ในการประชุมขององค์กรใหญ่แห่งหนึ่ง   มีการถามว่าถ้า 4 คนที่เป็นผู้บริหารสูงสุดไม่อยู่ จะเกิดอะไรขึ้น    คำถามนี้สะท้อนภาพความระแวดระวัง คอยเตือนให้ไม่ประมาท

 

ทำให้ผมกลับมาคิดว่า องค์กรต้องมีกลไกทำงานปัจจุบันและงานสร้างอนาคตในเวลาเดียวกัน    รวมทั้งตัวบุคลก็ต้องพัฒนาขีดความสามารถของตนเองในทำนองเดียวกัน

 

ตัวผมเองมีนิสัยชอบคิด วางแผน และดำเนินการเพื่อผลข้างหน้ายาวๆ ไกลๆ    ซึ่งก็เป็นทั้งผลดีและผลร้ายต่อตัวเอง    ผลร้ายคือมีคนไม่เห็นด้วย มีคนต่อต้าน และมีคนไม่พอใจ เพราะผมเป็นต้นเหตุของความเหนื่อยยากของเขา    ซึ่งก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง   เพราะผมถือสุภาษิต อดเปรี้ยวไว้กินหวาน   คือยอมยากลำบากในปัจจุบัน เพื่อผลดีในภายภาคหน้า    การอดเปรี้ยวจึงกลายเป็น อดตำแหน่ง    คือเมื่อมีการสรรหาตำแหน่งคณบดีวาระที่ ๒  ผมถูกปฏิเสธจากคนส่วนใหญ่ของคณะฯ   ซึ่งก็ก่อความเจ็บปวดอยู่ ๒ ๓ วัน   แล้วผมก็เอามาเป็นข้อเรียนรู้ หรือบทเรียน  

 

นิสัย ทำงานอนาคตพร้อมกับงานปัจจุบัน ของผม    ทำให้เวลาสรรหาอธิการบดี จะมีคนกลุ่มหนึ่งออกมาสกัดผมเต็มที่    มีคนบอกว่าผู้คนในหน่วยงานนั้นเขา กลัว ผม    แต่ก็มีบางหน่วยงานที่สนับสนุนผมสุดเหวี่ยง    เพราะเขาต้องการการเปลี่ยนแปลงที่จริงจังกว่าเดิม    แต่ก็มีไม่กี่หน่วยงาน

 

การสร้างคน/พัฒนาคนเป็นการสร้างอนาคตที่ดีที่สุด    ในฐานะหมายเลข ๑ ขององค์กร การจัดให้มี ตัวตายตัวแทนเป็นการตอบคำถามข้างต้น    และการจัดเช่นนั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย    สำหรับผม เป็นเรื่องง่าย โดยทำตามเคล็ดลับ หาคนที่เก่งกว่าตัวเรามาร่วมงาน     เคล็ดลับนี้ผมค้นพบโดยสัญชาตญาณ ไม่ใช่โดยความรู้ความเข้าใจ   และเข้าใจว่าน่าจะเกิดจากนิสัยทำงานเพื่ออนาคต   ซึ่งหมายถึงทำงานไปสร้างสรรค์ไป    จึงต้องหาคนที่เก่งเชิงระบบเชิงความคิดสร้างสรรค์มาร่วมงาน    โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่คิดเรื่องที่ผมคิดไม่เป็น ทำไม่เป็น มาอุดช่องโหว่ ของผม    ปรากฏการณ์ที่ สกว. ที่คนชื่นชมกันมากเป็นรูปธรรมตามที่ผมเล่านี้  

 

แต่จริงๆ แล้ว ผมไม่คิดว่ามีการสร้าง ตัวตายตัวแทน กันได้    ได้เพียงสร้างโอกาสให้มีคนที่เก่งและเหมาะสมต่องานแบบนั้นเข้ามาร่วมกันทำงาน   สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดสภาพที่มีทั้ง independence และ interdependence ระหว่างหน่วยย่อย   และระหว่างกลุ่มผู้นำขององค์กร

 

ภาพใหญ่ของการทำงานเพื่ออนาคตขององค์กร คือการสร้างวัฒนธรรมองค์กร    ให้เป็นองค์กรเรียนรู้   เป็นโจทย์ที่ผมใช้ทำงานมาตลอดชีวิต

 

วิจารณ์ พานิช

๑ ธ.. ๕๑