ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็มีปัญหา แต่ก็มีบางคนที่มองว่าปัญหาเหล่านี้คือความท้าทายและสนุกที่จะได้ค้นหาทางออก งานประจำของพวกเขาจึงไม่น่าเบื่อและการค้นหาเหล่านี้ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วย

เมื่อวันที่ 19 ธค.51 ได้มีโอกาสไปร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการอบรม R to R ที่จัดโดย รพ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ผู้ที่ทำหน้าที่จัดการให้เกิดเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้คือ คุณอุบลวรรณา เรือนทองดี พยาบาลวิชาชีพ ผู้คิดนวตกรรมกางเกงวิเศษที่ได้รับรางวัลจากการประชุมลปรร.ที่จัดโดย สวรส.และภาคี R2R ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 2-3 กค.51  ซึ่งคุณโย (อุบลวรรณา) ได้เชิญหัวหน้าพยาบาล และผู้แทนจากโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดสุพรรณบุรีอีก 6 แห่ง ได้แก่ รพ.เดิมบางนางบวช รพ.อู่ทอง รพ.ดอนเจดีย์ รพ.ด่านช้าง รพ.สามชุก รพ.หนองหญ้าไซ มาร่วมการอบรม R to R นี้ด้วย บรรยากาศการประชุมประกอบด้วยการบรรยายเรื่องการทำงานประจำใหเป็นงานวิจัย รวมถึงการวิพากษ์ผลการวิจัยของหน่วยงานในรพ.บางปลาม้า ซึ่งผู้วิพากษ์ก็คือเพื่อนร่วมงานในรพ.บางปลาม้า และหัวหน้าพยาบาลและผู้แทนที่มาจากรพ.ทั้ง 6 แห่งรวมถึงวิทยากรด้วย บรรยากาศเป็นกันเองและวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์ เน้นการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะในสิ่งที่เป็นประโยชน์ มีหลายเรื่องที่ รพ.อื่นๆ สามารถนำไปเป็นตัวอย่างได้ เช่น เรื่องการพัฒนาแนวทางการติดตามยาที่ต้องระวังเป็นพิเศษ  เรื่องแนวทางการดำเนินงานในการดูแลผู้ป่วยตกเลือดหลังคลอด  เรื่องการลดค่าใช้จ่ายสารควบคุมคุณภาพการตรวจ electrolyte  ส่วนเรื่องกางเกงวิเศษ ติดตามอ่านได้จากการถอดบทเรียนของคุณอุบลวรรณา และ ผศ.จุลจราพร (จุล) ด้านล่างนี้นะคะ หรือถ้าท่านใดอยากเห็นกางเกงวิเศษ ติดตามชมได้ในรายการ Design for life ตอนกางเกงวิเศษ ซึ่งได้ออกอากาศทางช่อง Thai PBS วันที่ 12 ธค. 51 แต่ชมรายการย้อนหลังได้บนเว็บไซต์ สวรส. http://www.hsri.or.th

จรวยพร ศรีศศลักษณ์

21 ธค. 51

 

กางเกงวิเศษ

โดย โยกะจุล

 

                               อากาศร้อนจังเลยเช้านี้ ไม่อยากออกไปเลย อยากนั่งสบาย ๆ ในห้องเย็น ๆ เหมือนคนอื่นบ้าง  เฮ้อ! (ถอนใจกับตัวเอง)  นี่หรือหัวหน้าฝ่ายส่งเสริม  ทำไมถึงต้องเป็นเรา!”  ความคิดคำนึงข้างต้นนี้ เกิดบ่อยมาก  เมื่อต้องออกติดตามค้นหากลุ่มเป้าหมาย “Pap smear” งานแสนหิน  มหาโหดของฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ  ช่วงบ่าย ๆ ของเมื่อวานนี้  ติ๋วเดินเข้ามาแล้วพูดว่า พี่โย ของเราไม่ค่อยมาเลยนะ  พอตกเย็นเลิกงานแล้ว ผอ.โทรฯ มาอีก   พี่โย  Pap ของเราได้เท่าไหร่แล้ว   สาธารณสุขอำเภอโทรหา พี่ลองคุยดู  จากนั้นก็ได้ยินเสียงโย หนูไม่อายเหรอ  อนามัยเขาได้ 60 แล้วนะ โรงพยาบาลได้ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เองจึงตอบไปว่าไม่อายค่ะ  ทำเต็มที่แล้วแต่เสียงทางโน้นก็แย้งว่าไม่หรอก โยลองไปตามที่บ้านสิ หรือจะให้พี่ช่วยอะไรไหม สิ้นเดือนนี้ท่านจะเอาให้ได้ 60 โยต้องออกไปทำที่บ้านเลยเหมือนพวกอนามัยน่ะ  ฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า พี่ลองมาทำดูบ้างไหมหล่ะ!                             

ใครคิดว่าการทำ Pap smear ในกลุ่มสตรีเป้าหมายเป็นเรื่องง่าย  ก็ลองเปลี่ยนความคิดดูบ้างก็

ได้ เพราะจากประสบการณ์ที่ต้องรับผิดชอบการทำ Pap Smear ในกลุ่มสตรีเป้าหมายตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มา 4 ปี พบว่า ในแต่ละปี กลุ่มเป้าหมายจะไม่ค่อยยินยอมสมัครใจให้ตรวจมีอยู่ประมาณ 1-2 เปอร์เซนต์เท่านั้นที่เดินมาให้ตรวจโดยสมัครใจ  นอกนั้น ยากส์...  ถึงยากที่สุด  ไม่ว่าจะใช้เล่ห์ เพทุบาย (กลวิธี)  อย่างไรก็ไม่ค่อยจะยินยอมเริ่มตั้งแต่ทำจดหมายเชิญ ให้ญาติพี่น้อง คนรู้จัก เพื่อนบ้าน ผู้มีพระคุณ ผู้มีอำนาจ บารมีไปตาม ไปบอก ก็ไม่มา เจ้าหน้าที่เข้าไปประชาสัมพันธ์ ชี้แจง เชิญชวน ในหมู่บ้าน ก็ไม่มา โทรฯ ตามก็ไม่มาให้ค่าตอบแทน  อสม.ไปตาม ไปเชิญ ก็ไม่ค่อยมา มาทำแล้วมีของที่ระลึกมอบให้ หลังจากทำ Pap Smear เสร็จ ก็ยังไม่ค่อยมา ทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่ใช่มีสาเหตุว่า ไม่พอใจเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่ไม่มีมนุษยสัมพันธ์นะ แต่มีเหตุผลที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น  ลองมาค้นหากันต่อไป

                                วันประชุมสิ้นเดือนมาอีกแล้ว รู้สึกไม่อยากเข้าห้องประชุมเลย นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นกรรมการบริหารโรงพยาบาลด้วยก็ไม่เข้าประชุมแล้ว  ไม่ใช่ผู้ร่วมประชุมไม่ดีนะ แต่เป็นเพราะรู้ว่าต้องโดนตามงาน Pap smear อีกแล้ว จริง ๆ ด้วย คิดไม่ทันจบก็ได้ยินเสียง ผอ.ลอยมา เข้าหูพอดีผลงาน Pap smear เราทำไมได้น้อยจัง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เอง ที่อื่นเขา 50-60 แล้ว พูดจบก็เงยหน้าสบตากันพี่โย ไม่ได้ทำเลยเหรอ หรือทำแต่ทำไม่มีผลงานขึ้นเลย สสจ.ถามผม ผมก็ตอบไม่ได้ เขาเลยบอกว่าต่อไปนี้ให้หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมเข้าประชุมประจำเดือน ที่จังหวัดทุกเดือน เขาจะได้ถามเหตุผลได้ฟังแล้วรู้สึกเครียดนิดหน่อย หันไปมองเพื่อน ๆ ที่นั่งประชุมด้วยกันก็ได้เห็นรอยยิ้มปลอบใจบ้างประปราย  นี่แหละวาสนาดีนัก ได้เป็นหัวหน้า เลยรับเละ จากนั้นก็เรียนเหตุผลให้ ผอ.ทราบ  ดังย่อหน้าที่สอง ท่านก็พยักหน้ารับ   จากนั้นก็ได้ยินเสียงแว่ว ๆ จากกรรมการท่านหนึ่ง  แจ้งว่าจะมีการจัดงานมหกรรม CQI ของโรงพยาบาล ทุกฝ่ายต้องส่งผลงานประกวด หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องอื่น ๆ

