เมื่อผมรู้ว่า วิทยากรและน้องๆที่ผมติดต่อให้มาช่วยในโครงการ Road to University จะเดินทางมาถึงในวันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2551 ผมก็ได้โทรไปบอกว่าอย่าทานข้าวมาก่อนนะให้มาทานที่บ้าน เดี๋ยวจะทำกับข้าวให้ทาน ก็คิดไปคิดมาหลายตลบว่าจะทำอะไรให้ทานกันดี ก็เดินเข้าไปในครัว มองไปเห็นกระปุกที่ใส่กะปิวางอยู่ที่ชั้นวางของก็นึกขึ้นมาได้ว่า เจ้ากะปิที่วางอยู่นั้น เป็นกะปิชั้นดี รสชาติอร่อย จากต.นาทับ จ.สงขลา(ของเขาขึ้นชื่อมั่กมาก)ซึ่งนักเรียนประจำชั้นคนหนึงชื่อ กาแมล นำมาฝาก ผมก็เลยนำมาทำข้าวคลุกกะปิให้ติวเตอร์ทานกันดีกว่า วันพุธเลิกเรียน เลิกสอนกลับถึงบ้าน 16.30 (ปิดร้าน 1 วัน) ไปตลาดไปซื้อไก่ มาทำไก่หวาน มะม่วง แตงกวา หอมเล็ก น้ำตาลปี๊บ ไข่เป็ด(ต้องเป็นไข่เป็ดนะสีจะสวย น่ารับประทาน) กุ้งแห้งจืดตัวเล็ก เมื่อได้เครื่องปรุงพร้อมสรรพ ก็กลับมาบ้าน นัดนักเรียนประจำชั้นมา เขียนป้ายผ้า กัน 5-6 คน ส่วนคุณครูอย่างผมก็เริ่มเข้าครัว ครับ หั่นเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็กๆๆ ตั้งกระทะ ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ซีอิ๊วดำ เมื่อน้ำตาลปี๊บละลาย ก็ใส่ไก่ลงไป เคี่ยวจนแห้ง เติมหอมซอยลงไป ผัดจนไก่สุก จึงยกขึ้น หั่นแตงกวา ซอยหอม มะม่วง ทอดกุ้งแห้ง เก็บไว้ พอรุ่งเช้า ที่โรงเรียนก็มีกิจกรรม วันอิดิ้ลอัฎฮา เมื่อเสร็จกิจกรรมแล้วก็ให้เด็กๆ ม.6/1 ไปจัดเตรียมห้อง สถานที่ ติดป้ายผ้า เย็นกลับบ้าน เปิดร้านขายน้ำปั่นต่อ แล้วก็ต้องรีบเข้าครั้วต่อ ต้องทำข้าวคลุกกะปิให้เสร็จ เพราะว่าติวเตอร์กำลังเดินทางมา จึงไปหุงข้าว 1 กิโลกรัม ข้าวสุกก็นำกะปิใส่หม้อ เติมน้ำสุกลงไปนิดหน่อย ละลายให้เข้ากัน ตักข้าวใส่ลงไป คลุกให้เข้ากัน เทใส่กระทะ ผัดจนสุก และมีกลิ่นหอม ยกขึ้นใส่ที่พักไว้ ตักข้าวใส่หม้อ ไก่หวาน กุ้งแห้งทอด พร้อมเครื่องเคียง จัดใส่ที่ไว้ แล้วก็ไปรับติวเตอร์มาที่บ้าน พร้อมปั่นน้ำฝีมือ พ่อค้าน้ำปั่นให้ดื่มกันด้วยนะครับ ทุกคนกินกันหมดเลย ไม่รู้เพราะอร่อยหรือว่าหิวกันแน่(อยากทานไหมครับ มาทานได้นะยินดีทำให้ทานน่ะครับ)

ว่างๆจะไปกินข้าวคลุกกะปิ และเนื้อย่างอีก ชอบๆๆ แต่วันก่อนหน้าตาข้าวคลุกกะปิไม่ใช่แบบนี้นิ อิอิ
ปกติชอบกินข้าวคลุกกะปิมากๆ..เจอจานนี้อร่อยเด็ดจริงๆนะคะ
ข้าวคลุกกะปินี่ดีนะ แคลเซียมสูง ใครเป็นตะคริวจับน่องกลางคืนลองสักมื้อแทบหายเลย
แต่ชอบไข่เจียวด้วยนะ ใส่น้ำเปล่าตอนตีไข่ด้วย เวลาเจียวแล้วจะนิ่มน่าทานมาก
และ ขอบตอบเจ้าของบ้าน ว่า
"ยินดีที่ได้รู้จัก คนมีจุดยืนของตัวเอง
ไม่ตกเป็นทาสวัตถุ ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ...
ไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีมาบงการชีวิต "