เท่าที่ผมพอจะจำได้นะ  วันที่  ประชุมวางยุทธ ฯ  แบบ Open space   ที่ สวนสามพราน   เพราะ มี หลายวงเล่าเร้าพลัง  

  • นพ ประเวศ วะสี  ท่านพูดเรื่อง  "จินตนาการ"  เป็นสิ่งสำคัญ 

... ผม ตีความ เอาเองว่า ท่าน คงหมายถึง  คนไทยจินตนาการไม่ออกว่า คนดีเป็นอย่างไร  จะทำดียังไงด้วยซ้ำ     

ผมเสริมเรื่อง เจ้้าของฟาร์มโชคชัย  ที่ เน้น "คิดอย่างเด็ก ทำอย่างผู้ใหญ่"   คือ  มีจินตนาการ 

อาจารย์หมอ ก็บอกว่า  ให้นึกถึง คำพูด ของ Eistein (ไอสไตน์) ว่า Imagination เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ

ผู้ใหญ่  จินตนาการหายไปนานแล้ว   คนไทยเข้าใจผิดคิดว่า จินตนาการ คือ เพ้อฝัน มั่ว  ไม่มีจริง   ดังนั้น จึง ทำลายฝันของเด็กๆ

  • วงที่ผม เป็น note taker ...  เราพูดกันถึง Human mapping     ทำกันระดับตำบลได้ยิ่งดี  
  • พูดกันถึง "คุณลักษณะความดี" .....  ของคนไทย    ซึ่ง มีได้หลายๆๆแบบ   คงยากจะมีในคนๆเดียว
  • พูดกันถึง  "ระบบการศึกษา"    ที่ไม่เอื้อ  ให้ คนได้มีโอกาสทำความดี   ไม่เปิดโอกาสให้เด็กมีความสุข   การศึกษาที่แย่งความรักจากครอบครัว ...    การทำ Home University     
  • พูดถึง  งาน HRD ที่  ยังกำหนด  แต่ ปริญญา สถาบัน เกรด    โดยไม่รู้  วิธี ที่ จะ "คัดเลือก"  คนดี   และ  การทำให้คนเป็นคนดี หลังจากรับมาแล้ว   รวมถึงการรักษาคนดีให้อยู่ต่อไปได้ในองค์กร ....    ผมเสริมว่า   "วันสัมภาษณ์งาน เป็นวันที่ คนเราโกหกได้มากที่สุดในชีวิต"     
  • สื่อมวลชน :   มีบทบาทมากที่สุด    ในการนำเสนอ      เรื่ีองดีมีมากมาย แต่ ชอบเอาเรื่องไม่ดีมาเผยแผ่  ....      จะทำอย่างไร ให้ ผู้บริหาร  ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการสื่อ ทราบว่า ยุคนี้ สมัยนี้   สื่อ เป็นตัวการหลัก ในการขับเคลื่อน  "ความดี" ได้พอๆ กับ "ความเลว"    "ความสุข ได้พอๆกับความทุกข์"  ...    เรามี รายการดีๆ เพื่อ ขับเคลื่อนสังคมหัวใจมนุษย์   น้อยมากๆ    มีแต่ จะขับเคลื่อน กิเลส  หัวใจเอาเปรียบ  หัวใจค้ากำไร  ฯลฯ     ....  ในความเห็นของผม   สื่อไทย  น่าจะเข้าขั้น "โคม่า"แล้ว  คือ มองไม่เห็นบทบาทของตนเองไปแล้ว
  •  การขับเคลื่อน  หัวใจมนุษย์ในสังคม  คงต้องใช้ "ศิลปะ" (Art) ให้มากๆ   คนทำงานด้าน สาธารณสุข  นักวิชาการ   เป็นพวก แข็งๆ   เรียนมาหนักๆ ทั้งนั้น  พูดจา ภาษาคนวงการเดียวกันยังงงเลย คนนอกวงการฟังแล้วเอ๋อ  .....    คงต้องอาศัย "ศิลปิน" ต่างๆ   มาช่วยงาน  ของ  สช  และ องค์กรภาคี เครือข่าย     อาจจะเป็น ศิลปินประจำท้องถิ่น  เพราะ จะสื่อกันได้ง่ายกว่า  จาก เหมาโหล ไปจากส่วนกลาง
  • เรา คงต้อง Dialogue กับ กลุ่มต่างๆ ภาคีต่างๆ  ให้มากขึ้น    การสอน Dialogue สอนตรงๆไม่ได้  ต้อง เนียนๆไปแบบนี้เอง
  • ฯลฯ

จากนี้ไป  ผมคิดเอง  นอกกลุ่ม :-

แนวคิดของผม ในการทำ เรื่อง ความสุขแห่งชาติ

ผมว่า หาก คนในวงการ สาธารณสุข  คนราชการ ยัง ไม่รู้จัก "สุขอยู่กับงาน"    คงเละตุ้มเปะ

ผมเชื่อว่า หน่วยงานเล็กๆ   หยดน้ำหลายๆหยดมาเป็นแม่น้ำใหญ่    คือ  พัฒนาจิตใจระดับบุคลให้ได้มากๆก่อน ทั้งนาย ทั้งลูกน้อง      อะไร ๆ ก็คงจะดีขึ้น

การทำ dialogue สำคัญมากๆ   คงต้องแนะนำให้ ฝึกกันให้มากๆ 

คนดี คนฉลาด ในราชการ มีเยอะมากๆ  แต่ โดนกดเอาไว้    สังคมไม่ค่อยจะชื่นชมราชการดีๆ

เอาแต่ด่า ว่า งานราชการห่วย  แต่ ผมมองว่า  ถ้าไม่มีคนดีๆ กลุ่มนี้ในราชการ  มันจะห่วยไปกว่าที่เห็นอีก  คนดีๆ กลุ่มนี้  เป็น ไม้จิ้มฟัน ที่กำลังยันท่อนซุงเอาไว้อยู่ 

ลองดูสัดส่วน % ที่ สื่อนำเสนอ   เป็นเรื่อง  กระตุ้นให้ทำความดีกี่ %   

สื่อ ยังไม่เข้าใจตนเอง   ใครมีเพื่อนในวงการสื่อ  ช่วยกระตุ้นเขาหน่อยเอาบุญ    ทำสื่อแบบร้ายๆเนี่ย  ลงนรกได้แน่นอน  กรรมมาถึงตัวแน่ๆ  

สื่อ เป็นผู้ด้อยโอกาสทางการเรียนรู้มาก   ทั้งเจ้าของสื่อ  คนทำสื่อ คนใช้สื่อ นายทุน สัปทาน ฯลฯ  เป็น ครูคนใหม่ เป็น role model ของเยาวชน    เป็นตัวแปร ที่สำคัญมากๆ

การ rating ต่างๆ  ใช้หลักการ   สนุก ชอบดู   ก็ ตกเป็นเหยื่อกิเลสแน่ๆ   ....

ตราบใด  บริษัทห้างร้านไทย  นักการตลาด ฯลณ  เอา rating เป็นตัวตั้ง ในการ ทำโฆษณา  .. บ้านเมืองพังแน่ๆ   เป็นแนวคิดแบบ Reactive มากๆ  (เห็นแก่ตัว และ โปราณ ตกยุค)  ...  ถ้าจะสร้างสรร   ความดี ความสุข   คงต้อง คิดแบบ Proactive ไม่ต้อง สนใจ rating  ได้ไหม ...  

กรรมมีจริงนะครับ    สื่อทำอะไรไว้ มันจะสะท้อน กลับมาหา  ชีวิตของสื่อ   ครอบครัวของสื่อ  ชุมชนของสื่อเอง  ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ...