สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง ซึ่งมาขอรับคำปรึกษาที่แผนกผู้ป่วยนอก ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด เชียงใหม่ เรื่องการเสพยาไอซ์ น้องคนนี้เรียนชั้นปี 4 ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยครั้งแรกที่เสพคือตอนที่เรียนอยู่ ปวช.ปี3 ที่วิทยาลัยทางภาคใต้ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของเธอ โดยรุ่นพี่ชักชวนในงานปาร์ตี้ หลังจากนั้นเมื่อเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ด้วยความจำเป็นที่ต้องหาค่าใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียนและส่งเสียทางบ้าน(เธอว่างั้นน่ะค่ะ) จึงจำเป็นต้องทำงานกลางคืนไปด้วย จนกระทั่งขึ้น ปี 3 มีรุ่นพี่คนนึงได้ให้ยาไอซ์มาใช้ (เธอบอกว่าไม่เคยเสียเงิน รุ่นพี่คนนี้ให้ฟรีตลอด??) จึงใช้เรื่อยมาจนปัจจุบัน เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองคงติดยาเข้าแล้ว เพราะเคยลองหยุดเอง พอเข้าวันที่ 5 ของการหยุดใช้ก็เริ่มมีอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิดคิดถึงแต่การเสพ จนต้องกลับมาใช้อีกครั้ง
ก่อนหน้าที่จะมา น้องคนนี้ตัดสินใจโทรศัพท์ไปคุยกับมารดาและพี่สาวเพื่อขอความช่วยเหลือบอกแม่ว่าอยากเลิก แต่แม่น้องโกรธมากที่รู้ว่าน้องติดยา ประกาศตัดแม่ตัดลูก ทำให้น้องเครียดจึงได้มาเที่ยวเชียงใหม่กับผู้ใหญ่ท่านนึง ที่น้องบอกว่าคอยให้ความช่วยเหลือจุนเจือน้อง และตอนนี้หยุดเสพมาได้ 2 วันแล้วจึงกลัวว่าจะมีอาการอยากเสพอีก
ในส่วนของพยาบาลที่เป็นผู้ให้การปรึกษา เมื่อดิฉันได้สอบถามประวัติการใช้และประเมินสภาพแล้วได้วิเคราะห์ปัญหาโดยรวม ดังนี้
- น้องถูกผู้ใหญ่ขอร้องให้มาบำบัดแบบผู้ป่วยใน ทำให้รู้สึกลังเลใจ ไม่พร้อมที่จะเข้ารับการรักษา โดยอ้างว่าต้องกลับไปเรียนหนังสือ และไม่เคยต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น เป็นคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว- และยังไม่พร้อมที่จะเข้ารับการบำบัด
- ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกอยากเลิกยังมีอยู่ เนื่องจากต้องการทำให้ทางบ้านเห็นว่าน้องสามารถแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดได้ แต่อยากหาวิธีการที่ตัวเองต้องการ เช่น การรับยากลับไปทานที่บ้าน
- น้องยังรู้สึกน้อยใจทางบ้าน เพราะที่ผ่านมาน้องทำงานหาเงินส่งไปทุกเดือน แต่เมื่อมีปัญหากลับไม่ได้รับกำลังใจและรู้สึกถูกผลักไล่ไสส่ง ทั้งๆที่ต้องการความช่วยเหลือ
- ความรู้สึกอยากเสพยังมีอยู่ เพราะเห็นแต่ผลดีของการเสพ บอกว่ายาไอซ์มีราคาแพงทำให้ไม่ได้มีโทษร้ายแรงแบบยาบ้า ถ้าเรารู้จักใช้อย่างเหมาะสม (น้องได้ยาไอซ์มาครั้งละ 1 จีๆละ 3,000 บาท ใช้โดยการสูบเพียงวันละครั้งได้ 4 วัน) และยอมรับว่าตัวเองเป็นคนติดยาไม่สามารถเลิกได้ด้วยตัวเอง
