ซี 8 ศธ.ฟ้องศาล ปค.สูงสุด "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล"

ซี 8 ศธ.ฟ้องศาล ปค.สูงสุด "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" ประธาน ก.พ.พร้อมนายกฯ-ครม.-เลขาฯก.พ.เซ็นคำสั่งทางปกครองมิชอบ ส่งผลให้ ขรก.ประเภทวิชาการ 7-8 ว รวม 120 สายงานจากกระทรวงต่าง ๆ กว่า 3.4 หมื่นคนชวดเงินประจำตำแหน่ง 3,500-5,6000 บาท/เดือน

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นายประหยัด พิมพา นักวิชาการ 8 ว สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.ศธ.) เปิดเผยว่า ร่วมกับนายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระ ยื่นฟ้องร้อง ประกอบด้วย  1.นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่ได้ลงนามในกฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2551  2.นายกรัฐมนตรี  3.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง4.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  5.เลขาธิการ ก.พ.  และ 6.คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยยื่นฟ้องในวันเดียวกันนี้ เพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อบรรเทาทุกข์ ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว ระงับ และหรือเพิกถอนคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับกฎ ก.พ.เพื่อดำเนินการปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม ให้แก่ข้าราชการผู้เสียสิทธิ จนกว่าศาลจะได้มีคำสั่งพิพากษาถึงที่สุดในคดีนี้ โดยศาลปกครองสูงสุดได้รับคำฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.61/2551 ซึ่งจะมีนัดไต่สวนคำฟ้องต่อไปนายประหยัดกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องฟ้องร้อง เนื่องจากกฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่งฯ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2551 นั้น ทำให้ตนเสียสิทธิในการได้รับเงินประจำตำแหน่ง 5,600 บาท ตามที่ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กำหนด เนื่องจากตามการกำหนด
สายงานใหม่นั้น ในระดับ (ซี) นักวิชาการ
8 ว จะถูกจัดลงสู่ตำแหน่งประเภทวิชาการในระดับชำนาญการพิเศษ ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 5,600 บาท และนักวิชาการ 7 ว จะถูกจัดลงสู่ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 3,500 บาท แต่ปรากฏว่ากฎ ก.พ.ไปกำหนดบัญชีสายงานที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ และชำนาญการพิเศษ ที่อยู่แนบท้ายกฎ ก.พ.ดังกล่าว มีเพียงแค่ 26 สายงาน แต่ไม่มีสายงานนักวิชาการศึกษา ส่งผลให้นักวิชาการ 7 ว และ 8 ว สังกัด ศธ.ที่ถูกจัดอยู่ในตำแหน่งวิชาการระดับชำนาญการ และชำนาญการพิเศษ ไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งจำนวนทั้งสิ้น 1,381 คน จำแนกเป็น 7 606 คน และ 8 775 คน

นอกจากนี้ ได้วิเคราะห์ข้อมูลโดยละเอียดแล้วยังพบว่า ในตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญและชำนาญการพิเศษดังกล่าว นอกจากสายงานของ ศธ.ที่ตกหล่นแล้ว ยังมีสายงานของกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอิสระอื่น ๆ ที่ตกหล่นด้วย รวมจำนวนทั้งสิ้น 120 สายงาน จำนวน 34,317 คน แบ่งเป็น 7 ว จำนวน 23,273 คน  และ 8 ว จำนวน 11,044 คน ดังนี้ กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 10,174 คน   กระทรวงมหาดไทย 4,122 คน   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 4,088 คน   กระทรวงการคลัง จำนวน 2,036 คน   กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 1,775 คน   กระทรวงแรงงาน จำนวน 1,527 คน   กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 1,455 คน   กระทรวงยุติธรรม จำนวน 1,450 คน   ศธ.จำนวน 1,381 คน   สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 1,359 คน   กระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 1,077 คน   กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 1,018 คน   กระทรวงวัฒนธรรม จำนวน 914 คน   กระทรวงคมนาคม จำนวน 508 คน   องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ จำนวน 390 คน   กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวน 317 คน   กระทรวงพลังงาน จำนวน 274 คน   กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จำนวน 239 คน   กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 162 คน   และกระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 51 คน

"การที่รัฐบาลรักษาการได้ออกกฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2551 โดยเลือกปฏิบัติ เป็นคำสั่งทางปกครองที่มิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 จึงขอเป็นตัวแทนของเพื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากกฎ ก.พ.นี้ ดำเนินการฟ้องร้อง ซึ่งไม่แน่ใจว่าที่ทำตกหล่นไปถึง 120 สายงานนั้น เป็นเพราะเห็นว่าถ้ากำหนดครบทั้ง 146 สายงาน จะกระทบต่อวงเงินงบประมาณจำนวนมากหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ผมเคยได้โต้แย้งสำนักงาน ก.พ.มาเป็นระยะ ๆ ทั้งยังเคยบอกด้วยว่าถ้ายังดำเนินการต่อ ผมจะฟ้องร้อง แต่สำนักงาน ก.พ.ก็ยังเดินหน้าต่อ" นายประหยัดกล่าว

และว่า หากการดำเนินการฟ้องร้องศาลปกครองสูงสุดครั้งนี้ ผลที่ออกมาตนแพ้คดี ก็จะไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ต่อไป สำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการอื่น ๆ ที่อยู่ในระดับที่สูงขึ้นไปนั้น ได้ตรวจสอบแล้ว ไม่มีปัญหา เพราะกำหนดสายงานวิชาการศึกษาเข้าไปด้วยเรียบร้อยแล้ว

มติชน  ASTVผู้จัดการออนไลน์  ไทยรัฐ  แนวหน้า 30 ธันวาคม 2551