมีความรู้ที่สด และข้ามศาสตร์
การเรียนยุคใหม่ต้องมี Vision ที่สามารถแบ่งปันได้
การทำงานเป็นทีม มีความรู้ก็มาแบ่งปันกัน
มีระบบความคิดเป็นเหตุผล
Workshop
จากทฤษฎีการเรียนรู้ ในเรื่อง
• หลักคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
• ทฤษฎี 4 L’s
• ทฤษฎี 2 R’s
• ทฤษฎี ASV
• ทฤษฎี Peter Senge
ท่านเห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องดังกล่าวอย่างไร และท่านจะสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างไร (กลุ่มละ 1 เรื่อง)
ทฤษฎีสำคัญด้านทุนมนุษย์
HR Architecture
• การศึกษาเมืองไทยเป็นตัวสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่แรงงานของเรา ถึงเวลาแล้วที่ต้องใส่ Science & Technology
• ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคประกอบการไม่มี Science Technology อยู่ไม่ได้
• ถ้าชุมชนไม่มีวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีก็ไม่สามารถไปรอดได้
• ทุนมนุษย์ถ้าไม่มี Science & Technology ก็อยู่ได้ยาก
ทฤษฎี 8 K’s
1. Human Capital ทุนมนุษย์ มาจากคนเรียนหนังสือมาก ทุนมนุษย์ของคนก็จะมากกว่า
2. Intellectual Capital อ.จีระ บอกว่า บางคนเรียนมาเหมือนกัน คุณภาพของทุนมนุษย์อาจไม่เท่ากันก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัญญาที่จะนำไปใช้ได้มากน้อยแค่ไหน
3. Ethical Capital บางคนเรียนเก่ง แต่ขาดคุณธรรม จริยธรรม ก็ไม่สามารถอยู่ได้
4. Happiness Capital ทุนแห่งความสุขจะมาแรงที่สุดในอนาคตข้างหน้า
5. Social Capital สำคัญมาก รู้จักใครบ้าง Networking
6. Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน ต้องมองทั้งระยะสั้น และระยะยาว ดูเรื่อง Health กับ การใฝ่รู้ให้ไปด้วยกัน การมีชีวิตยั่งยืนอยู่ได้เนื่องจาก ความรู้ทันสมัย สุขภาพดี คำถามคือ 20 ปีข้างหน้าจะมีประโยชน์ต่อไปหรือไม่
7. Digital Capital ยุคโลกปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญที่ควรให้ความสนใจ
8. Talented Capital คนในอนาคต ต้องมี 3 อย่าง 1. ทักษะ Skill 2. ความรู้ และ 3. The right mindset ทัศนคติที่เหมาะสม
ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของทุนมนุษย์ คำถาม คือมีหรือเปล่า ถ้ามีคือมีได้อย่างไร ถ้าไม่มี จะหามาได้อย่างไร
สิ่งที่อยากจะปลูกฝังคือ Capability ศักยภาพ และการทำงานอย่างมีความสุข
ทฤษฎี 5 K’s
1. Creativity Capital
• ตัวอย่างฟุตบอลบราซิล และ อังกฤษ ใครมี Creativity มากกว่ากัน คำตอบคือ บราซิลจะชนะเลิศฟุตบอลโลกบ่อยมาก แม้อังกฤษเป็นผู้เริ่มฟุตบอลเพราะอะไร ก็เพราะบราซิลมี Creativity ในการเล่นฟุตบอลมากกว่าไม่เล่นแบบเดิม ๆ
• อยากให้เป็นเรื่องหนึ่งที่เสนอในกรมวิทยาศาสตร์ และในเวลา 10 วันอยากจะให้คิดเรื่องนี้
2. Knowledge Capital
3. Innovation Capital
4. Emotional Capital ต้องมีอารมณ์พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป
5. Cultural Capital
ทฤษฎี 8 H’s ของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
คนเราต้องมี Life and Work Balance
ทฤษฎี 3 วงกลม
Workshop 1
แต่ละกลุ่มเลือกแนวคิดการเรียนรู้ หรือทุนมนุษย์ ที่สามารถนำมาปฏิบัติได้ในองค์กรของท่าน 1 เรื่อง
1. จากทฤษฎีการเรียนรู้ ในเรื่อง
• หลักคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
• ทฤษฎี 4 L’s
• ทฤษฎี 2 R’s
• ทฤษฎี ASV
• ทฤษฎี Peter Senge
ท่านเห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องดังกล่าวอย่างไร และท่านจะสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรของท่านอย่างไร
2. กรอบทุนมนุษย์ ในเรื่อง HR Architecture , ทฤษฎี 8K’s , ทฤษฎี 5 K’s , ทฤษฎี 8 H’s ทฤษฎี 3 วงกลม ท่านจะสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรของท่านอย่างไร
กลุ่ม 4
เลือก Talented Capital เก่งแต่มีปัญหาเรื่อง Mindset
• Talented Capital เกิดมาได้เมื่อทุกคนไปเผชิญปัญหามาจากแหล่งต่าง ๆ เช่น แหล่งระบายอารมณ์ ป้อนเข้ามาสู่ Data ว่าไม่สบายใจเรื่องอะไร ทำ Data เป็น Information จัดหมวดหมู่ ต่อมาใช้สมองในการแก้ไขปัญหา
• เช่น เป็น Morning Milk and Tea เพื่อรู้ปัญหา และหาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งนอกจาก Solve ปัญหาแล้วต้องรู้จักแก้ไขปัญหาด้วย
