ฉันชอบประโยคที่พี่สาวคนสวยมักจะบอกกับฉันว่า  หนังบางเรื่องหรือบทเพลงบางบทเพลงนั้น remind us of something in our lives particularly those of fond memory    และฉันก็เห็นด้วยกับประโยคดังกล่าว    คุณๆ เคยมีความทรงจำกับบทเพลงไหนเป็นพิเศษบ้างคะ?   

ฉันสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อให้พี่เซ็กซี่สามารถนำไปใช้ได้ในวารสารที่เธอรับผิดชอบในคอลัมน์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหนังหรือบทเพลง (เอาเวลาที่ไหนไปช่วยเขาทำล่ะเนี่ย ฮึ! พี่เซ็กซี่)    เธอให้ฉันเขียนได้ตามใจชอบ (ซึ่งฉันขอว่า..จะไม่มีเพลงจีนเลยนะ --ที่เธอโปรดปราน)    โดยจะมีรางวัลให้เป็นเสื้อแบบที่ฉันและเธอชอบนักหนา      ซึ่งอา(จารย์)จ๊ะ  P (เอื้องแซะ ) เคยสงสัยว่าเป็นเสื้อแบบไหนกันนะ?....ก็เสื้อยืดธรรมดาๆ     แต่ความพิเศษอยู่ที่อย่างน้อยก็ทำให้เรายังมีเรื่องที่ได้ติดต่อกันอยู่บ้าง    เพราะทุกวันนี้เราแทบจะไม่ค่อยได้พูดคุยหรือทักทายกันเหมือนเมื่อก่อน     คงเพราะเราโตขึ้น หรืออาจจะเพราะต่างก็ยุ่งกับภารกิจมากมาย    ดังนั้นเสื้อธรรมดาที่ไม่ธรรมดาตัวนี้จึงเป็นตัวแทนของความรัก..ความผูกพัน..และความทรงจำดีๆ ระหว่างคนสองคน..ของพี่กับน้อง..    ที่ก็ยังคงเดินทางมาหาฉันอย่างสม่ำเสมอ    

  

เพลงแรกที่ฉันอยากจะเขียนถึงก็คือเพลง Moon river ที่แต่งขึ้นในปี ค.ศ. 1961 โดย Johnny  Mercer และ Henry  Maancini เป็นผู้แต่งทำนอง   ในภาพยนต์เรื่อง Breakfast at Tiffany's     ขับร้องโดย นางเอกแสนสวยขวัญใจของฉัน    นั่นก็คือ Audrey  Hepburn    และในปีนั้นได้รับรางวัลตุ๊กตาทองสาขาเพลงยอดเยี่ยม     

Audrey  Hepburn  นางเอกแสนสวย

 

 

ขอขอบคุณ YouTube ในแบบของ Audrey Hepburn

 

 

ต่อมาได้รับการถ่ายทอดเป็นอัลบั้มเพลงที่ขับร้องโดย Maancini    และนักร้องชาวอังกฤษ Danny  Williams ได้ร้องเพลงนี้จนติดอันดับหนึ่งในฝั่งอังกฤษ     แต่ Andy  Williams  นักร้องชาวอเมริกันกลับนำไปร้องแล้วทำให้โด่งดังมากกว่าจนกลายเป็นเพลงประจำตัวของเขา 

ขอขอบคุณ YouTube  ในแบบของ Andy Williams

 

 

ก่อนหน้านั้น ฉันก็ชอบเพลงนี้อยู่แล้ว     คงเพราะความหมายและท่วงทำนอง    แต่..เพลงนี้ได้มีความหมายกับฉันมากที่สุดก็เมื่อในค่ำคืนหนึ่งที่ใครบางคนได้กดมือถือหาฉันเพราะอยากให้ฉันได้ยินเสียงเพลงๆ นี้ไปพร้อมๆ กันกับเธอในงานกาล่าดินเนอร์แห่งหนึ่ง     เสียงเพลงจาก Andy  Williams ที่ยืนอยู่บนเวทีนั้นผ่านเข้ามาให้ฉันได้ยินอยู่เรื่อยๆ    แต่ที่ทำให้ฉันยิ้มได้และน้ำตาซึมก็คือน้ำเสียงอันไพเราะของเธอที่ร้องคลอไปกับเสียงนักร้องชื่อดังบนเวที    และบอกกับฉันที่อยู่ปลายสายซ้ำๆ และย้ำๆ ว่า........     ฉันไม่รู้ว่าในงานกาล่าดินเนอร์จะมีบรรยากาศเป็นเช่นไร     แต่ที่รู้สึกได้นั้น..ฉันเห็นภาพของเธอที่คงกำลังร้องเพลงให้ฉันฟังด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและรอยยิ้มละไม     สำหรับฉันแล้ว..ความสุขในวินาทีนั้นช่างสวยสดงดงามเหลือเกิน     กระซิบถามเธอไปเบาๆ ว่า.."ไม่อายใครๆ หรือคะ   เดี๋ยวแขกที่นั่งร่วมโต๊ะก็ค้อนเข้าให้หรอก"     เธอหัวเราะและตอบกลับมาว่า.."ใครๆ ก็ร้องกันค่ะ    และพี่ก็กำลังมีความสุขที่ได้ร้องเพลงนี้ให้ต้อมฟังไงคะ...."   Moon river, wider than a mile. I'm crossing you in style some day   แม่น้ำสายพระจันทร์ที่กว้างไกลเกินกว่า   ฉันจะข้ามไปหาเธอในสักวัน....   

Moon river, wider than a mile
I'm crossing you in style some day
Oh, dream maker, you heart breaker
Wherever you're goin', I'm goin' your way

Two drifters, off to see the world
There's such a lot of world to see
We're after the same rainbow's end, waitin' 'round the bend
My huckleberry friend, Moon River, and me

(Moon river, wider than a mile)
(I'm crossin' you in style some day)
Oh, dream maker, you heart breaker
Wherever you're goin', I'm goin' your way

Two drifters, off to see the world
There's such a lot of world to see
We're after that same rainbow's end, waitin' 'round the bend
My huckleberry friend, Moon River, and me
    

   

วันคืนผ่านไปเนิ่นนาน..  สิ่งไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น    ความรักได้หลุดลอยหายไป    และเหลือแค่เพียงความทรงจำที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ความรู้สึกเฉยชาและเรียบนิ่ง    ไม่มีคำพูดใดๆ นอกเสียจากร่องรอยของหยดน้ำตา    หากแต่ทุกๆ ครั้งที่ระลึกถึงเพลงๆ นี้กับใครบางคน    หัวใจของฉันก็ยังคลี่ยิ้มได้..    Two drifters, off to see the world. There's such a lot of world to see.  We're after that same rainbow's end,   นักเดินทางสองคนออกเดินทางสู่โลกกว้าง    เราจะไล่ตามเส้นสายรุ้งไปจนสุดทาง    แต่เสียดายที่วันนี้ไม่มี "แม่น้ำสายพระจันทร์"..ไม่มีเธอ..อีกต่อไป   

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากเวบบล็อกแก๊งค์ <คลิกที่นี่>  และวิกิพีเดีย