                                ปัจจุบันงานส่งเสริมสุขภาพ  เป็นงานตอบสนองนโยบายรัฐบาล  จึงต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดส่งมา เพราะฉะนั้นจะนั่งเฉย ๆ ไม่ได้ จำเป็นต้องรุกออกไปทำ งาน Pap smear ก็เช่นกัน เมื่อลองทำมาหลายวิธีแล้ว ผลงานก็ยังไม่ได้ตามเป้าหมาย จึงต้องลุกออกไปให้ถึงตัวเป้าหมายที่บ้าน  ก่อนออกก็วางแผนออกปฏิบัติงานในพื้นที่เสนอให้  ผอ.อนุมัติ  และส่งแผนฯ ขอใช้รถให้พี่อ้อย  พี่อ้อยก็แสนใจดี  จัดรถให้ได้ทุกครั้ง  แม้จะเป็นเสาร์-อาทิตย์  เช้ามืด  หรือพลบค่ำ  ก็ได้ใช้รถ วันนี้อุบลวรรณา จะไปตามหมู่ 8 นะ ถ้าใครมาช่วยทำ (Pap smear) ดี ๆ นะเป็นคำกล่าวบอกสมาชิกในห้องส่งเสริม ก่อนจะออกไปตาม Case pap จากนั้นก็ขับรถที่ไม่ค่อยมีแรง (เก่ามาก ๆ) ออกไปตามทางข้างโรงพยาบาล   เลี้ยวซ้าย  เลี้ยวขวาบนถนนปูนประมาณ 1 กิโลเมตร  ต่อจากนั้นวิ่งต่อไปบนถนนลูกรัง  (มีไม่กี่สายในจังหวัดสุพรรณบุรี)  ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ฝุ่นสีแดงฟุ้งตลบ ตามท้ายรถมาเป็นเป็นควันสีแดง ๆ ลอยฟุ้งบน ขณะที่ขับรถออกมาก็คิดอย่างมีความหวัง วันนี้ต้องได้หลายคนเพราะ หมู่ 8 นี่เรารับผิดชอบ บ้านแรกที่ไปถึงนอนหลับ เรียกอยู่พักนึงก็ได้ยินเสียงลอยมา   เรียกหาพ่อเหรอ มาตามอยู่ได้ อยากดูนักเหรอ  อึ้ง!  จากนั้นก็ชี้แจงนิดหน่อยขอโทษนะ วันหลังจะมาใหม่  หลังที่สอง กล่าวทักทาย  และเชิญชวนด้วยท่าทางเป็นมิตร  ยิ้มแย้ม คำตอบคือ  โอ๊ย  ไม่ไปไหนหรอก  ฉันไม่เป็นนี่แต่ก็พยายามอธิบายเพิ่มเติม ก็ได้คำตอบเพิ่มมาเช่นกันฉันไม่ไปหรอก อายหมอ หมอไปเฮอะพูดแล้วหันหลังหนีเลย ยังไม่ละความพยายาม ลองไปอีกหลังหนึ่ง  เจอคนนั่งกันหลายคนก็เข้าไป เชิญชวนเสร็จแล้วก็ได้คำตอบไม่ไปหรอก อายหมอ  คนที่นั่งข้าง ๆ คนหนึ่งบอกว่าโอ๊ย ฉันเคยไปนะหมอ ถลกฉันถึงเอวเลย นอนรอจนแห้ง ฉันไม่ไปอีกแล้ว  ฟังแล้วรู้สึกคอแห้ง หมดแรง และกลับโรงพยาบาลมือเปล่า คิดปลอบใจตัวเองไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับมาตามอีก วันต่อมาก็ออกติดตามอีก  บางคนสงสาร เกรงใจที่ไปตามหลายรอบ ก็ไปตรวจ (แบบเสียไม่ได้)  แต่บางคนล่องหนเอ้า! พี่จันทร์ไปไหนหล่ะ นัดว่าจะมารับวันนี้ไง มันไปนาแล้ว มันไม่ไปหรอกหมอ มันอาย เลยไปนาตั้งแต่เช้า หมอไม่ต้องรอหรอกได้แต่อึ้ง นึกสงสารตัวเองแล้วสิ ทำให้ชาวบ้านเผ่นหนีเสียแล้วเรา

