ครูต้องเข้าใจว่า เด็กแต่ละคนมีความรู้ความสามารถไม่เท่ากัน เพราะพื้นฐานครอบครัวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ...ในการจัดการเรียนการสอน ต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลด้วย... ครูมืออาชีพต้องใจเย็นในการจัดการเรียนการสอน แต่ไม่ได้หมายความว่า...เด็กจะไม่ได้ความรู้ครบเนื้อหาตามหลักสูตรที่กำหนด ...ถ้าครูสามารถทำเนื้อหาที่ยากให้ง่ายต่อการเข้าใจของเด็ก... รับรองเลยว่า... เด็กจะชอบมาโรงเรียน  และสนใจการเรียนแน่นอน... แต่ปัญหาก็ยังมี  เช่น

- นักเรียนขาดทักษะกระบวนการ( ขาดการคิดวิเคราะห์  สังเคราะห์ ) ไม่สามารถบูรณาการเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาสาระ อื่น ๆได้  ตัวจักรสำคัญที่จะให้นักเรียนเกิดทักษะดังกล่าว คือ ครูแน่นอน... แต่ตัวครูใช่ว่าจะไม่มีปัญหา ทั้งปัญหาส่วนตัว และ ปัญหาของระบบโรงเรียน  ครูอาจขาดทักษะเอง ( เพราะเรียนมานานมากแล้ว ประเภทแก่ความรู้...ไม่เข้าเคสนี้ ) บางที่ครู และ นักเรียนอาจเรียนรู้ ไปพร้อม ๆกัน  อย่าลืมอย่างหนึ่งว่า... ยังมีอีกหลายมุมที่นักเรียนรู้ แต่..ครูไม่รู้... และเป็นอีกครั้งที่เราต้องเรียนรู้จากนักเรียนของเรา

- ปัญหาความไม่ต่อเนื่องของการเรียนการสอน 

-ปัญหาครอบครัวของเด็กแต่ละคน  ที่บางครอบครัวไม่ค่อยให้ความสำคัญของการศึกษา  ผู้ปกครองไม่เคยกวดขันการทำการบ้านของบุตรหลาน  ไม่เคยสนใจไต่ถามเกี่ยวกับการเรียน... ( อย่าคิดว่า..มีแบบนี้ด้วยหรือ ) เด็กเลยขาดความรับผิดชอบงานที่ครูกำหนดให้...

- ปัญหามีมากมายหลายอย่าง..ครูแต่ละคนประสบพบเจออาจจะเหมือนกัน หรือ ไม่เหมือนกัน... ถ้าเราตั้งใจจะแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนจริง ๆ ... ต้องดูที่ต้นตอของปัญหา...และหาวิธีการ หรือ เทคนิคต่าง ๆมาแก้... จะทำให้ปัญหาที่มีอยู่เบาบาง  ลดน้อยลง ... วิธีที่ครูเราทำมานานมาก..และนิยมกันมาก คือ การทำวิจัยปัญหาต่าง ๆ นาๆ ... และจริงหรือเปล่า ที่การวิจัยนั้นสามารถแก้ปัญหาได้จริง ๆ หรือ ตรงจุด... แต่อย่างน้อย...ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย