(สูเราะฮฺ ยูซุฟ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงปรานี

[1] อะลีฟ ลาม รออฺ เหล่านี้คือโองการทั้งหลายแห่งคัมภีร์ที่ชัดแจ้ง

[2] แท้จริงพวกเราได้ให้อัลกุรอานแก่เขาเป็นภาษาอาหรับ หวังว่าพวกเจ้าจะใช้ปัญญาคิด

 บันทึกที่แล้วได้พูดถึงจิตวิทยาการศึกษาที่ได้รับจากอายัตหรือโองการแรกในสูเราะฮฺยูซุฟนี้ คือ การสร้างสิ่งจูงใจให้ผู้เรียนสนใจและต้องการจะรับรู้ในสิ่งที่เราจะบอกกล่าวแก่เขา ในวันนี้ขอพูดคุยในโองการที่สอง ซึ่งมีความหมายว่า ..

"แท้จริงพวกเราได้ให้อัลกุรอานแก่เขาเป็นภาษาอาหรับ หวังว่าพวกเจ้าจะใช้ปัญญาคิด" [12/2]

สิ่งที่จะกล่าวในบทนี้เป็นอัลกุรอานที่กล่าวถึงประวัติชีวิตของท่านนบีหรือศาสนฑูตท่านหนึ่งที่มีชื่อว่า ยูซุฟ มีรายงานว่า พวกมุชริกีนหรือผู้ปฏิเสธในเมืองมักกะฮฺ(เมกกะ)ในช่วงที่ท่านนบีมุฮำมัดเผยแพร่ศาสนาใหม่ๆนั้น พวกเขากล่าวว่าถ้ามุฮำมัดเป็นนบีที่แท้จริงขอให้เขาเล่าประวัติยูซุฟ ซึ่งเรื่องของยูซุฟนี้ได้ถูกกล่าวมาแล้วในคัมภีร์ศาสนาที่นับถือพระเจ้า อย่างศาสนายิวและศาสนาคริสต์ และมีเขียนขึ้นในภาษาฮิบรู (มีภาษาอาหรับบ้างเป็นบางส่วน)

พระผู้เป็นเจ้าอัลลอฮฺก็ประทานเรื่องราวของนบียูซุฟรวมในอัลกุรอานเป็นภาษาอาหรับ กลุ่มชนที่นบีมุฮำมัดอยู่ร่วมด้วยและเชิญชวนสู่สิ่งที่ถูกต้องนั้นเป็นชนอาหรับ ชนกลุ่มนั้นจะได้เข้าใจในทันที และอัลลอฮฺได้ตรัสต่ออีกความว่า   นั่นหมายความว่า "แท้จริงพวกเราได้ให้อัลกุรอานแก่เขาเป็นภาษาอาหรับ หวังว่าพวกเจ้าจะใช้ปัญญาคิด" อัลกุรอานที่เป็นภาษาอาหรับนั้นไม่ใช่ให้อ่านเพื่อความไพเราะหรือความขลัง แต่ให้อ่านเพื่อในคิด และยึดถือแล้วนำไปปฎิบัติ

 จากอายัตนี้ทำให้เราสามารถเข้าใจได้ว่า ไม่ว่าใครก็ตามต้องการที่จะบอกอะไรหรือสอนอะไรแก่ใคร ควรจะสอนด้วยภาษาที่เขาเข้าใจ อย่างคนอาหรับเขาเข้าใจภาษาอาหรับ อัลกุรอานที่ประทานจึงเป็นภาษาอาหรับ และด้วยภาษาที่เขาเข้าใจนี้แหละ อัลลอฮฺจึงได้ยืนยันที่ให้มาด้วยภาษาที่เขาเข้าใจนี้เขาจะคิดและได้ความรู้มากมายจากอัลกุรอาน