• จับความรู้ของความเก่งในองค์กร วิทยาศาสตร์เก่ง ความรู้เก่ง แต่ขาด Mindset , Mindset เป็นกลุ่มที่ต้องการแก้แล้วไปปฏิบัติที่ดี
• สร้าง Value Added และนำปัญหามาเพื่อแก้ไขได้ แล้วทำการบันทึกไว้เพื่อที่จะเผยแพร่ได้ว่าเราได้แก้ไขมาหมดแล้ว
• การจัด Training เพื่อช่วยแก้ไขปัญหา แล้วไปชี้แจง และอธิบายถึงแหล่งปัญหา
เพิ่มเติมจากดร.จีระ
• การปลูกฝังการแก้ปัญหาแรงกดดันในองค์กร หรืออารมณ์ ให้รับการฝึกฝนที่มากขึ้น หรือ อาจพาไปสมาธิ หรือ Record ไว้เป็นข้อมูลก็ได้รับประโยชน์
• นอกจากมีความรู้ ทักษะแล้วต้องมี Mindset (ถูกกำหนดมาจากค่านิยมบางอย่างสะสมไว้)
กลุ่ม 2
• การทำงานให้มีความสุขได้ สร้าง Positive Thinking ,Career Path, Put the right man in the right job มีการดื่ม Chocolate Morning พบกันเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาซึ่งกันและกัน
• การปรับอารมณ์ในการทำงานให้มีความสุขและมีการรับผิดชอบที่ดี
• การทำงานอย่างมีความสุข ควบคู่กับคุณธรรม จะนำไปสู่ความยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ดร.จีระ
• การสร้างบรรยากาศในการคุยกันเลือกสถานที่ที่เหมาะสมจะทำให้บรรยากาศดูสบาย ๆ มากขึ้น
• การสร้างความ Relax จะทำให้เปิดใจมากขึ้น
วราพร
• เรื่อง Happiness น่าจะมีการประเมินว่าก่อนทำกิจกรรม และหลังทำกิจกรรม มีมากน้อยแค่ไหน
กลุ่ม 3
• ต้องการเป็น International DSS สู่ How to do
• มีการทำ Road show สื่อต่าง ๆ วิทยุ , Website, โทรทัศน์
• การสร้างสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจ
• การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาสู่ International
• ทุกอย่างต้องมีกระบวนการตลอดเวลา ต้องมีการทบทวนอย่าทำอะไรเป็นจุด ๆ
• สร้าง Brand name ของ DSS ให้ยั่งยืนตลอดเวลา
ดร.จีระ
• การเอาสิ่งที่คิดเยอะ ๆ ไปสอดคล้องกับสิ่งที่ทำอยู่ ทำให้เกิด Execution
• เอา idea ไปปรากฏกับความจริง
• นำ Creativity ไปสู่ Innovation สู่ Execution
• เน้นการ Outsource มากขึ้น
• การพัฒนาคน องค์กรต้องน่าอยู่ คนต้องมีความสามารถและอยากทำงานให้เรา อยู่ที่ 1.เจ้านายเก่ง 2. มี Smart HR 3.เอาชนะ
• ต้องมีการทบทวนอย่าทำอะไรเป็นจุด ๆ Process ต้องครบ ถ้าไม่ครบ Customer จะไม่รอด
กลุ่ม 5
• ถ้าบุคลากรได้รับการพัฒนาส่งเสริมมีแรงจูงใจจากผู้บริหารเกิดกิจกรรมค่ายเยาวชน บ่มเพาะต้นกล้า และเทคโนโลยี คนมีคุณภาพต้องมีหลักคิด นำหลักคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ว่า เราจะทำอะไร เราจะทำเพื่อใคร เราจะทำอย่างไร แล้วเราจะได้อะไร มาประกอบการคิดโครงการค่ายเยาวชน
• กิจกรรมค่ายเยาวชน นอกจากตัวเด็กได้ความรู้และประโยชน์แล้ว พ่อแม่ยังได้ประโยชน์ด้วย
• สร้างหลักคิดจากหลักวิทยาศาสตร์เพื่อไม่ให้หลงงมงาย
• สร้างคนเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดี
กลุ่ม 2
• ปลูกฝังให้บุคลากรมีคุณธรรม จริยธรรม ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
• ทำยังไงไม่ให้คนเห็นแก่ประโยชน์ตนเอง
• มีการ Cross Check กัน ในการทำกิจกรรมร่วมกัน
ดร.จีระ
• เน้นการทำให้เกิดเป็นรูปธรรมจริง ๆ ขอยกตัวอย่างคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย
• การขัดเลือกคุณธรรม ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุด
กิตติพัฒน์ ดารากร ณ อยุธยา
• การทำงานเป็นทีม เป็นสัญชาตญาณของสัตว์สังคมทุกชนิด
• การทำงานอย่างเป็นระบบ ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น
• ยุค Knowledge ความรู้เยอะ แล้วต้องถ่ายทอดเป็น แล้วทำประโยชน์ให้คนอื่นได้ถึงเรียกว่าเพชร
• ความเป็นผู้นำต้องรู้จัก กระจายอำนาจ และทำงานเป็นทีม
• คนเราเป็นจุดศูนย์กลางของอารมณ์ที่กระทบคนอื่น ถ้าอารมณ์ดีหรือไม่ดีจะมีอิทธิพลต่อกลุ่มมากเลยโดยเฉพาะคนที่เป็นจุดสนใจของกลุ่ม
• ธรรมชาติของอารมณ์เวลาสะท้อนไปที่คนอื่นเมื่อไปกระทบคนอื่นก็จะกระทบมาสู่ตัวเอง
• เราสามารถบริหารอารมณ์ตัวเองได้ทุกวัน โดยมี 3 วิธี
1.S = Stop หยุดคิดสิ่งที่ไม่ดีก่อน
เวลาเกิดอารมณ์โกรธ หรือหงุดหงิด หยุดคิดก่อน
2.C= Challenge ถ้าสิ่งที่บ่น และคิดที่ไม่มีประโยชน์ ก็อย่าทำต่อ ไปทำสิ่งที่มีค่ามากกว่า
3. F = Focus out เราทำงานเพื่ออะไรก่อน ดูเป้าหมายสุดท้าย เพื่อให้มีความสุขในชีวิต เงินเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ทำให้เกิดความสุขเท่านั้น
วิธีการฝึก
1. นั่งอยู่เฉย ๆ ที่มุมสงบเงียบ ๆ แล้วลองคิดถึงสิ่งที่แย่ ๆ แล้วแก้ไขไม่ได้ จะรู้สึกเครียด ลองเอาวิธีนี้มาใช้ คือ
- หยุดมันก่อน
- ถ่ายโยนความเครียดอย่าเก็บไว้กับตัวเอง
- ให้หยุดสิ่งที่ไม่มีประโยชน์
- แล้วนึกถึงสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แล้วจะดีขึ้นเอง
ความแตกต่างระหว่างหัวหน้า ผู้นำ และภาวะผู้นำ
- หัวหน้า
- ผู้นำ
- ภาวะผู้นำ
หัวหน้า
• มีไว้เพื่อให้คำปรึกษาและประสานงานส่วนใหญ่ และสอนงาน ไม่ใช่ทำงานลูกน้อง
• คนเป็นหัวหน้าอยู่ที่องค์กรแต่งตั้ง
• คนที่เป็นหัวหน้าไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำ
ผู้นำ สามารถโน้มน้าวให้ผู้อื่นยอมรับด้วยความเต็มใจได้ เช่น มหาตมะคานธีร์
ถ้าเป็นหัวหน้าด้วยและมีภาวะผู้นำด้วยยิ่งดีมาก
การเตรียมตัวสู่การเป็นหัวหน้า
• ร่างกาย
• สติปัญญา
• อารมณ์
• อุปนิสัย
ระดับขั้นของการบริหาร
เก่งคิด เก่งคน เก่งงาน ไม่ว่าผู้บริหารระดับใดก็ตามเรื่องคนเป็นอันดับหนึ่ง ต้องรู้จักกระจายอำนาจและใช้คนให้เป็น ใช้คนให้ทำงานได้
เก่งงาน ทำงานบรรลุเป้าหมาย แก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อเนื่อง
เก่งคน
เก่งคิด
ความแตกต่างในด้านใดบ้างและต้องทำตัวอย่างไร
• ความคิด
• ความรู้
• อุปนิสัย
• วัยวุฒิ
ทีมงาน
1. กลุ่มของบุคคลที่มาตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
2. รวมตัวกันปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบ มีการประเมินผลชัดเจน และ KPI
3. เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมาย
บทบาทของสมาชิกกลุ่มในการสร้างทีม
1. รวมตัวกัน จะก่อให้เกิดพลัง
2. สื่อสาร ทั้งฟัง ทั้งพูด องค์ประกอบมี 4 อย่าง
Sender Information Channel Receiver
• สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการสื่อสารมากที่สุด คือ Channel เป็นวิธีการสื่อสารด้วย
• การให้ความสำคัญ คำพูด 8 % น้ำเสียง 23 % ภาษาท่าทาง 70%
• ต้องการให้คนตอบรับหรือ ดีใจ ยินดีด้วย ต้องเป็นเสียงโทนสูง
• การแสดงความเห็นอกเห็นใจต้องเป็นเสียงโทนต่ำ
• ภาษาท่าทางมี Action ให้สอดคล้องกับน้ำเสียงหรือเปล่า
กลยุทธ์ในการสื่อสาร
• Accuracy
• Brief
• Clear
• Done
• Easy
• Follow up
3. สร้างความไว้วางใจ
การสร้างความไว้วางใจ
• พฤติกรรมเหมาะสม เป็นแบบอย่างที่ดี
• บุคลิกภาพเปิดเผย
• เข้าหาง่าย/เป็นกันเอง
• โปร่งใสยุติธรรม
4. ตัดสินใจ ต้องยอมรับและรับผิดชอบร่วมกันหมด
5. ประสานงาน
Assertive Behavior การแสดงออกอย่างเหมาะสม
• My Solution
• Your Solution
• Our Solution
การใช้คนให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน
A = Ability M=Motivation
A-M+ ใช้ Coaching
A-M- ใช้ Directing
A+M- ใช้ Participating
A+M+ ใช้ Delegating
Day to Day Management
1. ทักทาย
2. มอบหมาย
3. ยกย่อง ชมเชย
4. แก้ไข ปรับปรุงงาน
5. แยกย้ายกลับบ้าน
11 ม.ค. 52
เลือกประธานรุ่น 3
ประธานรุ่น คุณดรุณี วัชราเรืองวิทย์
รองประธานและเลขานุการ
คุณบรรจงจิตร พานิชย์พัฒนานนท์
คุณรัชดา เหมปฐวี
คุณไพโรจน์ วงศ์ศิริพัฒนกุล
คุณยุทธนาพงศ์ แดงเพ็ง
การบ้านจาก ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
อ่านบทความแนวหน้าเรื่องอภิสิทธิ์ /ทักษิณ และ กรณ์/ธานินทร์ ที่แจกไป เพื่อเปรียบเทียบระหว่าง คุณทักษิณ และคุณอภิสิทธิ์ โดยใช้ ทฤษฎี 8K’s และ 5 K’s
ภาวะผู้นำ
Role Model คือแบบอย่างที่จะมอง ความจริงแล้ว ผู้นำก็คือ การมองแบบ Overall
ดร.เฉลิมพล เกิดมณี
ความคาดหวังจากการเรียนวิชานี้
• ได้อะไรที่กว้างขวาง เรียนรู้เทคโนโลยี เตรียมพร้อมสู่โลกกว้าง
• สิ่งใหม่ ๆ แนวความคิดเพื่อให้สังคมและประเทศพัฒนาแบบยั่งยืน ทำยังไงถึงมองความแตกต่างเป็น Unity และ Unity เป็นความแตกต่าง โดยอยู่แล้วจะมีความสุขได้อย่างไร
เทคโนโลยี ทรัพยากร คน
- คนสำคัญที่สุด
- ยุคต้มยำกุ้งล่ม เพราะ
เราต้องการเป็น 5 เสือ จึงกู้เงินมาเอาเทคโนโลยีเข้ามาแต่เราเป็นเพียง User ไม่สามารถผลักดันได้เนื่องจากคุณภาพคนไม่พัฒนา
บทบาทของกรมวิทย์ฯ ช่วยในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีสู่ประเทศ และสร้างคน เก่งเทคโนโลยี
- เทคโนโลยี และการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ ดังจะเห็นจากตอนปฏิวัติ เวลายึดอำนาจ จะไปยึดทางวิทยุและสื่อสารก่อน
- การขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน
- ญี่ปุ่น เป็นตัวอย่างของการ Copy สู่ Development สู่ นวัตกรรม
ยุคต่าง ๆ อาหาร สุขภาพ พลังงาน สิ่งแวดล้อม
- จะเห็นว่าในอนาคตได้มีการรวบรวมข้อมูลทางชีวภาพทุกคนใน Sim card ของ บัตรประชาชน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่าบุคคลนั้น มีลักษณะทางชีวภาพอย่างไร
- ยุคอนาคตเป็นยุคสิ่งแวดล้อม นาโนเทคโนโลยีจะเข้ามามีส่วนช่วยในการปรับสมดุลของพลังงาน
ทฤษฎีความรู้ทางพันธุกรรมใหม่
- หญิงหรือชายไม่มีการตัดกันที่แท้จริง
- สิ่งมีชีวิตสามารถดัดแปรพันธุกรรมได้ การที่พันธุกรรมจะแสดงออกมากน้อยเพียงใดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม
- มนุษย์สามารถเข้าใจพฤติกรรมเพียงแค่ 20% เท่านั้น
- Body ชายและหญิง ผู้หญิงแข็งแรงกว่า จึงมีการตั้งท้องได้ สัตว์ที่ Body แข็งแรง , จิตใจและสมองไม่แข็งแรง
สิ่งแวดล้อม
- น้ำจากขั้วโลกเหนือดันสู่เส้นศูนย์สูตร น้ำเย็นมีพลังงานมากกว่าทะลักสู่โลกใต้ ตำแหน่งพายุสู่ซีกโลกใต้มากขึ้น พายุหมุนหอบน้ำจำนวนมหาศาลเข้าสู่พื้นโลก เช่น กรณีพายุนาร์กีส
- ในอนาคต ประเทศไทย ส่วนภาคกลาง และภาคใต้จะหายไป จะเหลือแต่ภาคเหนือ และภาคอีสาน
- ยุคสิ่งแวดล้อม ชนะด้วยความคิดเชิงนาโนเทคโนโลยี ช่วยในการปรับสมดุลพลังงาน พืชเป็นตัวดึงมวลสารกลับเข้ามา
พันธุกรรม
- คนและลิงกังมีพันธุกรรมต่างกันไม่ถึง 5% สิ่งแวดล้อมสามารถบ่มเพาะและช่วยได้
สมองซีกซ้ายเข้าใจเรื่องตรรกะ สมองซีกขวาเข้าใจเรื่องอารมณ์,ความรู้สึก
การสร้างคนให้อยู่รอดในสังคม
- ใช้ 4 Q’s
- IQ ความฉลาด
- EQ อารมณ์
- MQ จริยธรรม, ศิลธรรม
- SQ ความอยู่รอด
- MQ เป็นตัวที่ขาดไม่ได้ 100 % ในสังคม
- องค์กรที่มี MQ สูงจะใช้ Trust ความเชื่อ , ความไว้วางใจ ดู Trust และความคุ้มทุน ไม่ต้องใช้กฎ ระเบียบมาก ยิ่งใช้กฎ ระเบียบมากแสดงว่า MQ ต่ำ
- การเข้าใจคนในองค์กร แล้วให้งานให้เหมาะสม ต้องดูว่าเราเป็นแบบไหนแล้วพัฒนา
คนไทยส่วนมากจะขาดทักษะเรื่องประสาทสัมผัส
วิธีการพัฒนาลูกน้อง
1. ต้องให้รู้ว่าขับเคลื่อนอะไร ให้เข้าใจเป้าหมายร่วมกัน
2. เกิดแรงจูงใจในการทำงานตรงกับความต้องการของเขา
3. เคลียร์ให้ชัดเจนว่าผลที่ได้ออกมาคืออะไร
เวลาทำงานให้เป็นกลยุทธ์
1. เป้าหมายต้องชัด
2. คิดบวก
3. เลือกคนให้เหมาะสมกับงานและความสามารถ
4. พลิกแพลงตัวเนื้องานให้เหมาะสม
5. ทุกคนมีใจหาเป้า win-win
6. ทำการประเมินอย่างต่อเนื่อง
7. ไม่มีอะไรดีที่สุดในโลก ต้องมีตัวชี้วัด และตัวพัฒนาการ
วิธีการดำเนินการ
ทำบทบาทตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด หัวหน้ากลุ่มคือผู้จัดการ ผู้จัดการมีหลายแบบ ไม่จำเป็นต้องมาดำเนินการเอง
ตัวประเมิน
ปัญหาคือไม่ออกมาเป็นรูปธรรม เกิดปัญหาปลายทาง
ทางแก้ ต้องทำให้ชัดเพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน และยอมรับ
คำนวณหาโอกาสในการปรับปรุง
- Baseline คือ ระดับศักยภาพของกระบวนการที่เป็นอยู่จริงในช่วงปัจจุบัน
- Entitlement คือ ศักยภาพที่ดีที่สุดของความสามารถของกระบวนการ โดยตั้งบนพื้นฐานออกแบบเดิม
- คือ การประมาณกรณีดีสุดที่เกิดขึ้นจริงในระยะสั้นโดยควบคุมให้ปัจจัยนำเข้าอยู่ที่ค่ากลาง มีความเสถียร
- ดู Baseline ว่ากว้างเท่าไหร่ เพื่อทำฐานว่าอยู่ในศักยภาพตำแหน่งไหนแล้วเราสามารถโดดขึ้นได้
- ควรเก่งกว่า Base line 50% ถือว่าเป็นการพัฒนาถ้าขึ้นทุกปีแสดงว่าพัฒนาการต่อเนื่อง
- ทุกคนไม่ได้แข่งกับองค์กร แต่แข่งกับตนเอง หาจุดคุ้มทุนของตนเอง
ความคิดสร้างสรรค์ต่างกับนวัตกรรม
- ความคิดสร้างสรรค์เป็นการคิด ส่วนนวัตกรรมเป็นการกระทำ เมื่อเกิด Impact ขึ้น คือนวัตกรรม
- พวกคิดนวัตกรรมไม่ออกคือพวกที่ทำงานแบบเดิม ๆ พวกที่งานเยอะ กิจกรรมมากคิดไม่ออก และพวกเฉื่อย
การคิดนวัตกรรม
- เอาเทคนิคอีกอย่างหนึ่งมาสร้างเทคนิคอีกอย่างหนึ่ง
- คิดเทียบเคียงธรรมชาติ
