นวัตกรรมในงาน HR (Innovative HR)
|
นวัตกรรมในงาน HR (Innovative HR)
|
|
|
|
Innovative HR ในความหมายของผมก็คือนัก HR หรือคนที่ทำงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource ที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า HR) ที่สามารถคิดและทำสิ่งใหม่ขึ้นมาใช้ในงาน โดยสิ่งใหม่นั้นสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน เพื่อนำไปแก้ไขปัญหางาน HR ของตนเองได้
ผมขอยกตัวอย่างแนวทางการสร้างนวัตกรรมในงาน HR โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 : นวัตกรรมด้านการสรรหาและคัดเลือก (Innovative Recruitment & Selection) เช่น - การสรรหาพนักงานใหม่โดยพนักงานปัจจุบัน (Internal Head Hunter) ทดแทนการใช้บริการ External Head Hunter เพราะคนในองค์กรเองรู้จักและเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างดี และสามารถ screen คุณสมบัติเบื้องต้นได้ ที่สำคัญจะประหยัดค่าจ้าง Head Hunter จากภายนอกไปได้เยอะ แต่ก็ควรจัดระบบการจ่ายค่าตอบแทนในการสรรหา เพื่อเป็นการกระตุ้นแรงจูงใจให้คนในองค์กรช่วยหาคนมาสมัครงานมากขึ้น อาจทำได้โดยให้พนักงานแต่ละคนแนะนำเพื่อนๆ หรือคนรู้จักที่มีทัศนคติ แนวคิด หรือวิธีการทำงานที่สอดคล้องกับองค์กรของเขามาสมัครงาน และหากผ่านการคัดเลือกจาก HR และ Line Manager แล้วพนักงานผู้แนะนำก็จะได้ค่าตอบแทน ซึ่งค่าตอบแทนจะเป็นในรูปของตัวเงิน หรือไม่ใช่เงินก็ได้ แต่ควรเป็นสิ่งที่มีมูลค่าพอสมควร เพราะเราได้ประหยัดงบประมาณไปแล้วจากการที่ไม่ต้องจ้าง Head Hunter ภายนอก - การคัดเลือกขั้นสุดท้าย โดยทั่วไปมักจะให้หัวหน้า หรือ Line Manager เป็นคนตัดสินใจ แต่ถ้าจะคิดให้แตก ทำให้ต่าง ทำไมเราไม่ให้เพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้องในอนาคตของผู้สมัครรายนั้นได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วย เพราะในที่สุดแล้ว เขาก็จะต้องทำงานร่วมกัน หากไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ ก็อาจจะใช้การคัดเลือกโดยให้ผู้สมัครไปลองทำงานในสถานที่จริง สภาพแวดล้อมจริง เพื่อนร่วมงานใหม่จริง ๆ แล้วให้คนเหล่านั้นมีส่วนร่วมช่วยกันประเมินคัดเลือกขั้นสุดท้าย - สร้างเครือข่าย (Networking) กับอดีตพนักงานที่เกษียณอายุไปแล้ว โดยจัดให้มีการพบปะเป็นครั้งคราว โดยอาจจะจัดเป็นรูปแบบคืนสู่เหย้าชาวเกษียณ ปีละ 1-2 ครั้ง พร้อมทั้งสื่อข่าวสารเรื่องตำแหน่งงานว่างที่กำลังรับสมัคร อดีตพนักงานเกษียณเหล่านี้เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรได้ดี ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็จะทำให้คนเหล่านี้ช่วยแนะนำและ screen ผู้สมัครได้ กลุ่มที่ 2 : นวัตกรรมการฝึกอบรมและพัฒนา (Innovative Training & Development) เช่น
