การเปลี่ยนผ่านการศึกษาสู่ยุคเศรษฐกิจฐานความรู้

    ในยุคที่ถือว่าความรู้เป็นฐานของสังคมเศรษฐกิจและเป็นมาตรวัดความเป็นสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ของประเทศ เราคงหลีกไม่พ้นที่จะต้องเตรียมคนของเราเพื่อให้ก้าวผ่านกระบวนทัศน์ดังกล่าวและเกิดการตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ...จะเต็มใจ พร้อมใจ เห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม...แต่การรู้เท่าทันและ"รู้"ในสิ่งที่จะตามมาจะช่วยให้เราอยู่ร่วมในสังคมดังที่ว่ามา และสังคมที่จะว่ามาอีก......
    การเตรียมความพร้อมจึงมิใช่เรื่องไร้ประโยชน์หากอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจอดีตอันจะนำไปสู่อนาคตที่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร...ความรู้ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น เฉกเช่นพระราชดำรัสที่ว่า "รู้รักสามัคคั"คือต้องมีความรู้ก่อน...รู้แล้วจะเกิดสติ สติจะทำให้เกิดปัญญา...และปัญญาก็คือความรู้
    13 ธันวาคม 2549 มีโอกาสได้ฟังเรื่องนี้(ซึ่งวิจัยแล้ว)...ผ่านไปมากกว่า 1 ปี กว่าจะได้เศษตะกอนที่จะเล่าให้ฟังว่า....ในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ นั้น"คนควรมีคุณลักษณะ(ที่พึงประสงค์)"ดังนี้
    1. รู้ทัน รู้นำโลก (เป็นฐานความคิดที่พึงมีก่อนเป็นลำดับแรก)
    2.
เรียนรู้ชำนาญ เชี่ยวชาญปฏิบัติ : คิดนอกกรอบ(คิดใหม่ คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ เกิดองค์ความรู้ มีนวัตกรรมเพื่ออนาคต)
    3. รวมพลังสร้างสรรค์สังคม  : ทำงานเป็นทีม สร้างเครือข่ายโดยใช้หลักมนุษยสัมพันธ์
    4. รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่สันติ : รัก เก็บคุณค่าและสร้างความเป็นไทย รวมทั้งทำให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นตนและคงความเป็นไทยไว้ 
     การพัฒนาคนตามนัยดังกล่าว ทำได้โดยผผ่านกระบวนการจัดหลักสูตรและการศึกษาแบบ Fun Find Focus และ Fulfillment ที่อิงพัฒนาการของผู้เรียน ดังนี้
      1. Fun สำหรับชั้น ป. 1-2 จัดการเรียนการสอนเพื่อค้นหาความชอบ ความสนใจของผู้เรียนผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน
      2. Find สำหรับชั้น ป. 3-4 เติมเต็มจาก ป. 1-2 ในการค้นหาความชอบ ความสนใจของผู้เรียนผ่านสาระการเรียนรู้พื้นฐานและเพิ่มเติม
      3.Focus สำหรับชั้น ป. 5-6  ค้นหาและเจาะลึกความชอบ ความสนใจของผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
      4. Fulfillment ชั้นมัธยมศึกษา เน้นการเติมเต็มศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล (สาระเพิ่มเติมมากขึ้นเพื่อตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและการค้นหาตนเอง)
          ....เหนือสิ่งอื่นใด  เงื่อนไขสำคัญคือ โรงเรียนและผู้ปกครองต้องร่วมกันดูแลนะ...จะบอกให้...

ผู้ปกครอง