หัวหน้างานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและมีพลังในการขับเคลื่อนงานขององค์กร ต้องรู้จักตนเอง ว่าควรวางตัวในตำแหน่งทางการทำงาน และสังคมอย่างไร และต้องมีวิธีการจูงใจที่ถูกต้อง ซึ่ง จะทำให้ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มใจของลูกน้องเพื่อให้ได้งานที่ดีกว่า เกิดความสามัคคี และบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์อย่างได้ประสิทธิผล ทุกท่านครับตามผมมาดูกันว่าอะไรบ้างที่เป็นตัวตรวจสอบประเมินเพื่อแสดงถึง การมีวิธีการจูงใจที่ดีแล้วหรือยังไม่ดีพอสำหรับหัวหน้างาน ดังต่อไปนี้
(...) 1. ยอมรับฝีมือของลูกน้องที่มีผลงงานดี ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือทำเป็นตัวหนังสือก็ตาม
(...) 2. ย้ำความปลอดภัยในฐานะหัวหน้างาน คุณต้องเป็นตัวแทนองค์กรที่ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงานต้องมาเป็นอันดับแรก
(...) 3. ยอมรับความคิดเห็นที่ดีจากลูกน้องเสมอ แต่ติดตามความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิด เพื่อการทำงานที่ดีดีกว่า
(...) 4. สร้างบรรยากาศในการทำงานให้ดี มีการจัดระเบียบสถานที่ทำงานให้สะอาดเหมาะสม เรียบร้อยเสมอ
(...) 5. มีการประชุมปรึกษา เรื่องการมอบหมายงานอย่างสม่ำเสมอ โดยลูกน้องต้องสามารถมีส่วนร่วมได้ในการรับมอบหมายงานที่เกี่ยวข้องในงานของ ตนได้
(...) 6. เมื่อลูกน้องมีคำร้องทุกข์มาถึง อย่านิ่งนอนใจหรือเลื่อนเวลาในการพิจารณาออกไปเพราะจะทำให้ลูกน้องเสียกำลังใจ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในงานจะลดลงให้ดำเนินการพิจารณาและหาทางแก้ไขในทันที
(...) 7. ปฏิบัติกับลูกน้องทุกคนอย่างยุติธรรม การที่คุณโปรดปราณลูกน้องคนหนึ่ง หรือกลุ่มหนึ่ง กลุ่มใดเป็นพิเศษ จะเป็นการทำลายเครือข่ายพลังในหมู่ของลูกน้อง และจะนำไปสู่ความล้มเหลวและเสียหายของงานได้
(...) 8. วางตนเป็นตัวอย่างในทุกเรื่องที่คุณทำ คุณต้องระลึกอยู่เสมอว่า ลูกน้องสามารถนำการกระทำของคุณไปนินทาได้เสมอ และในทุกรูปแบบ การปฏิบัติตนที่เหมาะสมเท่าใดของคุณก็จะมีอิทธิพลต่อลูกน้องมากขึ้นด้วย
(...) 9. จดบันทึก “ สิ่งที่คุณต้องทำในวันนี้ ” อย่างเป็นระบบ และพยายามจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังให้เหมาะสม ปฏิบัติได้จริง หากไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ต้องทบทวน และมีคำตอบในวันรุ่งขึ้น
(...) 10. ทิ้งศักดินาก้าวเข้าหาลูกน้อง ทักทาย คุณในฐานะหัวหน้างานควรเริ่มต้นในการทักทายก่อนอย่างมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
(...) 11. สิ่งใดที่ลูกน้องของคุณทำได้ คุณต้องพร้อมที่จะร่วมทำ หรือทำได้อย่างเทียบเท่าหรือให้ดีกว่าทุกเรื่อง
(...) 12. สร้างสรรค์ให้เกิดทัศนะคติในทางบวก โดยการที่คุณชื่นชมในผลงานของคุณ ทั้งองค์กร และลูกน้อง
เท่าที่ได้นำเสนอกับทุกท่านในข้างต้น จะพบว่า หัวหน้างานที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะนั้น “ ต้องเก่งงาน และเก่งคน ” นั่นคือต้องมีความรอบรู้ในงาน มีสติ เป็นมิตร ยุติธรรม และทันคน โดยต้องหลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่จริงใจจากลูกน้อง เช่น “ ใช่ครับพี่ ดีครับท่าน ทันครับผม เหมาะสมครับเจ้านาย “ ถามตัวคุณเองว่ายังอยากได้ยินคำพูดอย่างนี้จากลูกน้องของคุณอีกหรือเปล่า?
ในตอนท้ายนี้ขอฝากกลอนเตือนใจหัวหน้างานที่ได้มาจากการ Forward E-Mail มาน่าสนใจมาก ดังนี้
“ เร็วก็หาว่าล้ำหน้า ช้าก็ว่าอืดอาด
โง่ก็ถูกตวาด พอฉลาดก็ถูกระแวง
ทำก่อนบอกไม่ได้สั่ง
ครั้นทำที่หลังบอกไม่รู้จักคิด “
หัวหน้างานที่เก่งแบบนี้ไม่มีใครกล้าที่จะว่าหรอกนะคะ
เห็นด้วยกับน้องทิพค่ะ
เห็ยด้วยกับพี่mommamค่ะ
ถ้าหัวหน้างานสามารถทำได้ครบทั้ง 12ข้อแล้วก็นับว่าเป็นหัวงานที่เก่งทั้งงานและเก่งทั้งคนค่ะ
ขอบคุณทุกๆคน..มากๆนะกั๊บ....ที่เห็นด้วยตามๆกันมา....
“ เร็วก็หาว่าล้ำหน้า ช้าก็ว่าอืดอาด
โง่ก็ถูกตวาด พอฉลาดก็ถูกระแวง
ทำก่อนบอกไม่ได้สั่ง
ครั้นทำที่หลังบอกไม่รู้จักคิด “
ไม่ความความดีถ้าไม่พอใจกัน ทำเลวก็ว่าดีถ้ารักกัน
ท่านพี่จเร...จบเอกภาษาไทยมาใช่มั๊ยกั๊บ...ลูกเล่นแพรวพราวจริงๆ...ขอบคุณกั๊บที่แวะเข้ามา เอาคำแทงใจดีๆมาฝากกัน...เจี๊ยกๆ