หมู่บ้านของใคร ใครก็รัก รึป่าว

มีโอกาสเดินทางไปร่วมสำรวจหมู่บ้านท่องเที่ยวแถวๆ ภาคอีสาน และได้แวะเวียนแหล่งท่องเที่ยวหลายต่อหลายแห่ง  อยากจะแชร์ประสบการณ์

หมู่บ้านหลายหมู่บ้าน มีศักยภาพความพร้อมเรื่องทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว  หากแต่ คนที่จะเป็นผู้ทำหรือผู้นำ กลับมีเพียงหยิบมือเดียว  ซ้ำร้ายกว่านั้น องค์กรท้องถิ่นที่เป็นภาครัฐกลับแทบไม่มีบทบาทในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เท่าที่ควร  คุยกับคนทำ บางคนยังสะท้อนว่า ถูกมองว่าอยากเด่นอยากดัง...

แต่กระนั้น หลายต่อหลายหมู่บ้านพิสูจน์ให้เห็นว่า หากร่วมมือกัน ก็ทำได้ จากที่ไม่มีอะไร ก็สร้างเรื่องราว สร้างตำนาน เอาสิ่งที่เป็นคำบอกเล่ารุ่นต่อรุ่น มาบันทึกและนำเสนอ ของธรรมดาๆ ก็กลายเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวได้

ปัญหา  ภาครัฐมักมองอย่างภาครัฐ ลงทุนเฉพาะแต่สิ่งปลูกสร้าง ขณะที่คนท้องถิ่นก็ขาดความรู้ที่จะบริหารจัดการขยายต่อทางการตลาด ไม่รู้ว่า ทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว เกิดกิจกรรมที่จะ "ก่อรายได้" ขึ้นในท้องถิ่น  เราจึงเห็นแหล่งท่องเที่ยวหลายต่อหลายแห่ง ทรุดโทรม เงียบ และเหงา  เมื่อถูกทิ้งร้างปล่อยตามยถากรรม ผู้มาทีหลังจึงไม่อาจมองเห็นความสวยงามและเกิดความประทับใจกับแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ได้  เมื่อไม่ประทับใจ ก็ไม่อยากมาซ้ำ ไม่อยากบอกต่อ รึหากบอกต่อก็อาจกลายเป็นคำว่า "ไม่เห็นมีอะไรเลย"  "อย่าไปเลย"  "ลองไปดูก็รู้เอง" 

แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมระยะยาวส่วนใหญ่จึงเกิดจากฝีมือและการลงทุนของเอกชน ขณะที่ภาครัฐก็มักจะเน้นแต่แหล่งท่องเที่ยวที่ถึงระดับ  ไม่ค่อยอยากจะยกระดับของสิ่งที่มีอยู่เดิม  แหล่งท่องเที่ยวหลายต่อหลายแห่งจึงถูกพัฒนาอย่างดีในระยะเริ่มต้น เมื่อหากินกันระยะหนึ่งแล้วก็เฉดหัวทิ้ง 

จึงน่าจะตั้งคำถามว่า ขณะที่เราพยายามเน้นเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศ ไทยเที่ยวไทย ในขณะนี้ แม้ ททท. จะพยายามแทบตายในการเชิญใครต่อใครมาเที่ยวได้ แต่หากเค้ามาแล้วไม่ประทับใจ เค้าจะมาอีกเหรอ   

การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานแม้เป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ต้องไม่ลืมการลงทุนด้านความรู้ควบคู่ไปด้วย  ถ้าให้หมู่บ้านเป็นบริษัทๆหนึ่ง มีสินค้าอยู่แล้ว แต่ไม่รู้จะขายอย่างไร ไม่รู้ว่าลูกค้าตนคือใคร แล้วบริษัทจะมีผลกำไรได้อย่างไร

มีคำพูดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ผู้เคยได้ยินและระลึกถึงเสมอจาก อ.กมล  รัตนวิระกุล ท่านว่า 

1. "ท่านได้เปรียบคนอื่นอยู่แล้วที่มีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่  ไม่ต้องลงทุนสร้างเพิ่ม ทำอย่างไร ท่านจึงจะบริหารมัน(แหล่งท่องเที่ยว)ให้สามารถสร้างรายได้แก่ชุมชนของท่าน ให้เกิดการหมุนเวียนของเงินได้"

2.  "นักท่องเที่ยวมาเที่ยว ยิ่งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวนาน ยิ่งจ่ายเยอะ" 

3.  "นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเที่ยว พร้อมที่จะจ่ายซื้อของฝากของที่ระลึกกันทั่งนั้น จึงให้มองหาวิธีการที่จะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความเต็มใจ ไม่รู้สึกว่าถูกบังคับให้ต้องจ่ายเงิน ให้ได้"

(ประมาณนี้มั๊ง หากคลาดเคลื่อนต้องขออภัยท่านอาจารย์ด้วยครับ)

ไม่อยากเรียกร้องให้ภาครัฐต้องลงทุนเพิ่มหรอก  แต่อยากขอให้ท่านๆ ทุกคนที่มีแหล่งท่องเที่ยวอยู่ในมือในพื้นที่ถิ่นของตน  ลองมองคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยวของตน คุยกันเล่นๆ บ่อยๆ ว่าจะทำอย่างไรเราจะหาเงินจากสิ่งที่เรามีได้ ความคิดดีๆ น่าจะทยอยออกมา

ไม่จำเป็นต้องเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ระดับชาติ   แค่ทุกคนในท้องถิ่นอยากมานั่ง มาเดิน มาพักผ่อนในบริเวณนั้นก็พอครับ