การช่วยเหลือ
- เนื่องจากน้องยังมีความลังเลใจในการตัดสินใจว่าจะเลิกสุรายาเสพติดอย่างไร จึงสะท้อนให้เห็นว่า น้องอยู่ในระยะลังเลใจ (Contemplation phase) และใช้การถามให้รู้สึกตระหนักในปัญหา มากขึ้น (Evocative Questions) โดยถามน้องว่า ยาไอซ์ที่เสพ เป็นปัญหากับน้องและคนรอบข้างอย่างไร ให้น้องพูดถึงข้อดีและข้อเสียของการเสพยา (Exploring Pros and Cons) และถามความตั้งใจที่จะเลิกเป็นเพราะอะไร (Intention to change)
- ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลของการเสพยา ซึ่งนอกจากปัญหาสุขภาพและมีความผิดตามกฎหมายแล้ว ยาไอซ์ยังทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาครอบครัว การเงิน กฎหมาย และปัญหาส่วนตัวตามมา ผลของยาไอซ์ที่มีต่อร่างกายซึ่งน้องยังไม่รู้สึกว่ากระทบกับตัวเอง คือ จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือด เมื่อใช้ไปนานๆ จะทำให้ มีอาการซึมเศร้ารุนแรง หวาดระแวง ประสาทหลอน ย้ำคิดย้ำทำ ไม่อยากอาหารและน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว มีความผิดปกติของปอดและไต มีปัญหาเกี่ยวกับฟัน มีโรคต่างๆ เกี่ยวกับหัวใจและเส้นเลือดในสมอง ซึ่งอาจถึงตายได้
- ให้โอกาสให้น้องพูด ระบายความรู้สึกต่างๆ โดยเราคอยช่วยสะท้อนในบางคำพูดของน้อง เช่น “การเสพยาที่รุ่นพี่ให้ฟรี ต่อไปหากรุ่นพี่ไม่เอามาให้ (น้องบอกเขามีแฟนคนใหม่แล้ว) หรือถูกจับ จะทำอย่างไร” “หากเสพต่อไป สุขภาพจะเป็นอย่างไร” “การเรียน ในปีสุดท้าย มีผลอย่างไร”ฯลฯ (Looking Forward)
- ให้สำรวจเป้าหมายในชีวิต และการใช้ยาเป็นอุปสรรคในการบรรลุเป้าหมายในชีวิตอย่างไร (Exploring Goals) และหากตั้งใจที่จะเลิกก็ควรจะต้องมีการปรับตัวเองเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายนั้น
ผู้ป่วยรายนี้ ไม่ขอเข้ารับการรักษา และแพทย์ได้ให้ยากลับไปรับประทานที่บ้าน โดยเน้นว่ายาที่ให้เป็นเพียงยาที่ช่วยบรรเทาอาการเท่านั้น ในการเลิกยาน้องจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมตนเอง รวมถึงการหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นต่างๆที่จะทำให้คิดถึงการเสพยาอีก และแนะนำให้น้องพูดคุยกับแม่ เพราะแม่อาจพูดไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ทั้งๆที่รักและเป็นห่วงลูกมากก็ได้ ก่อนกลับดิฉันได้ให้การบ้านน้องไป เรื่องของการจดบันทึกข้อดีของการเลิก เป้าหมายในชีวิต และสิ่งที่จะช่วยให้เลิกยาได้สำเร็จ และขอให้โทรศัพท์หรือกลับมารับคำปรึกษาอีกครั้งหากยังอยู่ที่เชียงใหม่และแนะนำแหล่งความช่วยเหลือสถาบันธัญญารักษ์ ซึ่งอาจสะดวกเมื่อน้องกลับไปเรียนที่กรุงเทพค่ะ
ืทำไมไม่แจ้งรายละเีอยดของวิธีการเลิกยาไอซ์เลยล่ะค่ะ บอกแต่โทษ วิธีการเสพ ส่วนประกอบแค่นั้นเอง
เลิกง่ายครับ เสพจนติดคุกแหละครับ อยู่ในนั้นรับรองเลิกได้ชัวร์ แรกๆอาจเกิกอาการถอนบ้างแต่พออาทิตย์นึงผ่านไปจะดีขึ้น แต่อย่าออกมานะออกมาก็เสพอีก
ไม่จริงค่ะ ในคุกนี่ตัวดีเลย มีทุกอย่าง ยาเสพติดบางทีเอเย่นยังไปเอามาจากคุกเลย
พี่เราก็ติดเราสงสาร พ่อกะแม่มากๆ
คนที่เรารักก็ติดยาอยากทำให้เขาเลิกให้ได้
เราก็เคยติดยาไอซ์แต่เราเลิกได้
วิธีเลิกคือ จิตใจที่เข็มแข็งเท่านั้นเชื่อเรา
เราสงสัยว่าสามีจะติดยาไอซ์ น่าจะเสพมาประมาณ 3-4 เดือน แต่เค้าไม่ยอมรับ
แฟนกำลังติดไอซ์ จับได้คาหนังคาเขาก้อยังไม่ยอมรับ
กลุ้มใจมากนอนร้องไห้ทุกวันเลย
ถ้าเราเกิดสงสัยว่าคนรอบข้างของเราติดยาหรือไม่ ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรกครับ เพราะอารมณ์ของเขาในตอนนี้รุนแรงมากขึ้นทุกวัน และผอมลงจนแทบเหลือแต่กระดูกแล้วแต่เขาไม่ยอมรับว่าติดยา ถ้าเราเกิดข้อสงสัยแบบนี้เราให้ตำรวจพาไปตรวจยาได้หรือไม่ครับ? ช่วยตอบทีครับ ตอนนี้กลุ้มมากๆ
เราก็หวังดีกับเพื่อนเช่นกันค่ะ แต่เขาก็ตอบกลับบอกเรามาว่า"ไม่ได้ซื้อ ที่เล่นก็ไม่เดือดร้อนใคร" กินนอนไม่เป็นเวลา ร่างกายทรุดโทรม แต่เขากลับบอกเราว่า นี่แหล่ะหุ่นสวย ..........เราเป็นเหมือนกระจกส่อง มองดูเพื่อนแล้วเหมือนคนเพ้อเจ้อ หลงตัวเอง ไม่สนคำเตือนของเรา มีหลายครั้งที่เรารำคาญกับอาการ พูดมาก ย้ำคิดย้ำทำ ไม่หลับไม่นอน จนไม่รู้จะจัดการกับเพื่อนคนนี้อย่างไร
ขออภัยอย่างยิ่งค่ะ ที่ไม่ได้เข้ามาตอบข้อคิดเห็นเลย คนติดยามักจะปฏิเสธการติดยาของตนเองค่ะ นั่นเป็นเพราะการรับรู้ที่มีต่อตนเองยังคิดว่าไม่ติดเพราะถ้าไม่ใช้ก็ไม่มีอาการอะไร การติดยาถือเป็นโรคสมองติดยา ซึ่งปัญหาหนึ่งคือเขาไม่อยากมารักษาแน่นอนถ้าไม่มีปัจจัยอะไรที่มาเป็นตัวบังคับหรือกระตุ้นให้เขาต้องมา คนไข้ที่ทำงานพี่ก็เช่นกัน ส่วนใหญ่เข้ามาโดยระบบบังคับบำบัด(ศาลตัดสินให้มารักษา) คนที่มาเองส่วนหนึ่งคือญาติหลอกมาบ้าง สุขภาพยำ่แย่สุดๆบ้าง บางคนคือไม่มีเงินซื้อแล้ว อะไรประมาณนี้
คนที่รู้สึกเป็นทุกข์มากที่สุด คือคนใกล้ชิดที่ยังรักและเป็นห่วงเขานั่นเองค่ะ
สามีติดยาไอซ์ทำยังไงก็ไม่เลิกเขาพูดว่าเขาไม่ติดหรอกเป็นไปไม่ได้เพราะกลางคืนเขาไม่ยอมนอนทรมานมากเพราะชิวิตนี้น้องชายสองคนก็ติดยาไม่คิดว่าจะโดนหลอกมาเป็นสิบปีโดยไม่รู้มาก่อนเลยว่าแฟนติดยาก่อนจะอยู่กับเราพึ่งรู้ไม่กี่เดือนเราพยายามสืบพยายามสังเกตทุกอย่างจนวันหนึ่งเขายอมรับน่ากลัวเหลือเกินคนเราหลอกกันมาได้โดยเราไม่เคยรู้มาก่อนเคยมีคนบอกแต่เราดูแล้ว