                                พี่โย  เราจะส่ง CQI เรื่องอะไรดี เขาทวงมาแล้ว เออ เดี๋ยวก่อนตาม Pap ให้ได้ก่อนปี ๆ หนึ่งงานแต่ละอย่างจะทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ไม่มีสิ้นสุดดูซิ pap ไม่ถึงไหน CQI อีกแล้ว รู้สึกเหนื่อยมาก วันนี้จึงไม่ออกตาม Case ขออยู่โรงพยาบาลสักวันเถอะ  นั่งไปก็คิดทบทวนไป ถึงเหตุผลที่คนไม่มาตรวจส่วนใหญ่เขาบอกว่าอาย  ทำให้สงสัยว่าทำไมเขารู้สึกอย่างนั้น  ตอนเราเรียนก็มีการ Drape ผ้านี่นา  รู้สึกสงสัยจัง พอดีมีกลุ่มเป้าหมายที่น้องไปตามมาทำก็เลยลองตามเข้าไปดูวิธีการทำ Pap smear สักหน่อย  เมื่อเข้าไปในห้อง PV ยืนดูห่าง ๆ เห็นสตรีคนนั้นเปลี่ยนกางเกงมานุ่งผ้าถุงของโรงพยาบาล แล้วขึ้นไปนอนบนเตียงขาหยั่ง  ดึงผ้าถุงขึ้นมาถึงเอว  ทำให้เห็นร่างกายส่วนล่างทั้งหมด   จากนั้นก็แยกขาไปวางบนขาหยั่งข้างเตียง  มีโคมไฟส่องตรง Vulva  ขณะที่น้องใส่ Speculum เข้าไปสตรีคนนั้นก็หนีบขาเข้าหากัน  น้องบอกว่า อย่าเกร็ง อย่าหนีบขา  พร้อมกับข้อศอกทั้งสองข้างดันต้นขาใกล้ ๆ หัวเข่าให้แยกจากกัน ภาพที่เห็นทำให้รู้สึกบอกไม่ถูก  นี่ถ้าเป็นเราจะยอมไหมนี่  รู้สึกผิดและอายที่เห็นสตรีถูกทำแบบนี้  รู้สึกอึดอัด คับข้องใจเหลือเกินว่า เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก  สุดท้ายคิดว่า เราจะทำอย่างไรดีหนอ

                                งาน CQI  ใกล้มาแล้ว  Pap Smear ก็ยังไม่ไปไหน  พี่น้องผู้ร่วมงานก็มาบ่นเหนื่อยบ่นท้อใจเรื่อง Pap Smear ไหน ผอ.,สสจ. จะตามงาน  อึดอัดคับข้องใจไปหมด  แต่ในฐานะพยาบาลที่เป็นหัวหน้า  เราต้องรับผิดชอบ  เราต้องทำได้  พยายามหาเวลาให้ตัวเอง นั่งนึกทบทวน คิดถึงการทำงาน Pap Smear   ที่ผ่านมา  ตั้งแต่ปีแรก จนถึงปัจจุบัน  ก็พบว่าสาเหตุส่วนใหญ่ที่สตรีไม่มาตรวจเพราะความอาย  ก็เพราะเมื่อมาตรวจเขาก็ต้องเจอสภาพอย่างที่เราเห็น คือ โป๊  เกือบเปลือย เหมือนไม่ใช่คนน่ะ  ทำให้รู้สึกว่าศักดิ์ศรีคุณค่าของความเป็นมนุษย์ของสตรี  ถูกลดทอน ถูกละเมิด จากการที่ต้องมาตรวจ  ยิ่งถ้าคนไข้เยอะก็ต้องนอนท่านั้นอยู่นาน ๆ กว่าจะหมอจะมาตรวจ ให้คนตรวจเขาจะรู้สึกหรือไม่ก็ไม่ทราบ  ลองคิดว่าถ้าเราต้องมาตรวจอย่างนี้ เราต้องการให้เขาทำอย่างไร  คำตอบคือไม่โป๊  นั่งคิดวิธีแก้ไขอยู่หลายวัน  จนวันหนึ่งขณะนั่งคุยกับจุล  อยู่ ๆ จุลก็พูดว่า พี่โย เป้าแตก  ครั้งแรกคิดว่าของตัวเอง พอก้มดูของตัวเอง  จุลก็บอกว่าไม่ใช่  แล้วชี้มือให้ดูเด็กที่นั่งถ่างขา เล่นอยู่บนพื้นดิน  ตอนนั้นยังไม่คิดอะไร แต่ต่อมาได้ไปเยี่ยมอาจารย์ชื่นชม ที่เคารพรัก  อาจารย์เพิ่งกลับจากเที่ยวประเทศจีน  อาจารย์ก็เล่าเรื่องที่ไปเที่ยวให้ฟัง มีอยู่ช่วงหนึ่งอาจารย์เล่าว่านี่โยไอ้เด็กจีนน่ะ มันนุ่งกางเกงผ่าเป้านะ  พอมันปวดฉี่ มันก็นั่งตรงนั้นเลย  ฉี่เสร็จก็ลุกมา ไม่ต้องแก้กางเกง พี่นี่เห็นแล้วขำเลยเด็ก : เป้าแตก/ผ่าเป้า  ปิ๊ง! รู้แล้ว! ไชโย! คิดออกแล้ว  เราก็ลูกจีนนี่หว่า  กลับบ้าน (โรงพยาบาล)  ไปผ่าเป้าบ้างดีกว่า

                                ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญของการไม่มาตรวจ Pap Smear ไม่ใช่ไม่ว่าง ไม่ใช่เดินทางลำบาก หรืออื่น ๆ แต่เป็นเพราะความอายที่ต้องโป๊เมื่อมาตรวจ จากการคิดทบทวนคิดไปคิดมาหลาย ๆ รอบ  ก็ได้คำตอบ  คือต้องไม่โป๊  ต้องไม่นาน  เกิดเป็นสโลกแกนเปิดปุ๊ป  เห็น PI  ป้ายแป๊บ  ปิดปุ๊บ  เมื่อคิดได้ จึงให้พี่นพวรรณ  ไปหากางเกงคนไข้เก่า ๆ มา 1 ตัว ที่เป็นกางเกงเพราะจะได้มีผ้าปิดขาไว้และที่ต้องเก่าเพราะกลัวเสียของ เมื่อทำแล้วไม่ได้ผล เมื่อได้กางเกงมาก็ลองคว้านเจาะตรงเป้าเป็นวงรีเกือบกลม  แล้วลองนุ่งเอง  จากนั้นขึ้นไปนอนบนเตียง  โดยนอนหงายชันเข่า  แยกขาเล็กน้อย  แล้วให้พี่น้อง งานส่งเสริมมาช่วยดู เพื่อให้ข้อเสนอแนะ ทุกคนชะโงกหน้ามาดูตรงเป้ากางเกงที่คว้าน  แม้จะมีกางเกงที่สวมมาทำงานอยู่ข้างในก็รู้สึกอายมาก  (นี่ขนาดยังไม่ถอดหมดนะ)

·       ครั้งแรกทุกคนบอกว่า ช่องมันแคบ มันตึงเกินไป เกะกะ จะทำเปียกเลอะเทอะได้ งั้นเอาใหม่ 

·       ครั้งที่ 2 ใช้กรรไกรตัดขยายเป้ากางเกงตัวเดิมให้ยาวออกไปทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  จากนั้นตัวเองลองสวมใส่แล้วนอนแบบเดิม  ทุกคนที่มาดูบอกใช้ได้แล้ว

แต่เมื่อลองครั้งที่ 2 เสร็จแล้วก็ลุกลงมาจากเตียง  ขณะยืนก็นึกขึ้นได้ว่าเป้าผ่าถึงด้านหลังเลยลองหันหลังให้สมาชิกดู ปรากฏว่าเห็นกางเกงตัวในได้ จึงถอดกางเกงออก ตอนนั้นรู้สึกผิดหวังว่าไม่สำเร็จ แต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่า เมื่อมีช่องก็ปิดช่องสิ  จึงถือกางเกงไปหา หมี  น้องรักที่อยู่ OR ว่าจะหาผ้าปิดช่องที่เห็น  แต่ไม่รู้จะติดผ้าอย่างไร ตอนแรกจะใช้ผ้าเย็บติดโดยใช้กระดุมหน้าหลัง  แล้วปลดด้านหน้าให้ผ้าห้อยลง  แต่ก็นึกได้ว่าเวลานอน มันจะเจ็บเพราะกระดุมไปกดหลัง  และผ้าก็จะเปื้อน ก็เลยเปลี่ยนไปปลดด้านหลังให้ชายผ้าห้อยลงโดยติดไว้ด้านหน้าเวลาตรวจก็ตลบชายผ้าไว้บนหน้าท้อง  หมีแนะนำว่า ให้เปลี่ยนกระดุมเป็นใช้เวลโก้ติดแทนจะได้ไม่เจ็บ  ทีนี้ไม่รู้ว่าจะทำฝันให้เป็นจริงๆได้อย่างไร คือจะหากางเกงผ่าเป้า  มีผ้าปิดอย่างที่คิดได้ จากไหน หมีก็แนะนำว่าให้น้องที่ Supply ลองตัดให้สักตัวก็ได้  ขอบใจหมีจริง ๆ

                                เมื่อกลับจากหมีก็มาคุยกับสมาชิกในห้องส่งเสริม  บอกว่าจะส่งกางเกงตัวนี้เข้าประกวด CQI ของโรงพยาบาล  ตอนนั้นแอบตื่นเต้น ใจพอง ภูมิใจอยู่คนเดียว และบอกกับสมาชิกในห้องวาจะเรียกกางเกงตัวนี้ว่ากางเกงวิเศษ  (อย่าถามว่าทำไมตั้งชื่อแบบนี้ ไม่รู้!)  สำหรับชื่อภาษาอังกฤษ จุล เรียกว่า “Wonderful  throuser”  จากนั้นก็ช่วยกันตั้งสโลแกน  เพื่อเป็นจุดขาย สโลแกนก็อย่างที่บอกไว้แล้ว  เราเพียงนำมาเสนอให้สมาชิกทราบ ซึ่งทุกคนก็เห็นดีเห็นงามด้วย เป็นอย่างดี  ก็เลยบอกพี่นพให้ติดต่อน้องที่ Supply ตัดกางเกงวิเศษนี้มา 1 ตัว  เพื่อส่งเข้าประกวด CQI  ของโรงพยาบาล ลึก ๆ แล้วตั้งใจว่าอยากได้ข้อคิดเห็นจากคนที่มาร่วมงาน  วันที่จัดมหกรรม CQI นั้น ตัวเองไม่อยู่เพราะมาประชุมที่ กรุงเทพฯ  แต่ได้บอกให้ติ๋วเตรียมตัวเป็นคนเสนอผลงาน โดยได้ซักซ้อมความเข้าใจในสาระแล้ว โดยให้เน้น  Hight light ที่สโลแกนเปิดปุ๊บ เห็น PI ป้ายแป๊บ  ปิดปุ๊บการนำเสนอก็ด้วยการนำหุ่นที่ช่างตัดเสื้อผ้าใช้มาตกแต่งด้วยการสวมกางเกงวิเศษ ใส่เสื้อยืดสีชมพูของโรงพยาบาล  นำกระดาษที่มีสโลแกนติดอยู่มาทำเป็นสายสะพาย  นำรูปหน้าดารามาทำเป็นหน้าของหุ่นดูแล้วสะดุดตาดี  วันนั้นขณะขับรถมาประชุมถึงบริเวณฟิวเจอร์ปาร์ค  รังสิต  ติ๋วก็โทรหา  บอกด้วยเสียงตื่นเต้นว่า พี่โยคะ  ของเราได้ที่ 2 ได้รางวัล 1,000 บาท ค่ะฟังแล้วตื่นเต้นมาก  บอกขอบคุณน้อง และชมเชยผลการนำเสนอของเขา และบอกให้บริหารรางวัลไปเลย  รู้สึกดีใจ  และภูมิใจ  แทนสมาชิกทุกคนของส่งเสริม  ที่พวกเขาได้มีผลงานเป็นที่ยอมรับของคนในโรงพยาบาลที่คิดว่าฝ่ายส่งเสริมไม่มีงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                ตอนแรกที่คิดสร้างกางเกงวิเศษนี้และหลังจากส่งเข้าประกวด CQI ก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะนำไปใช้ได้จริงหรอกแต่ จุล หรือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จุลจราพร  สินศิริ  แห่งคณะพยาบาลบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ศูนย์รังสิต  ที่เป็นทั้งน้องและเพื่อนแท้  เพื่อนร่วมรุ่น  เรียนปริญญาโทมาด้วยกัน  ศิษย์สำนักเดียวกัน (Advisor คนเดียวกัน) คอยให้คำแนะนำกำลังใจกระตุ้นเตือนให้พัฒนาต่อโดยจุลเข้ามาช่วยอย่างเต็มที่  จึงได้กลับมาสอบถามติ๋ว  และสมาชิกส่งเสริมว่าได้รับ  Comment  อะไรบ้าง เขาว่าดีพี่  แต่ผ้าปิดกับกางเกงเราคนละสีให้เปลี่ยนเป็นสีเดียวกัน  โถนึกว่าจะ  Comment  เป้าแต่ไม่มี  หลังจากนั้นอีก  1  เดือน  โรงพยาบาลก็ส่งกางเกงวิเศษเข้าร่วมประกวดงานคุณภาพที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรีจัดขึ้น  งานนี้  มีบุคคลหลายสาขาเข้าร่วมงาน  เช่น  สูติแพทย์  แพทย์ทั่วไป  พยาบาลทุกฝ่ายในโรงพยาบาลทุกระดับ  งานนี้  กางเกงวิเศษไม่ได้รับรางวัลและกางเกงที่แขวนไว้บนบอร์ดมีคนเดินผ่านแล้วมองบ้างพอสมควร  ไม่ฮือฮา

