เป็นเรื่องสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้

ที่ผมเล่าเรื่องละครของมะขามป้อม

ที่คณะนักเรียนโข่งยกโขยงกันไปชม

สนุกประทับใจอย่างที่เคยเล่าไปแล้ว

  

หลวงพี่ติ๊กของกระผมพลาดรายการนี้ไปอย่างหวุดหวิด

ด้วยท่านนั้นเป็นนักการศึกษาชั้นอ๋อง

สนใจใฝ่ศึกษาทุกเรื่องทุกด้านอย่างลึกซึ้ง

ไม่ว่าจะเป็นมิติการศึกษาเรื่องใดๆ..แม้แต่การละคร

แต่..ท่านมีพันธกิจ-พันธนาการ-เกี่ยวกับการบรรยายเป็นกระตัก

มีรายการเชิญเป็นหางว่าว

  

ท่านอ่านที่ผมเล่าในบล็อกก็ยิ่งทำให้..พลาดไม่ได้

จึงเกิดรายการ..พระขอมา

ผมเองก็มีลูกหลานลงมาพบปะหลายคณะ

อยากจะให้เขาได้ไปชมสิ่งดีๆ

นับดูแล้วมีตัวตนที่จะไปชมละคร 5 คน จึงร้องขอเขาไป

คุณปองจิต สรรพคุณ(จ๋อน) ผู้อำนวยการฝ่ายละครชุมชน มูลนิธิสื่อชาวบ้าน

แทบจะร้องจ๊ากส์..เลยละขอรับ

โอดครวญมาว่า..รอบนี้เป็นรอบสุดท้าย

มีคนจองเต็มทุกที่นั่ง แถมจะเอาพระมาด้วย โธ่ๆๆๆๆ

 

เท่านี้ยังไม่พอนะครับ

ครูอึ่ง ครูอาราม..จากเมืองละปูน ผมก็อยากจะให้ไปชม

เพราะเป็นเรื่องพิเศษที่หาไม่ได้อีกแล้ว

และก็อธิบายไม่ได้ด้วยว่าพิเศษยังไง ต้องให้เห็นด้วยตนเอง

..ทั้ง ๆ ที่รู้ปัญหาที่ไม่มีรูให้ลุ้น

แต่ผมก็ชวนครูอึ่ง ครูอารามไปด้วย

ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็จะชวนกันกินข้าวต้มรอคณะที่ชมละครแถว ๆ นั้น

 

เราโผล่ไปถึง เจ้าหน้าที่มะขามป้อมเอาบัตรมาให้ 6 ใบ

เขียนว่า “แขกรับเชิญพระปกเกล้า”

ตามยอดจำนวน มี ราณี ครูสุ จุ๊บแจง หนูจิ หลวงพี่ติ๊ก และผม

ต่อมามีลุงเอกมาสมทบ ถ้านับแถมเข้าไป ลุงเอก ครูอึ่ง ครูอาราม

รวมทั้งหมด 9 คน

ทั้งๆที่เขาบอกตั๋วเต็ม..อภินิหารมีหรือไม่มีก็ไม่รู้

เจ้าหน้าที่บอกว่ากำลังวางแผนเคลียร์พื้นที่

ให้หลวงพี่นั่งชมในจุดที่ปลอดภัย

 

เราไปสร้างความปั่นป่วนให้โรงละครจำไปจนตาย

บัตรไม่ได้จอง มาเยอะ มากะทันหัน

แถมยังพกพระมาด้วย โธ่ๆๆๆๆ

 

เจ้าหน้าที่ต้อนแขกอื่นเข้านั่งตามหมายเลขจนครบ

แล้วจึงให้คณะเราเข้าไป

ทุกเบาะนั่งเขียนกำกับไว้ว่า “พระปกเกล้า”

จัดให้เรานั่งล้อมวงหลวงพี่ไว้ แบบไข่ขาวล้อมไข่เหลือง อิ อิ..

 

การแสดงคืนนี้ยอดเยี่ยมมาก

เพราะเป็นรอบสุดท้าย

มีอาจารย์ผู้ใหญ่ที่ประสาทวิชาให้มานั่งชมอยู่ด้วย

ทุกคนทิ้งทวน..สุดฝีมือ

 

จนกระทั่งการแสดงจบลง ไฟฟ้าสว่าง

นักแสดงออกมาแนะนำตัว เล่าถึงเจตจำนง

และยังให้ผู้ชมสะท้อนความเห็นด้วย

ลุงเอก ผม ถูกหมายตาไว้ให้กล่าวคำ ตามความคิด..

..ท่านสุดท้ายเป็น หลวงพี่ติ๊ก

พระเดชพระคุณหลวงพี่ของกระผม..

กล่าวภาษาดอกไม้..ที่เป็นวรรคทอง หลายถ้อยกระทงความ

แต่มาจบท้ายที่ว่า..

 

พระก็ควรเรียนรู้เรื่องละคร

และละครก็ควรเรียนรู้เรื่องพระบ้าง

อิ อิ..จริง ๆ เลยละขอรับพี่น้อง

 

ที่เล่ามาทั้งหมดนั้นดูจะเป็นความชื่นมื่น

แต่..ในวงเล็บเปิด (เพื่อน ๆ นางเอกตั้งใจมาชมแสดงค่ำคืนนั้น )

ได้เสียสละที่นั่งให้คณะเรา


เมื่อจบการแสดง..

นางเอกหายตัว..ไปปลอบใจเพื่อน

ไปแสดงนอกโรง นอกบท

ผมประทับใจในความเสียสละของเธอมาก

เธอชื่อ..ณัชชา สวัสดิ์เกียรติ

เจ้าของเสียงเพลงดัง “เสียงเล็ก ๆ”

ปัจจุบันเป็นนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ขอลองเล่นละครกับมะขามป้อมเป็นครั้งแรก

..เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ไม่ควรสร้างเงื่อนไขในการเรียนรู้ให้แก่ตนเองมากนัก

ขอให้กำจัดจุดอ่อนให้เหลือน้อยที่สุด

จริง ๆ นะโยม...