- กลไกการใช้เหตุและผลแตกออกมาเป็นความคิดเชิงนวัตกรรม
**การต่อสู้จากวิกฤติ ให้เอา หลักเหตุผลมาเป็นตัวตัดสินใจ
การจัดสรรงบประมาณในอดีต
วิธีการแบบใหม่คือ
- การ Share ไม่ให้เกิดงบทับซ้อน แต่ละคนสามารถไปอยู่กลุ่มอื่นได้เสมอ
เริ่มต้นนาทีแรกเราทั้งหมด 31 ท่านพบปะกันในรถเพื่อเดินทางสู่ชลบุรีเพื่อการสัมมนา ซึ่งภายในกลุ่ม มีบุคคลจากหน่วยงานภายนอก 9 ท่าน แต่เราสามารถสร้างสายสัมพันธ์ฉันมิตรเกิดขึ้นได้โดยทันที
บรรยากาศการเข้ารับการอบรมโดย อ.จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีมงาน สร้างความประทับใจ ชวนให้ติดตามการบรรยาย เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น ประเด็นตัวอย่างประกอบการบรรยายเป็นจริงและสัมผัสได้ พวกเราได้รับความรู้อย่างเต็มอิ่ม แม้ว่าระยการอบรมจะน้อยไปนิด ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้กลับไปประยุกต์ใช้ และปรับปรุงลักษณะนิสัยตัวเองเพื่อการเป็นผู้นำและผู้ร่วมงาน ทำให้การดำเนินงานของกลุ่มบรรลุเป้าประสงค์ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และยั่งยืน
เสียงสะท้อนจากลุ่ม 3
รู้สึกประทับใจ ในวิธีการ "จุดประกาย" ที่อาจารย์ช่วยให้พวกเราลูกศิษย์ทุกคนรู้สึกดี รู้สึกว่าเรายังมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนา เพียงแต่เราต้องปรับเปลี่ยนสิ่งที่เราเป็นอยู่ ที่สำคัญคือต้องฝึกให้มีความกระตือรือร้นที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ
สิ่งที่สัมผัสได้อีกเรื่อง คือ ความกรุณาที่อาจารย์มีจิตวิญญาณที่จะ Show สั่งสอน ประสบการณ์ที่มีค่าที่สุดของอาจารย์ให้แก่รุ่นต่อไป เหมือนเราได้มีโอกาสเดินทางลัด ที่จะพัฒนาตัวเราเพื่ออค์กรของเรา เพื่อส่วนรวมที่จะขับเคลื่อนต่อไป
พวกเราทุกคนขอขอบพระคุณในความกรุณาจากอาจารย์และยินดีที่มีส่วนที่อยู่ในเครือข่ายลูกศิษย์ของอาจารย์
ภาวนา ศวประภา
รู้สึกประทับใจ ในวิธีการ "จุดประกาย" ที่อาจารย์ช่วยให้พวกเราลูกศิษย์ทุกคนรู้สึกดี รู้สึกว่าเรายังมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนา เพียงแต่เราต้องปรับเปลี่ยนสิ่งที่เราเป็นอยู่ ที่สำคัญคือต้องฝึกให้มีความกระตือรือร้นที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ
สิ่งที่สัมผัสได้อีกเรื่อง คือ ความกรุณาที่อาจารย์มีจิตวิญญาณที่จะ Show สั่งสอน ประสบการณ์ที่มีค่าที่สุดของอาจารย์ให้แก่รุ่นต่อไป เหมือนเราได้มีโอกาสเดินทางลัด ที่จะพัฒนาตัวเราเพื่ออค์กรของเรา เพื่อส่วนรวมที่จะขับเคลื่อนต่อไป
พวกเราทุกคนขอขอบพระคุณในความกรุณาจากอาจารย์และยินดีที่มีส่วนที่อยู่ในเครือข่ายลูกศิษย์ของอาจารย์
ภาวนา อิศวประภา
อ.ประกาย ชลหาญ
“Change before you are forced to change” Jack Welch
- เราต้องเปลี่ยนก่อนที่ถูกบังคับ Too late
- สายยังดีกว่าไม่ทำ
การเปลี่ยนแปลงจะเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่เรียนรู้ในการบริหารจัดการก็จะไม่ทัน
ดร.จีระ บอกว่า ผู้นำสมัยใหม่ต้องมี Multi skill
การเปลี่ยนแปลงมี 2 แนวทาง
1. การเปลี่ยนแปลงโดยไม่มี Control เช่น 9/11 Terrorist แต่ผลที่เกิดขึ้นต้อง Manage
2. การเปลี่ยนแปลงที่ต้องการให้เกิดขึ้น เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องบริหารให้ดีมาก และ Manage ผล
วิธีการจัดการคล้ายกัน มีวิธีหลัก ๆ ดังนี้
เข้าใจ Current
โดยธรรมชาติการเปลี่ยนเพื่อให้ดีขึ้น แต่เปลี่ยนแล้วไม่ดีขึ้นก็มี บางครั้งการถูกบังคับ ก็เปลี่ยนดีขึ้นได้ หรือไม่ดีได้
ก่อนเปลี่ยนเป็นอย่างไร หลังเปลี่ยนเป็นอย่างไร
Transition เป็นช่วงตัดสินใจการเปลี่ยนแปลง
ระหว่าง Transition ขึ้นกับอะไร ต้องนึกถึง 3 เรื่อง Leader , Follower ,Situation สถานการณ์เป็นตัวกำหนดว่าควรทำอย่างไรแน่
1. Lead Change ต้องมีคนนำการเปลี่ยนแปลง ต้องมีบทบาทของการเปลี่ยนแปลง
2. สร้าง Share need ให้ได้ คือ ต้องเห็นเป้าหมายร่วมกัน เกิดการมีส่วนร่วม คนอยากเปลี่ยน ถ้าคนไม่อยากเปลี่ยนจะเกิดแรงต้านการเปลี่ยนแปลง ผู้นำต้องสร้าง Vision ให้ได้ ถึงอยากเปลี่ยน Leader ต้องหาทางให้
3. Mobilize Commitment ให้คนมีส่วนร่วม มีพันธะร่วมกัน การเจริญด้วยกัน
โดยสรุปแล้ว ต้อง
1. Monitor Progress ติดตามการเปลี่ยนแปลง
