ความเท่าเทียมด้านเพศ...กับสิ่งยังเป็นอยู่ในปัจจุบัน
ตามรัฐธรรมนูญปี 40 หมวด 3 สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย มาตรา 30 กำหนดให้บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายเท่าเทียมกัน
ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
การเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่ง ความแตกต่างในเรื่อง ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกาย หรือ สุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทำมิได้
มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรค หรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้ สิทธิ และเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม
มาตรา 50 กำหนดว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการ หรือประกอบอาชีพ และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเศรษฐกิจของประเทศ การคุ้มครองประชาชนในด้านสาธารณูปโภค การรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การจัดระเบียบ การประกอบอาชีพ การคุ้มครอง ผู้บริโภค การผังเมือง การรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพของประชาชน หรือเพื่อป้องกันการผูกขาด หรือขจัดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน
ส่วนหมวด 4 หน้าที่ของชนชาวไทย มาตรา 80 กำหนดให้รัฐต้องคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงและชาย เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นปึกแผ่นของครอบครัวและความเข้มแข็งของชุมชน
รัฐต้องสงเคราะห์คนชรา ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ และผู้ด้อยโอกาส ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้
ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ที่อยู่ระหว่างการแปรญัตติของส.ส.ร.ขณะนี้ก็เป็นไปในลักษณะคล้ายกันคือ ยังไม่คุ้มครองครอบคลุมถึงกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ขณะที่การร่างรัฐธรรมนูญปี 50 มีกลุ่มที่ออกมาผลักดันขอให้เพิ่มเติมในมาตรา 30 โดยเพิ่มคำว่า "กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ให้มีสิทธิเท่าเทียมกัน และไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมกับคนกลุ่มนี้ แต่ผลโหวตในการแปรญัตติของส.ส.ร.ไม่มีการปรับแก้ในเรื่องนี้
ดังนั้นการเปิดทางให้ผู้ถูกละเมิดสิทธิซึ่งเป็นเพศที่ 3 มีโอกาสเรียกร้องสิทธิได้ขณะนี้มีเพียง พ.ร.บ.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ในมาตรา 22 กรณีที่มีการกระทำหรือการละเลยการกระทำ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และมิใช่เป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล หรือที่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งเด็ดขาดแล้ว ให้คณะกรรมการมีอำนาจตรวจสอบและเสนอมาตรการการแก้ไขตามพระราชบัญญัตินี้
และมาตรา 23 บุคคลใดที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมีสิทธิยื่นคำร้องโดยทำเป็นหนังสือ หรือด้วยวาจา
เมื่อใดที่ประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญซึ่งคุ้มครองบุคคลทุกกลุ่มอย่างแท้จริง?