คุยกับ ธกส.ลำปาง

  ติดต่อ

  สำหรับการทำงาน เราจะพบคนอยู่ 3 ประเภท คือ 1.คนที่มีความตั้งใจ 2.คนที่ทำงานครึ่งๆกลางๆ 3.คนที่ไม่ทำอะไรเลยหรือไม่เอาอะไรเลย   

      ความตั้งใจ (จริงๆ) ของการเขียนบันทึกในวันนี้  คือ  การเล่าบรรยากาศและเรื่องราวของการประชุมเครือข่ายฯสัญจร  ครั้งที่ 3/2549  แต่ก็ต้องเปลี่ยนความตั้งใจ  เพราะ  หาเอกสารบางชิ้นไม่พบ  ครั้นเอาสมุดบันทึกมาเปิดดู  เปิดไปเปิดมาก็เห็นบันทึกของตัวเองเมื่อครั้งที่ไปคุยกับผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขาจังหวัดลำปาง  เมื่อเช็คดูแล้วปรากฏว่ายังไม่ได้เขียนเล่าให้ฟังเลยค่ะ  วันนี้ก็เลยถือโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้ฟังก็แล้วกันนะคะ

      ผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์เดินทางไปที่ ธกส. สาขาจังหวัดลำปางในช่วงเช้า  เวลาประมาณ   09.00 น.  ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2549  เราได้มีโอกาสพบกับผู้จัดการสาขา  ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 30-45 นาที มีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้ค่ะ

      ท่านผู้จัดการได้บอกกับผู้วิจัยและอาจารย์พิมพ์ว่า  ความจริงเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมได้เคยไปทาบทามกลุ่มนาก่วมใต้ (องค์กรออมทรัพย์ชุมชนนาก่วมใต้) ให้มาเปิดบัญชีกับธนาคารแล้ว  แต่ได้รับการปฏิเสธ  โดยทางกลุ่มได้ให้เหตุผลว่าได้เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารออมสินแล้ว  ทาง ธกส. จึงถอยออกมา  เพราะ 

      1.ไม่ต้องการแย่งลูกค้ากับทางธนาคารออมสิน   

      2.ไม่ต้องการเพิ่มภาระให้กับลูกค้า 

      ท่านผู้จัดการได้บอกว่า  ถ้าต้องการที่จะเชื่อมประสานกับทาง ธกส.  น่าจะมาเปิดบัญชีที่ ธกส.  ถ้ามีการมาเปิดบัญชีกับ ธกส.  ทาง ธกส. ก็จะเข้าไปช่วยในเรื่องให้ความรู้เกี่ยวกับระบบการทำบัญชี  รวมทั้งความรู้ในเรื่องอื่นๆด้วย   แต่เมื่อไม่ได้เปิดบัญชีกับทาง ธกส. จึงทำให้ ธกส. ต้องไปดูแลลูกค้าของ ธกส. ก่อน  ซึ่งในขณะนี้ ธกส. สาขาจังหวัดลำปางมีลูกค้าเป็นจำนวนมาก (แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสมาชิกหรือไม่มีเงินฝากกับทาง ธกส.  องค์กรชุมชนก็สามารถเข้ามาขอความร่วมมือในการให้ ธกส. เข้าไปให้ความรู้ในเรื่องต่างๆได้) 

       นอกจากนี้แล้วท่านผู้จัดการยังได้บอกอีกว่า  พัฒนาการของธนาคารออมสินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) นั้นไม่เหมือนกัน  กล่าวคือ  ในกรณีของธนาคารออมสินนั้น  จุดเริ่มต้นมุ่งไปที่การออม  ในขณะที่ ธกส.  จุดเริ่มต้นเน้นไปที่การให้กู้ยืมเงิน  แต่ถ้าพิจารณาเฉพาะในปัจจุบันก็จะเห็นว่าทั้งธนาคารออมสิน  และ  ธกส.  จะมีทั้งการให้บริการเงินฝากและเงินกู้ที่เหมือนกัน  ดังนั้น  จึงกล่าวได้ว่าการเจริญเติบโตของทั้ง 2 ธนาคารจะมีความแตกต่างกัน  เนื่องจาก ธกส.  เติบโตขึ้นมาจากการให้กู้  ขณะที่ธนาคารออมสินเติบโตขึ้นมาจากการออม  อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ธนาคารนี้ก็ทำงานร่วมกันหลายอย่าง  เช่น 

      1.โครงการ 3 ประสาน  คือ  เป็นการร่วมมือกันทำงานในเรื่องการให้กู้ยืมเงินระหว่างสถาบันการเงิน 3 แห่ง  คือ  ธนาคารออมสิน , ธกส. , SMEs. 

      2.กองทุนหมู่บ้าน  ความจริงแล้วเป็นภาระหน้าที่หลักของธนาคารออมสิน  แต่ในบางพื้นที่ไม่มีธนาคารออมสิน  ทาง ธกส.  ก็จะช่วยรับผิดชอบในพื้นที่เหล่านั้นไป 

      3.การแก้ไขปัญหาความยากจน  เป็นความร่วมมือของสถาบันการเงิน 4 แห่ง  คือ  ธนาคารกรุงไทย , ธนาคารออมสิน , ธกส. , ธนาคารอาคารสงเคราะห์  โดยมีประเด็นในการทำงานอยู่     7 ประเด็น  หากมีผู้ยื่นความจำนงค์ขอกู้ยืมเงินในประเด็นใดที่ธนาคารใดรับผิดชอบอยู่  ธนาคารนั้นก็จะต้องพิจารณาให้ความช่วยเหลือ

      สำหรับลูกค้า (ผู้กู้ยืมเงิน) ของ ธกส.  จะต้องเป็นเกษตรกรเท่านั้น  ส่วนเงินฝาก  ใครจะเป็นลูกค้าก็ได้ไม่จำกัดอาชีพ  ในกรณีของผู้ที่ต้องการเป็นลูกค้าของ ธกส.  ต้องเข้าไปสมทบกับกลุ่มของ ธกส. ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่   แต่สำหรับกรณีที่เป็นโครงการขอกู้ยืมเงินขนาดใหญ่  ลูกค้าสามารถแยกออกมาได้  อย่างไรก็ตาม  ในขณะนี้ผู้ที่อยู่นอกภาคการเกษตรก็สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกของ ธกส. ได้  มีการเปิดรับลูกค้าวิสาหกิจชุมชน  ซึ่งต้องมีการรวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

      ช่วงท้ายของการสนทนา  ท่านผู้จัดการได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์กรชุมชนและการทำงานกับองค์กรชุมชนไว้อย่างสั้นๆ  แต่น่าสนใจ  กล่าวคือ

       ในส่วนของผู้นำ  พบว่า  ธรรมชาติของผู้นำอย่างไม่เป็นทางการ  จะสวมหมวกหลายใบ  มีหลายบทบาทหน้าที่

       สำหรับการทำงาน  เราจะพบคนอยู่ 3 ประเภท  คือ

      1.คนที่มีความตั้งใจ

      2.คนที่ทำงานครึ่งๆกลางๆ

     3.คนที่ไม่ทำอะไรเลยหรือไม่เอาอะไรเลย

     สำหรับผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์ขอจองเป็นคนทำงานประเภทแรกก็แล้วกันนะคะ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน lampang_network

หมายเลขบันทึก: 23026, เขียน: , แก้ไข, 2012-05-11 15:44:50+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 32, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #uncategorized

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (0)