การจัดการความรู้เป็นอีกกิจกรรมหนึ่ง ของสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาทเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงานโครงการต่างๆ ให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังพันธุ์ดีเพื่อผลิตพลังงานทดแทน:เอทานอล เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะได้ดำเนินการจัดการความรู้ในกิจกรรม การสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ในเขตอำเภอ เนินขาม หันคา หนองมะโมง และวัดสิงห์ เนื่องจากเป็นเขตอำเภอที่มีการผลิตมันสำปะหลังเป็นจำนวนมากตามลำดับ เป้าหมายอำเภอละ 1 กลุ่ม ๆ ละ 20 คน
โครงการส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังพันธุ์ดีเพื่อผลิตพลังงานทดแทน:เอทานอล ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดชัยนาท จำนวน 3,578,100 บาท โดยมีศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท เป็นเจ้าภาพ มีกิจกรรมที่จะดำเนินการ 9 กิจกรรม คือ 1. จัดหาท่อนมันสำปะหลังพันธุ์ดี 2. สร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 3. ขุดสระน้ำจำนวน 10 สระ พื้นที่ขุดสระละประมาณ 1 ไร่ 4. การจัดทำแปลงสาธิตพันธุ์ 5. การจัดทำแปลงสาธิตเทคโนโลยีการผลิตได้แก่ การพรวนกำจัดวัชพืช ไถระเบิดดินดาน ไถพลิกกลบวัชพืช (ความลึก 25-30 เซนติเมตร และการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรีย์-ชีวภาพ 6. การจัดฝึกอบรมด้านการผลิตและการตลาด 7. การศึกษาดูงาน 8. การจัดทำแผนที่สารสนเทศทางภูมิศาสตร์ 9. การติดตาม การประเมินผลโครงการ สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท การสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ดำเนินงานประสานงานกับสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อจัดหาเกษตรกร เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ 4 อำเภอดังกล่าว จากการประชุมเพื่อคัดเลือกเกษตรกรเครือข่ายเข้าร่วมโครงการมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเกินเป้าหมายจำนวน 2 ราย รวมทั้งสิ้นจำนวน 82 รายจากเป้าหมาย 4 กลุ่มจำนวน 80 ราย การประชุมได้นัดพบเกษตรกรแต่ละอำเภอดังนี้ - อำเภอเนินขาม ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเนินขาม - อำเภอหันคา ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอหันคา - อำเภอวัดสิงห์ ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรวัดสิงห์ - อำเภอหนองมะโมง ณ ศาลาวัดสะพานหิน

การประชุม ในระยะเริ่มการประชุมเกษตรกรจะรู้สึกอึดอัด นั่งอย่างนิ่งเฉย แต่เมื่อได้รับฟังการอธิบายจาก อาจารย์สันติ พรหมคำ นักวิชาการเกษตร 8ว จาก ซึ่งบรรยาย และสอบถามด้วยเสียงดังฟังชัด และเสริมด้วยการหักมุมบ้างเมื่อเกษตรกรตอบคำถามในบางครั้ง ทำให้เกิดบรรยากาศที่เป็นกันเอง ประเด็นคำอธิบายที่นอกเหนือจากกิจกรรมที่จะดำเนินงานภายใต้โครงการดังกล่าวคือ ปัจจัยสำคัญในการจัดการกับการผลิตมันสำปะหลังได้แก่ การจัดหาพันธุ์ที่ดี และเหมาะสม การปรับปรุงบำรุงดิน และการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ และ การจัดการน้ำที่ดี ในส่วนของสิ่งที่จะทำให้ผลผลิตลดลง หรือเสียหายคือ วัชพืช โรค-แมลงศัตรูพืช ซึ่งเกษตรกรจะต้องเรียนรู้และมีการบริหารจัดการที่ดีอย่างมีประสิทธิภาพ น้ำพอเพียง รวมถึงการเก็บเกี่ยวในช่วงอายุพอดี การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่ดี สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เกษตรกรผู้ปลูกจะต้องมีใจรัก และมีความรู้การปลุกมันสำปะหลัง และความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องเข้ารับการถ่ายทอดความรู้ หรือเข้ารับการฝึกอบรม

