"คนเรานี่ ต้องมีความกล้าหรือต้องมีแรงบันดาลใจมากแค่ไหน ถึงจะยอมก้าวออกมาจากความคุ้นเคยเดิมๆ กล้าไปอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย กล้าเพื่อจะทำในสิ่งใหม่" ความคิดนี้เกิดขึ้นและเฝ้ารบกวนจิตใจฉันมาตลอด..หลังจากฉันก้าวออกจากห้องประชุม เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมหนึ่ง เราประชุมกันว่าจะพัฒนางาน (..สักอย่างนึง..) ให้กับคนในองค์กรเราอย่างไร วันนี้ฉันได้รับรู้ความจริงที่เป็นอยู่อย่างหนึ่งว่า..คนส่วนหนึ่ง (มากพอดู) ไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะ ไม่แน่ใจ กลัวทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ไม่รู้จะทำยังไง คำตอบส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น แต่ฉันเห็นแววตาที่ซ่อนอยู่ในนั้น เหมือนกับจะบอกฉันว่า งานที่มีอยู่ก็ลำบากพอแล้ว จะทำหาเรื่องทำให้ลำบากเพิ่มอีกทำไม ฉันแทบจะนึกไม่ออกเลยว่า เราจะทำงานด้านการพัฒนาอะไรก็ตามได้อย่างไรหากเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยน ไม่กล้าที่จะก้าวออกมาจากสิ่งที่เราทำเป็นประจำ สิ่งที่เราทำจนเป็นความคุ้นเคย “ไม่ทำอะไร ก็อยู่ได้..ไม่ได้เดือดร้อน แล้วจะทำทำไม” แน่นอนว่าการจะทำอะไรสักอย่างที่เราไม่คุ้นเคย ย่อมก่อให้เกิดความไม่มั่นคง ไม่แน่ใจว่าสิ่งใหม่ที่กำลังจะเผชิญจะทำให้ “ความสบายลดลง” และ “ความลำบากเพิ่มขึ้น” หรือเปล่า บางเรื่องในชีวิตเรา..เราก็อยากจะเปลี่ยน หากรู้สึกว่า สิ่งที่เป็นอยู่ทำให้เราแย่ หมดศรัทธาในตัวเอง ครอบครัวไม่มีความสุข เราเป็นทุกข์ เรื่องเหล่านี้เข้าใจได้ไม่ยากถึงเหตุผลเพราะ สิ่งที่เราตัดสินใจทำเป็นการทำเพื่อ “ตัวเรา” “ของของเรา” "คนของเรา".....ทำเพื่อตัวเอง แต่หากเป็นเรื่องที่เราทำให้ส่วนรวม หรือคนอื่นที่อยู่ในวงที่นอกจาก ของของเรา คนของเรา อะไรที่เป็นของเรา นั่นคงต้องอาศัยความกล้าหาญมากทีเดียว ยิ่งหากสิ่งที่จะต้องทำนั้น ทำเพื่อคนอื่นแล้วทำให้ตัวเราลำบากมากขึ้นหรือสบายน้อยลง มันเป็นสัจธรรมของความเป็นไปของโลกหรือ... ฉันยังสับสนกับการสนทนาในประเด็นนี้กับตัวเองเหลือเกิน มนุษย์เรา ย่อมทำเพื่อตัวเอง คนที่เรารัก เพื่อสิ่งที่เป็นของของตัวเองเท่านั้นหรือ อะไรกันหนอที่จะทำให้พวกเขากล้าที่จะลุกขึ้นมาทำเพื่อคนอื่น กล้าที่จะเดินออกจากความคุ้นเคย เพื่อเปลี่ยนแปลงทำสิ่งใหม่เพื่อคนอื่น ฉันอยากเจอคนกล้าหาญ...ฉันควรจะไปตามหาขาเหล่านั้นที่ไหนดี..
ปัจจุบันคนกล้าทำความดีี้น้อยลง เพราะเห็นผลยาก
บางครั้ง เจ้าหลุมดำในใจเรา ก็ทำให้เราไม่กล้า
ขอบคุณ คุณ rittichai และคุณ small man~natadee มากค่ะ ที่แวะเข้ามาอ่านบันทึก
เห็นด้วยค่ะ ที่คนเรามีความกล้าน้อยลง เราต่างวุ่นวายกับเรื่องภายนอกมากมายเหลือเกิน จนทำให้ไม่มีเวลาสำรวจตรวจสอบหลุมดำในใจ ไม่เคยมองเห็นและ ทำความเข้าใจเจ้าหลุมดำนั้นอย่างใคร่ครวญ เราเลยไม่สามารถจัดการกับเจ้าหลุมดำนี้ได้สักที
คงจะดี..หากคนเรากล้าที่จะเปลี่ยน
เปลี่ยนแปลงสิ่งเดิม ๆ ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่..
พอดีได้แวะเข้ามาอ่าน ตอนนี้ตัวข้าพเจ้าเองก็เจอเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องงาน หรือองค์กร ในบางเรื่องบางคนไม่กล้า เพราะกลัวสิ่งต่าง ๆ จะเกิดขึ้นตามมากับตัวเอง แต่หากยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแล้วไซร์ มันต้องทำได้ ขอให้มีพลังใจอันแรงกล้า และอย่าท้อหรือถอดใจก่อน หากสิ่งที่เรากำลังจะทำเรามีความเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะให้กับองค์กร
ขอบคุณสำหรับคำสนับสนุนของคุณ nina ค่ะ พลังที่ได้นอกจากมาจากภายในเราแล้ว ยังต้องการพลังของเพื่อนร่วมองค์กรอีกด้วยค่ะ สัปดาห์หน้า จะมีประชุม(อีกแล้ว) ... ไม่รู้ว่าคราวนี้จะได้สัมผัสพลังจากผู้คนที่ร่วมแรงใจกัน หรือว่าเราต้องเดินไปเพียงลำพังอีก..แล้วหนอ...