ไม่น่าเป็นไปได้แต่ที่น่ากลัวคือเขาติดไอซ์มันคงแพงมากเราพูดยังไงเขาก็ไม่ฟังเงินมีเท่าไหร่เขาก็เอาไปหมดเราจะทำยังไงดีกลัวมากกลัวว่าซักวันหนึ่งเขาจะคลั่งฆ่าเราฆ่าลูก แถวบ้านไม่มีใครรู้เลยเขาคิดว่าเราเป็นคนไม่ดีที่ว่าสามีแต่เราพยายามเกลี่ยกล่อมเขาทุกอย่างแต่เขาก็บอกว่าไม่ติด แต่เราเห็นเศษของยาไอซ์ตลอดเราไม่เคยรู้ว่าเป็นยังไงเปิดในเน็ตดูพยายามทำความเข้าใจอธิบายถึงเหตุไม่ดีและผลกรรมให้เขาฟัง มันติดจนไม่รับรู้อะไรดีอะไรชั่วถึงขนาดนั้นเชียวรี นี้ก็บอกลูกว่าแม่ต้องทรมานกับน้องกับสามีขออย่าให้แม่เจอกับลูกอีกเลย พยายามสอนเขาเพื่อให้เขาหลุดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายนี้ถ้าใครมีวิธีแก้ไขได้บ้างยังมีอีกอย่างหนึ่งคือเขาติดแถม
เขาเริ่มขายและเสพด้วย กลัวเหลือเกินเคยอ่านในกระทู้ถ้าเราอยู่ในบ้านเป็นสามีหรือภรรยาเขาก็จับหมดแล้วเราไม่ได้ทำทำไม่เราต้องโดนด้วยเขายังขู่อีกว่าถ้าเขาโดนเขาจะเอาเราไปด้วย ทำไมคนติดยาถึงได้กลายเป็นคนเลวแบบนี้ชีวิตนี้เกลียดและกลัวพวกติดยาที่สุดแต่ทำไมถึงโง๋มาเจอคนติดยาได้แถมมีลูกอีกสามคนแล้วกำลังท้องอีกหนีก็ไม่มีเงินไม่มีที่จะพาลูกไปถ้าใครพอช่วยแก้ปัญหาได้ช่วยแนะนำด้วยค่ะเพราะทุกข์เหมือนตกนรกทั้งเป็น
สามีติดยาไอซ์จับได้บอกว่าเลิกแล้วบอกพ่อแม่เค้ารับทราบแต่ไม่เชื่อหาว่ากล่าวหาลูกเค้าทั้งๆ ที่เมื่อก่อนติดยาบ้าตอนนี้มีปัญหาเลยแยกครอบครัวเค้าออกจากงานทำงานใหม่พร้อมคู่ขาที่เสพด้วยกัน ตอนนี้หลงละเมอมากคนติดยาไอซ์เวลามีอารมณ์...เค้าสรรหาอะไรแปลก ๆ เพ้อฟันเค้าติดประมาณ 2 ปีได้ เค้าจะเลิกได้ง่าย ๆ หรือ เงินทองที่หมดไปกว่าจะรู้ว่าหมดไปเพราะอะไร แต่..เค้าก็ไม่ยอมรับผิดชอบอะไรเลยสร้างภาพว่าตัวเองถูกอยู่ตลอดเวลาที่เราว่าเราด่าเพราะมีไม่รู้กี่ครั้งที่ตกอยู่กับนรกขุมนี้แต่ก็ดึงให้เค้าเป็นคนดีไม่ได้จะทำอย่างไรให้เค้าสำนึกตัวบ้าง แต่ตอนนี้แยกกันอยู่เกือบเดือนแล้ว
อยากบอกว่าเมื่อก่อนผมก็เคยติด อยากบอกทุกคนว่าอย่าลอง เพราะคำว่าเพื่อนเสพเราเลยลองเนี้ยแหละ มันถึงติด
อาการบอกได้ว่า ปากแห้ง ตัวสั่น พูดผิดๆถูกๆ นอนไม่หลับ อยู่ไม่สุขต้องขยับตัวตลอดเวลา
ถ้าหนักมากๆ จะพูดวกไปวนมา พูดไม่รู้เรื้อง ขอบตาค้ำ(ใครบอกเสพไอซ์แล้วหน้าใสไม่จิงนะเสพมากๆก็ขอบตาค้ำ)เพราะไม่ได้นอน
หน้ามันเพราะคนเสพยาจะไม่ค่อยดูแลรักษาตัวเอง(แล้วที่ศึกษามาพอหน้าโดนไอควันหน้าจะแห้งจะส่งนำ้มันออกมาทำให้หน้ามันเป็นพิเศษ)
คนที่คิดจะลองผมขอบอกว่า อย่างเลยคับ มันทรมานจิงๆ คิดดูว่าถ้าคุนทำอะไรเหนื่อยๆอยากนอนแต่นอนไม่หลับ ตัวสั่นชาไปทั้งตัว
กินข้าวไม่ลงแม่ว่าจะหิวซักเท่าไหน มันจะธระมานขนาดไหน
"ผมบอกได้เพราะเคยผ่านมาแล้วและเลิกแล้ว" ผู้ที่เสพแล้วอยากเลิก ถ้าทนใจตัวเองไหวก็ทนเถาะคับ ถ้าไม่ได้ ปรึกษาแพษเถาะ
ผมเป็นคนหนึ่งที่ข่มใจตัวเอง เพราะเกิดปัญหาทางบ้านบางประกานทำให้ต้องช่วยเหลือทางบ้านไม่สามารถเอาเงินมาใช้ทางนี้ได้
แต่อย่างให้เป็นแบบผมเลย เลิกได้ก็เลิก (เพื่อนผมโดนจับ หลอน เบอ ความจำสั้น สมาธิสั้น)เพราะยาไอซ์นี้แหละคับ
ปล จากคนที่เคยหลงผิด
ลองทานจมูกข้าวซิครับ