เมื่อเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาทได้อธิบายโดยใช้เวลาไม่นานนักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ไม่พลาดคือการชิงโอกาสของเกษตรชัดที่จะต้องจัดเวทีเสวนา สกัดความรู้ของผู้เข้ารับการประชุม จึงได้ความรู้ในเริ่มแรกคือ การจุ่มท่อนพันธุ์มันสำปะหลังด้วยน้ำหมักชีวภาพก่อนปลูก
การเตรียมน้ำหมักชีวภาพ
การประยุกต์ภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้นั้น นายสมพงษ์ ทับกรุง ครูติดแผ่นดินตำบลหนองขุ่น 143/1 หมู่ 5 ต.หนองขุ่น อ.วัดสิงห์ ข.ชัยนาท ถ่ายทอดความรู้เรื่องการผลิตน้ำหมักเพื่อกระตุ้นการงอกรากของมันสำปะหลังว่า ต้องเตรียมเศษปลาทะเล ปลาทะเล 10 กก. หอยเชอรี่ 10 กก. มะละกอสุกและผลไม้สุก 10 กก. กากน้ำตาล 20 กก. น้ำมะพร้าวเท่าที่หาได้ สารเร่งพด2 จำนวน 1 ซอง นำวัสดุหมักสับให้ละเอียด ผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ลงในถังหมัก เติมน้ำให้ท่วมเพื่อคนได้สะดวก (แต่ต้องเหลือพื้นที่ของถังอย่างน้อย 10 % เผื่อวัสดุอืด/ขยายตัว) คนให้เข้ากัน จากนั้นปิดฝา(ไม่ต้องสนิท) วางไว้ในที่อุณหภูมิ 30-35 องศาเซลเซียส หมั่นคนบ่อยๆ อย่างน้อยวันเว้นวันในช่วง 7 วันแรก หากมีกลิ่นเหม็นบูดให้เติมกากน้ำตาล ลงไปอีกแล้วคนให้เข้ากัน การใช้น้ำมะพร้าวจะดีกว่าน้ำเปล่า หมักอย่างน้อย 1-3 เดือน ภาชนะที่ใช้หมักต้องทนกรด,ทนการกัดกร่อนได้ดี แนะนำให้ใช้ถังพลาสติกเนื้อเหนียว(ไฟเบอร์)ที่ใช้บรรจุสารเคมีจากต่างประเทศ(ส่วนใหญ่มีสีฟ้าเข้ม) ไม่ควรใช้ถังพลาสติกสีดำ(ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล) ถังเหล็ก อลูมีเนียมหรือโอ่งปูนเพราะจะเกิดการกัดกร่อนอย่างรุนแรง ถ้าน้ำหมักชีวภาพหมักสมบูรณ์แล้ว จะมีการเจริญของจุลินทรีย์น้อยลง มีกลิ่นแอลกอฮอล์เป็นใช้ได้ นำน้ำหมักละลายในน้ำสะอาดอัตราส่วน 50 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร นำท่อนพันธุ์นาน 15 นาทีนำขึ้นไปปลูก รากจะงอกเร็วขึ้นส่งผลให้มีอัตราการรอดของท่อนพันธุ์สูง และมีต้นที่แข็งแรง ให้ผลผลิตสูง ด้วยครับ
โครงการนี้จะเป็นจุดของการจัดการความรู้ ศูนย์ฯ ละ 4 ครั้ง และจัดระดมความคิดเสวนากลุ่มใหญ่ 1 ครั้ง เพื่อจะสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ และการส่งเสริมการผลิตมันสำปะหลังแก่เกษตรกรในจังหวัดชัยนาท ต่อไป
ขอขอบพระคุณ น้องแป้ง จากศูนย์วิจัยพืชไร่ชัยนาท มากครับที่ให้ความอนุเคราะห์ภาพมาให้ สำหรับเกษตรชัดเองถ่ายมาเยอะ แต่ล้างเครื่องคอมพิวเตอร์ซะเรียบหมด จึงนั่งเศร้าไปอีกนานกับข้อมูลที่หลากหลายในนั้น
เป็นโครงการที่น่าสนใจมากค่ะ เพราะมันสำปะหลังเป็นพืชหลักของจังหวัดชัยนาท จะสามารถเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังได้ถ้าเกษตรกรใช้พันธุ์ดี และมีการจัดการการปลูกที่ดี