ช่วงนี้งานของผมอยู่ในระยะตีบตันครับ ยังไม่สามารถลงมือเขียนอะไรได้เลย จึงจำเป็นต้องหยิบงานที่มีความสำคัญลำดับรองลงมามาทำไปก่อน (อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะงานด่วนกลับทำไม่ได้เลย) 

วันนี้หลังสอนในตอนเช้า ก็ได้รับสายจากชุมชนบาโงซีแน โทรมาถามว่า ผมจะไปที่บาโงซีแนได้หรือเปล่า (ความจริง ทีมงานไม่ให้ผมไปก่อนครับในช่วงนี้) ผมก็เลยถามว่า ทีมชุมชนพร้อมแล้วหรือ คำตอบคือ พร้อมแล้ว อยากให้ผมไปวันนี้เลยตามนัดหมายเดิม ผมก็เลยไปตามข้อเรียกร้องครับ แต่ถึงไปช้ากว่าที่นัดสิบห้านาทีครับ เจอกะเดาะห์ แกนนำชุมชนนั่งรอสมาชิกมาประชุมอยู่เรียบร้อยแล้วครับ

พอได้เริ่มพูดคุย ประเด็นก็มาอย่างพรั่งพรูครับ ที่น่าสนใจคือ กลุ่มอสม. และกลุ่มแม่บ้านพยายามจะบอกผมว่า ไม่ว่านโยบายหน่วยงานของรัฐมีมาว่าอะไร ชุมชนที่นี้นำมาปฏิบัติตามหมด แต่ปัญหาคือ ทำแล้วไม่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นทางด้านสุขภาพของคนในชุมชน คำถามของชุมชนถึงผมคือ "ทำอย่างไรให้การดูแลสุขภาพของคนในชุมชนมีความต่อเนื่องและเห็นผลได้จริง?" เขาไม่อยากทำงานตามแฟชั่น และอยากให้กิจกรรมที่เขาทำนั่นเห็นผล ได้รับผลกับคนในชุมชนอย่างแท้จริง อือ น่าคิดครับ

คำถามจากผมกลับไปคือ อะไรคือสาเหตุของความไม่ต่อเนื่องของงานเหล่านั้น ทำไมมันจึงไม่เห็นผลที่ชัดเจน? คราวนี้ ก็เลยต้องมาแยกเป็นเรื่องๆ ครับ ตั้งแต่เรื่องของผู้สูงอายุในชุมชน คนวัยทอง คนวัยทำงาน และกลุ่มเยาวชน

เอาประเด็นกลุ่มเยาวชน ปัญหาที่น่ากังวลมากคือ ยาเสพติด โดยเฉพาะใบกระท่อมครับ ระบาดหนักจริงๆ เกือบจะทุกหลังคาเรือนแล้ว (อันนี้เสียงสะท้อนมันดังมา) แล้วการแก้ไขก็ทำได้ยากมากด้วย เนื่องจากพ่อแม่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ เนื่องจากอับอาย การแก้ปัญหาแบบรวมๆ ไม่ได้ผล และข้อเสนอหนึ่งจากก๊ะเดาะห์คือ ต้องให้มีองค์กรในระดับตำบลมาแก้ ไม่ใช่ใช้การแก้ในระดับจังหวัด

ส่วนอีกสามกลุ่มที่เหลือ ผมเห็นการดำเนินงานของกลุ่มอสม.ทำงานในพื้นที่ค่อนข้างชัดเจนครับ แต่ก็ยังให้ผลสำเร็จได้ไม่มากนัก ก็เลยถามกันต่อว่า อะไรที่น่าจะทำให้งานเหล่านี้ประสบความสำเร็จ (ก็คำถามที่ชาวบ้านถามผมตอนแรกนั่นแหละครับ แต่คราวนี้เปลี่ยนกลับเป็นผมถามแทน)

จากหลายๆ ช่องทางที่กลุ่มแม่บ้านเสนอออกมา ผมอดไม่ได้ครับที่จะบอกว่า ผมชอบวิธีๆ หนึ่งมากๆ ความจริงในฐานะพี่เลี้ยงไม่ควรชี้นำขนาดนี้เลย พอนึกได้ก็นิ่งก่อนครับ แล้วก็ใช้คำถามชวนคุยต่อ ปรากฏว่า ภาพแรกที่ออกมาว่า เราจะทำวิจัยประเด็นไหน อย่างไร ก็ออกมาชัดเจนขึ้นครับ ผมก็เลยคุยกันว่า คราวหน้าชุมชนจะต้องทำอะไรต่อ เพื่อการพูดคุยในครั้งแต่ไป

เสร็จจากประเด็นสุขภาพก็ตามมาด้วยประเด็นอัลกุรอาน อันนี้ใช้ความต้องการเป็นเป้าของงานวิจัยที่อยากทำครับ โดยเอาปัญหาจากที่อื่นที่เขาได้ทำไปแล้วมาเป็นบทเรียนแรกก่อนเดินกิจกรรม

จากการคุยก็ได้ประเด็นครับ แต่อาจจะไม่ค่อยชัดเท่าไร เนื่องจากกรอบงานยังกว้างอยู่ แต่ไม่เป็นไรครับ คุยกันได้อีกหลายครั้ง

ได้คุยกับชุมชนวันนี้แล้ว รู้สึกสบายใจครับ น่าประทับใจด้วย เพราะได้เห็นคนในชุมชนที่มีความห่วงใยกัน ปราถนาดีต่อกัน และพยายามสร้างสรรค์ชุมชนให้น่าอยู่ ที่สำคัญพยายามจะไม่ตอบโจทย์ด้วยวิธีการที่รัฐกำลังทำอยู่

ออ. อีกอย่างหนึ่งที่เห็นชัดสำหรับกลุ่มนี้คือ รูปแบบการทำงานเป็นทีมครับ เป็นระบบอัตโนมัติเลยครับ นั่งประชุมมีการเซ็นต์ชื่อมาประชุม มีเลขาจดบันทึกการประชุม แถมจดบันทึกได้ดีมากด้วยครับ (แอบเหลือบไปอ่านหลายครั้ง) ต้องเรียกว่า เป็นกลุ่มอสม.ที่ทำงานเป็นระบบและมืออาชีพจริงๆ ครับ ทึ่งจริงๆ