- เปลี่ยนการฝึกอบรมที่ให้วิทยากรเป็นศูนย์กลาง (Trainer-Center Training) เป็นการฝึกอบรมที่ยึดผู้เรียนเป็นหลัก (Learner-Center Training) - ดร.วรภัทร ภู่เจริญ ได้ยกตัวอย่างเครื่องมือ เทคนิคใหม่ๆ ไว้ในหนังสือ “การบริหารนวัตกรรม” ซึ่งผมขอคัดลอกบางส่วนมาเป็นตัวอย่างดังนี้ ….สร้างและพัฒนา หรือเชิญวิทยากรที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ไม่ควรใช้วิทยากรที่ชอบปิ้ง PowerPoint มาควบคุมผู้เรียน หรือบ้าอำนาจมาเป็นผู้นำการเรียนรู้แบบใหม่ ….ใช้หลักการตลาดและโฆษณา เช่น เพลง ละคร ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต เวที กร ะดานข่าว Webboard MSM ตัว Presenter ตัว Mascot รางวัล จัดโปรโมชั่น ชิงรางวัล เป็นต้น ….เทคนิคจับเข่าคุยกัน เป็นเวทีล้อมวงคุยกัน กินไปคุยไป ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ….เทคนิค World Cafe เน้นการพูดคุยในที่สบายๆ คนจะกล้าพูดมากขึ้น นั่งเก้าอี้นุ่มๆ เพลงเพราะๆ มองเห็นหน้ากันไม่ชัด มีเทียน เป็นนจุดรวมสายตา และมีของขบเคี้ยวทำให้เพลิดเพลิน ….ใช้การทบทวนหลังภารกิจ หรือ AAR (After Action Review) เป็นการพูดคุยหลังกิจกรรมสำคัญ และควรบันทึกข้อควรระวัง ข้อเสนอแนะ ความรู้ที่ได้จากภารกิจดังกล่าว ….เทคนิค Reflection สะท้อนความรู้สึก เพื่อสรุป แลกเปลี่ยน นำเสนอ เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดใหม่ๆ เพื่อเป็นการเปลี่ยนจากการรับรู้เป็นการเรียนรู้ …. เทคนิค Story Telling เรื่องเล่าต่างๆ หรือ”เรื่องเล่าเร้าพลัง” ….เทคนิค Show & Share เล่าสู่กันฟัง กลุ่มที่ 3 : นวัตกรรมด้านค่าตอบแทนและพนักงานสัมพันธ์ (Innovative Compensation & Employee Relation) เช่น - ไม่มุ่งเน้นการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอย่างเดียว แต่ควรมุ่งเน้นควบคู่ไปกับการกระจายความสุขในการทำงานไปยังพนักงานด้วย ไม่ใช่บ้า KPI เชิงตัวเลข อะไร ๆ ก็ต้องจับต้องได้ทั้ง ๆ ที่เรื่องของคนมักเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ - ลดเวลาการทำงานลง โดยให้พนักงานได้มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บริษัทกูเกิล ที่เป็น search engine ชื่อดังยอมให้พนักงานทุกคนแบ่งเวลา 20 % ของการทำงานไปทำเรื่องอะไรก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับงาน เช่น บางคนไปวาดรูป บางคนไปเรียนภาษา และบางคนไปสอนหนังสือในมหาวิทยาลัย (หาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร Go Training ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2551) หรือกรณีของบริษัท P&G ให้พนักงานเลือกทำงานที่บ้าน 1 วันในแต่ละสัปดาห์ จะเลือกวันไหนก็ได้ - จัดช่วงเพชฌฆาตความเครียด เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานที่ตึงเครียด ความซ้ำซากจำเจระหว่างเวลาทำงาน เช่น ทำเป็น Happy Minutes เปิดเพลงให้พนักงานได้เต้นรำกัน คล้ายๆ กับที่ MK สุกี้ จัดช่วงเวลาหนึ่งให้พนักงานเสิร์ฟของร้านได้เต้นจังหวะเพลงสนุกๆ นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้พนักงานแล้ว ลูกค้าก็รู้สึกสนุกไปด้วย
|
|
ที่มา : http://www.oknation.net/
|