จริตของเราก็คือกรรมของเรา

กรรมที่เราเคยทำสั่งสมมา ตั้งแต่ครั้งก่อนโน้น หรือเมื่อครั้งครานี้ กรรมหรือการกระทำทั้งหลายนี้สั่งสมกันเป็น "จริต" ที่เราเรียกว่านิสัย สั่งสมมาก  ๆ จนกลายเป็น "สันดาน" ที่แก้ยาก ที่คนหลายหลากที่ชอบเรียกว่า "สันดอน..."

Child Center ในการปฏิบัติ คือ การยึดจริตหรือกรรมของคนคนนั้นเป็นศูนย์กลาง เป็นทั้งต้น ทั้งเหตุ เป็น "หัวใจ..."

จริตหรือกรรมของคนคนนี่สำคัญมากนะ
ถ้าให้ทำอะไรที่ไม่ถูกจริตนี่จะมีผลเสียมากกว่าผลได้
ดังนั้นครูบาอาจารย์ที่เลิศด้านปัญญา ท่านจะรู้ว่าใครควรจะปฏิบัติ "ภาวนา" อย่างใด เพื่อละซึ่งกิเลส ตัณหา ทิฏฐิ มานะ และสังโยชน์ ถอนซึ่งอัตตาความถือตัวถือตนได้

การภาวนาที่เรียกว่าวิปัสสนากรรมฐานมีถึง 40 แบบ (กัมมัฏฐาน 40) จริตใครหนักแบบใดก็ต้องแก้ด้วยกรรมฐานตัวนั้น
ถ้ามองตัวเองไม่ออกก็นั่งสมาธิยันเลย เดินจงกลมยันเลย แล้วก็มาบอกว่าปฏิบัติธรรม ภาวนาไม่เห็นจะได้อะไร


ครูบาอาจารย์จึงเป็น "กัลยาณมิตร" ความเป็นกัลยาณมิตรนั้นคือ "ทั้งหมดของพรหมจรรย์"
การมีครูบาอาจารย์ที่ดี สั่งสอนและแนะนำจึงเป็นการที่จะนำเราพ้นได้เสียซึ่งจากความทุกข์ อันเป็นความทุกข์กายแต่ไม่ทุกข์ใจ
ละได้ซึ่งกามราคะ ตัณหา อุปทาน ความทะยานอยาก
สิ่งใดมากต้องแก้ก่อน
หรือสิ่งใดกระทบบ่อย ต้องฝึกก่อน ปฏิบัติให้เข้ม ภาวนาให้มาก เพียรให้หนัก
หนักมาก ปฏิบัติน้อย ต้องผ่อน ต้องคลาย ต้องเร่งเวลาไหน ขึ้นอยู่กับครูบาอาจารย์อันเป็นกัลยาณมิตร

ดูคนอื่นแล้วทำตามจะลำบากนะ
ถ้ามีเวลา (ต้องมีเวลา) อ่านตัวเองให้ออก อ่านจริตของตัวเองให้ออก
แล้วหาครูบาอาจารย์ที่ดี
ครูบาอาจารย์ที่ดีในที่นี้คือเป็นผู้ที่จะไม่กลับมาเกิดในโลกนี้อีกแล้ว เป็นผู้ที่หมดกิเลส หมดความยืดความถือ
 
อ่านคนให้ออกนะ อ่านใจของตนให้ออก
แล้วหาครูบาอาจารย์ให้ดี ให้ถูก ให้ต้อง ชีวิตที่ดำรงอยู่ด้วยการปฏิบัติธรรมนั้นจะก้าวหน้า
เป็นโยมก็ก้าวหน้าได้ เป็นพระก็ก้าวหน้าได้ ไปใครก็ก้าวหน้าได้หากปฏิบัติอย่างถูกต้องตามจริตของแต่ละคน แต่ละบุคคล...