                                กลับจากนำเสนอที่จังหวัด  จึงประสานให้ฝ่ายพัสดุช่วยตัดกางเกงวิเศษ  เหมือนตัวต้นแบบจำนวน  10  ตัว  แล้วนำไปไว้ที่ห้องPVวางคู่กับผ้าถุง  แล้วบอกสมาชิกส่งเสริมว่า  เมื่อไป  Pap smear ให้สตรีเลือกเองว่าจะใช้ผ้าถุงหรือกางเกง  ปรากฏว่า  9  ใน  10  เลือกกางเกงวิเศษ  1  คนที่เลือกผ้าถุงคือผู้สูงวัยที่ไม่ถนัดนุ่งกางเกง  จากนั้นจึงสั่งตัดเพิ่มอีก  10  ตัว  รวมเป็น  20  ตัว  ให้สตรีกลุ่มเป้าหมายที่มาทำ  Pap smear  สวมใส่  แล้วเริ่มเก็บความพึงพอใจต่อการใช้กางเกงวิเศษ  ไม่น่าชื่อ  1  สัปดาห์ต่อมาหลังจากตัดกางเกงเพิ่ม  น้องพยาบาลที่  OPD  ขอใช้กางเกงวิเศษ  กับคนไข้ที่มาตรวจภายใน  (PV)  และทำ   Pap smear  น้องบอกว่าหมอชอบ หนูก็ชอบ  ก็เลยลองไปคุยกับหมอที่เคยใช้กับคนไข้  หมอบอกว่า ดีมากเลยไม่โป๊หมอสงสารเขา  บางทีต้องรอหมอนานเลย  พอไปถามพยาบาล  พยาบาลก็บอกว่า ดีเราเป็นผู้หญิงก็อายนะ  นี่บางที่คนไข้ต้องรอนาน  มีผ้าปิดแบบนี้ก็ดีหมอมาเปิดแป๊บเดียวก็เสร็จ  เคยแอบเข้าไปดูหมอที่  PV  เอ่อ  !  ดูดีขึ้นเยอะเลยไม่เห็นขา  คนไข้ก็ไม่หนีบขาดูราบรื่นมาก ๆ  จุลกับอ้อช่วยกันวิเคราะห์ความพึงพอใจให้  สรุปผลการประเมินความพึงพอใจตั้งแต่เริ่มใช้  คือ  เดือนมกราคม  2550  ถึง  เดือนเมษายน  2550  รวม  100  ราย  ความพึงพอใจมากถึงร้อยละ 90 โดยเฉพาะด้านความเป็นส่วนตัวไม่เปิดเผยร่างกายพึงพอใจถึงร้อยละ 93  เชียว

                                เมื่อเริ่มนำกางเกงวิเศษมาใช้ที่  OPD  ติ๋วมักจะมาบอกเรื่อย   ว่าคนที่นุ่งกางเกงชอบมาก  และตัวติ๋วเองก็รู้สึกว่าตรวจง่ายขึ้นเพราะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี  ไม่คอยหนีบหรือเกรงขาแล้ว  แต่ถึงแม้จะมีกางเกงวิเศษแล้ว  กลุ่มเป้าหมายก็ยังมาน้อยอยู่ดี  ก็เลยคิดว่าน่าจะเอาไปให้เขาดู  เวลาไปชวนใครมาทำ  Pap  จากนั้นก็นำพาไปให้กลุ่มเป้าหมายในชุมชนดู  แรก   เขาก็คิดว่าเราพูดเล่น  แต่พอเห็นท่าทางจริงจังพร้อมหยิบกางเกงออกมาให้ดู  และอธิบายสรรพคุณให้ฟังเขาก็สนใจเข้ามาดู  บางคนก็เอามือแหวกเป้ากางเกงดูแล้วหัวเราะทำท่าเหมือนจักจี้มือแฮะ  วันนั้นไปตามที่หมู่  8 อีก พอดีเจอคนที่เคยใช้เขาก็เลยช่วยประชาสัมพันธ์คุณภาพของกางเกงด้วย  แถมลองสวมให้ดูแล้วนั่งลงแหวกเป้าให้เพื่อน   ดู  (ช่วยเต็มที่)  คนมายื่นหน้าดูแล้วก็หัวเราะเสียงดังเชียว  ถ้าถามว่ากางเกงช่วยให้เป้าหมายเพิ่มไหม  ตอบว่า ไม่แน่ใจ  เพราะเพิ่งนำมาใช้  แต่รู้สึกว่า  เขาตัดสินใจมาทำง่ายขึ้น  ลองเทียบผลงานของเดือนพฤษภาคม  2550  กับ  เดือนพฤษภาคม 2551  ดูเหมือนผลงานเพิ่มขึ้นประมาณ  10  เปอร์เซ็นต์  ตอนนี้ไปไหน   ชาวส่งเสริมก็จะพูดกันแต่กางเกงวิเศษทำไมหรือ?  ก็ดีใจภูมิใจ  และเอาไปใช้ในการเชิญชวนมาทำ  Pap<