2. Make Change last ทำให้การเปลี่ยนแปลงยั่งยืน เปลี่ยนที่โครงสร้าง และระบบ (Change System & Structure)
3. ต้อง Manage Change และ Intervene Change
1+1 ต้องมากกว่า 2 เป็นการรวมกันแล้วมีประโยชน์มากขึ้นเรียก Synergy
การประเมิน
- อย่าประเมินความคิดของคน เนื่องจากคนฉลาดพอ แกล้งทำเป็นยุ่งมากโดยไม่ได้ทำอะไร
- ทำงานต้อง Review ตลอดเวลา ต้องดูว่าสร้างงานและมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรหรือไม่ ทำอะไรแล้วมีคนนำไปทำต่อหรือไม่
- สิ่งที่สร้างให้เกิดประโยชน์คือ การสร้างให้เกิด Human Performance
- Competency สร้างคนให้มี Competencies ให้ได้ ประกอบด้วย 3 ตัวประกอบ 1.Knowledge 2. Skill หรือประสบการณ์ 3. Mindset หรือ ทัศนคติ
ผู้นำที่ดี มีกี่บทบาท
ผู้นำที่ดีมี 4 บทบาทที่สำคัญ
1. Path Finder ชี้ทาง นำทางให้คนอื่นเดิน หรือการทำ Vision , Mission, Strategy ให้เขา
2. Alignment ทำให้คนคิดไปในทางเดียวกัน
3. Empowerment มอบอำนาจให้ลูกน้อง
4. Role Model เป็นตัวแบบต้นแบบที่ดี
- ทำยังไงให้ Aware ว่าสิ่งที่ทำกระทบต่อคนอื่น เขาจะเกรงใจ
- ถ้าเรามี Competencies อย่างเดียวไม่เกิดผลงาน เนื่องจากขาด Motivation
- ดังนั้น ต้องสร้างความพร้อมในการทำงาน และแรงจูงใจในการทำงานเพื่อสร้างให้เกิดผลงาน
ในองค์กรต้องเรียนรู้การบริหาร 3 ทิศทาง
1. Manage up ยากสุด
2. Manage down ง่ายสุด เพราะมีอำนาจ ,Authority ความรับผิดชอบ
3. Manage sideway
“Business is all about people” Jack Welch
“Life is all about people” คนเท่านั้นที่สำคัญ
ผู้บริหารที่ดีต้องเก่ง 3 เรื่อง เก่งคน เก่งตัวเลข เก่งความคิด
Don’t talk problem , talk solution
Edward Debono
- บอกว่าให้รู้จักคิดในแนวขวางด้วย คือการเชื่อมโยงประเด็น
- “ฝนตกลงมาน้ำไหลเป็นทาง” หมายความว่าคนส่วนใหญ่แทบไม่ใช้ความคิดเป็น automatic
สร้างคนให้มี Competency และ Motivation ที่ชัดเจน
Crisis ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 40 impact ต่างกับปี 50 ขนาดไหน
การบริหารการเปลี่ยนแปลงมี 2 ด้านใหญ่ ๆ
1. Preventive Change Management การบริหารในเชิงป้องกัน
2. Reactive Change Management การบริหารการเปลี่ยนแปลง
สาเหตุ
1. การเปลี่ยนแปลงภายนอกองค์กร เช่น
- สิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เช่น พายุ แผ่นดินไหว
- สาเหตุที่คนทำมาเอง เช่น Global Warming (Man made)
- Financial Crisis เช่น วิกฤติต้มยำกุ้ง และแฮมเบอร์เกอร์ วิกฤตต้มยำกุ้งสาเหตุเกิดจากที่คน Greedy คือ Renovate ดอกเบี้ย
ตัวเลขทางการเงินเป็นตัวเลข Relative Value ไม่ใช่ Absolute Value ต้องรู้จักใช้สิ่งเหล่านี้ ซึ่งเกิดเหมือนกับ
การเงิน ความเสี่ยงคือ อัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยน
- ต้นทุนที่แพงที่สุด คือ เครื่องมือในการทำงาน
- Hair cut ทางการเงินคือ หนี้ 1 ล้านซื้อมาแค่ 30 % คนที่มี Cash จะได้ประโยชน์
หนี้ หนี้จริง ๆ มีอยู่ 3 ประเภท
- หนี้รายย่อย บัตรเครดิต ,Personal loan
1.หนี้บ้าน Housing loan , Morgate Finance
2.หนี้บริษัท ฯ
3.หนี้เช่าซื้อรถ
หนี้บริษัท หนี้บ้าน หนี้เช่าซื้อรถยนต์ อันไหนมีค่ามากที่สุด
- หนี้ที่ราคาแพงที่สุดที่ซื้อกัน คือ หนี้บ้าน แพงที่สุดจ่าย 50 %
- รองลงมาหนี้รถยนต์ ซื้อ 30 %
- สุดท้ายหนี้บริษัทซื้อมาถูกสุด 20 %
- หนี้บ้าน Lehman Brother ซื้อไป 300,000 กว่าล้าน
- หนี้รถยนต์ GE ซื้อไป 30,000 ล้าน ภายใน 3 ปี ได้เงิน 70,000 ล้าน
- หนี้บริษัท GE และ Goldman Sach ตั้งบริษัท ซื้อไป
หนี้ไหนที่เก็บแล้วได้เงินเยอะสุด
หนี้รถ เพราะยึดแล้วขายได้เลย
- เวลาตัดธุรกิจ ต้องเอาธุรกิจดีขาย เนื่องจากธุรกิจแย่จะขายไม่ได้
สรุปว่า เวลาการบริหารการเปลี่ยนแปลงต้องใช้ความเข้าใจในสถานการณ์ เหตุการณ์ Value ของสิ่งนั้น
Crisis ล่าสุดเกิดเพราะอะไร
- Sub prime - ปล่อยกู้สินค้าที่ต่ำกว่ามาตรฐาน (ให้เงินมากกว่าค่าของของที่มาจำนอง) ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ไม่ได้เงินคืน
- การใช้จ่ายเงินเกินตัว
- สหรัฐฯ เอาหนี้มารวมกันแล้วขายต่อ ขายต่อเรื่อย ๆ จนไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าหนี้แล้ว เนื่องจาก Greed ความโลภ
- ธุรกิจอะไรที่มีเงินเยอะสุด คือ ธุรกิจประกัน Cash เยอะมาก เอาไปซื้อสินทรัพย์เหล่านี้ เช่น AIG เกือบเจ๊งเพราะเอาเงินไปซื้อสินค้าพวกนี้ เป็นสินค้ามีปัญหา ไม่มีคนไถ่ถอน ถ้าเจ๊ง ก็จะกระทบคนที่ทำประกัน จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลให้ AIG ล้มไม่ได้
2. การเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร
เช่น งบประมาณ
กลุ่ม 5
1. ได้รู้จักเพื่อนใหม่นำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ความร่วมมือระหว่างองค์กรเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. การเรียนรู้จากกรณีตัวอย่าง ทำให้เกิดแนวคิดเพื่อนำไปเป็นบทปฏิบัติจริงได้ ในการทำงาน ซึ่งอยากให้มีกรณีตัวอย่างมาก ๆ
3. ได้แชร์ประสบการณ์
4. ได้แนวคิดและเห็นความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ ต่อการพัฒนาองค์กร
5. แนวทางและวิธีคิดที่จะผลักดันการทำงานเป็นทีม มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ทำทุกอย่างเพื่อองค์กร (มากกว่าตนเอง) / เข้าอกเข้าใจผู้อื่น
6. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
7. เห็นความสำคัญของการวิเคราะห์องค์กร / บุคลากร เพื่อมุ่งไปสู่ การพัฒนาการให้บริการของ วศ. ให้ไปสู่การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
8. เปิดใจให้กว้างในการยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างเพื่อนำไปสู่การได้ผลลัพธ์ที่ win-win
9. ต้องมีความเข้าใจว่า ณ ปัจจุบันองค์กรจะอยู่อย่างยั่งยืนได้ต้องมีการทำงานเชิงเครือข่าย / มีการบูรณาการระหว่างสาขาวิชาการ-ความรู้ /ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ดีขึ้น มีศักยภาพการทำงานให้องค์กรอย่างมีประสิทธิภาพอย่างคุ้มทุน หรือคำนวณเป็นมูลค่าให้องค์กรได้ 2.5 เท่าของเงินเดือนต่อคน
โชคดีมากค่ะที่ได้มีโอกาสมาเรียนกับทีมคณาจารย์ของท่าน ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์คำพูดที่ว่า “การได้คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล.” นั้นดิฉันขอยืนยันว่าเป็นจริงเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ อาจารย์ได้แนะนำและนำประสบการณ์มาเล่าให้ฟังจนเข้าใจชัดเจน ทราบว่าทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก และเมื่อได้ทราบทฤษฎีทุน 8 ประเภท ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนามนุษย์จากอาจารย์แล้วคิดว่าทุนทางจริยธรรม
(Ethical Capital) เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้ามีทุนด้านนี้มากๆก็จะทำให้สังคมของเราอยู่กันอย่างมีความสุขซึ่งเป็นที่ต้องการของทุกคน ก็อยากให้ผู้นำในทุกระดับในประเทศไทยมีทุนทางจริยธรรมมากๆค่ะ
ขอขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านได้ช่วยจุดประกายในการที่จะมุ่งมั่นที่จะบริหารการเปลี่ยนแปลงทั้งของตัวเองและจะพยายามนำไปถ่ายทอดให้ผู้ร่วมงานเพื่อให้เกิดการทำงานเป็นทีมอย่งมีประสิทธิภาพและนำไปสู่โลกาภิวัตน์ มีเทคโนโลยีและเตรียมพร้อมทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันของ วศ.ค่ะ
สวัสดีค่ะ กลุ่ม 4 มารายงานตัว
มีผู้บริหารหลายท่านที่เห็นหน้าแล้วบอกว่าเธอโชคดีนะที่ได้มาอบรมครั้งนี้ แต่สำหรับตัวเองพบว่าสิ่งที่ได้รับในการเข้าอบรมตั้งแต่วันที่เข้าสัมนนาโครงการนี้ มีหลายอย่างที่มากกว่าคำโชคดี คือ
1.เราได้โอกาสที่จะได้เรียนรู้ ได้สัมผัสประสบการณ์ในสิ่งที่เราเคยรู้ แต่ไม่เคยรู้จริงอย่างนี้
2.เราได้เข้าใจว่าทรัพยากรมนุษย์ เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นสิ่งที่สามารถส่งผลกระทบได้กว้างขวางทั้งตนเอง องค์กร และสังคม
3.เราพบว่าตัวเองกระหายที่จะเรียนรู้และอยากพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นเพื่อที่จะได้เข้าใจมนุษย์ การบริหารจัดการมนุษย์ และการเป็นผู้นำที่ดีได้
4.ความรู้ที่ได้รับจะไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนาตัวเองอย่างเดียว แต่มันจะต้องเติบโตขึ้น แผ่กิ่งก้านสาขาไปยังผู้คนรอบข้าง ผู้คนที่เกี่ยวข้อง
5.การได้พบกับพี่ๆหลายหน่วยงานนอกและใน วศ.ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วมนุษย์ทุกคนทำให้โลกสวยงามได้เสมอ เพียงแค่เราหมุนตัวไม่กี่องศา เราจะเห็นมุมมองใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ ตลอดเวลา และเรายอมรับกับความคิดที่แตกต่าง และสามารถนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้
ขอบคุณค่ะ แล้วจะไม่ทำให้อาจารย์ทุกคนผิดหวัง
สวัสดีครับ ผู้เข้าอบรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ รุ่น 3 และชาว Blog ทุกท่าน
ผมขอบคุณที่ทำให้การสร้างผู้นำ เน้นวิทยาศาสตร์เป็นตัวนำเริ่มเห็นอนาคตที่ชัดเจน
ขอแสดงความยินดีทุกท่าน และคุณดรุณี วัชราเรืองวิทย์ ประธานฯรุ่น ผมจะสร้างความอบอุ่นและความสัมพันธ์ที่ดีและสร้างปัญญา สร้างมูลค่าเพิ่ม ต่อไป
กรุณาใช้ Blog เยอะๆ ต้องดีกว่ารุ่น 2 ประมาณ 2,000 กว่า ส่วนรุ่น 3 น่าจะได้ 5,000
จีระ หงส์ลดารมภ์
วิเคราะห์ K’ทักษิณ VS K’อภิสิทธิ์
ตามหลัก 8 K’s ของ ศ. ดร. จิระ หงส์ลดารมภ์
K’ทักษิณ :
เป็นคนที่มีความคิดกว้างไกล สามารถ initiate อะไรใหม่ๆ โครงการใหม่ๆ ได้อยู่เรื่อยๆ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และกล้าทำ ในช่วงแรกๆ มีความคิดว่า อึม! น้องๆ ลี กวน ยู เลย นายกแบบนี้แหละที่จะสามารถนำประเทศไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียม เกาหลี สิงคโปร์ ได้
แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป เห็นชัดเลยว่า K’ทักษิณ ทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโครงการต่างๆ การโอนหุ้น การแก้กฎหมาย ฯลฯ เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก ผลประโยชน์เพื่อประเทศชาติไม่รู้อยู่ตรงไหน take มากกว่า give
ณ วันนี้ หากถามว่า K’ทักษิณ มีทุนอะไรบ้าง? ที่เด่นๆ เห็นจะเป็นทุนทางปัญญา ทุนมนุษย์ ทุนทางสังคม และทุนทาง IT ส่วนที่เหลือเห็นจะขาดไปเสียทุกทุน (น่าจะเรียกว่า ‘ขาดทุน’) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุนทางจริยธรรม และทุนแห่งความยั่งยืน ส่วนทุนแห่งความสุข คงไม่มีใครตอบได้ นอกจากตัวท่านเอง ?
K’อภิสิทธิ์ :
ก็ดูว่าเป็นคนที่มีความคิดกว้างไกล สุขุม-ลุ่มลึก มีความคิดแบบเฉียบคม แม้อายุจะยังน้อย บุคลิก สุภาพ-อ่อนโยน จากการฟังคำแถลงในวัที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี ชอบมากๆ อาจจะเร็วไป ถ้าจะบอกว่า นายกแบบนี้แหละที่ฉันอยากได้
หากถามว่า K’อภิสิทธิ์ มีทุนอะไรบ้าง? ดูแล้วก็ไม่น่าจะแพ้ K’ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นทุนทางด้านปัญญา ทุนมนุษย์ ทุนทางสังคม และทุนทาง IT หากว่า K’อภิสิทธิ์ ทำตามที่พูดเอาไว้ว่า ผลประโยชน์ของประเทศชาติต้องมาก่อนแล้วละก็ ทุนส่วนที่เหลือก็น่าจะมีมากกว่า K’ทักษิณ ...เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์
ได้เรียนรู้อะไรบ้างในการเรียนวันนี้
การบริหารจัดการทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือคน และวิธีการบริหารจัดการ แนวคิด การพัฒนาบุคคล ต้องมีความต่อเนื่อง
§ การบริหารตามหลักของพระเจ้าอยู่หัว
§ ทฤษฎี 4L’s
§ ทฤษฎี 2R’s
§ ทฤษฎี ASV
§ ทฤษฎี 8K’s
ได้เรียนรู้อะไรบ้างในการเรียนวันนี้
§ รู้จักเปิดทางความคิด
§ การทำงานควรจะต้องมีเครือข่าย และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น
§ ทฤษฎีที่สำคัญของการเรียนรู้ เรื่องของกรอบความคิด และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
§ การสร้างและการทำงานเป็นทีม และการเป็นผู้นำที่ดี
ได้เรียนรู้อะไรบ้างในการเรียนวันนี้
§ รู้จักเพื่อนในการอบรม
§ รู้จักความคิด ในบางแง่มุมของบางคน
ได้เรียนรู้อะไรบ้างในการเรียนวันนี้
รู้จักการสร้างเครือข่ายในการทำงานโดยการได้รู้จักกับผู้อบรมทุกท่าน ที่มาจากต่างหน่วยงานกัน การนำทฤษฎีต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในงานและพัฒนาองค์กร เช่น 4L’s 8K’s
ได้เรียนรู้อะไรบ้างในการเรียนวันนี้
ทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก การทำงานให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีควรทำงานแบบเครือข่าย คนที่มีความรู้และประสบการร์ควรก่อให้เกิด Value Added ต่อองค์กรให้มากขึ้น ควรมีความรู้เพิ่มพูน ตลอดเวลาอย่างหยุดนิ่ง แล้วพยายามนำความรู้ที่ได้มาสรุป วิเคราะห์ด้วยความคิดของตัวเรา การเป็นหัวหน้า ผู้นำที่ดี การทำงานเป็นทีม