เมื่อวันที่ 29 - 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้เดินทางไปจังหวัดมุกดาหาร เพื่อร่วมเป็นวิทยากรกระบวนการในการขับเคลื่อน การพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย (R2R)โดย Theme ที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนครั้งนี้ เป็นเรื่อง "เบาหวาน" ... กระบวนการที่ข้าพเจ้านำมาใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้น เป็นกระบวนการการจัดการความรู้ ที่พยายามให้มีการกระจายความรู้ แบ่งปันความรู้ และความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของต่อเรื่องราวที่ขับเคลื่อนนั้น

ผู้ที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในครั้ง...มีทั้งผู้ป่วยเบาหวาน อสม. หมออนามัย พยาบาล เภสัชกร และทันตแพทย์ ทั้งหมดกว่าหกสิบชีวิต... กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ มีสิ่งปรากฏที่ทำให้เกิดเป็นความประทับใจหลายอย่าง เมื่อกระบวนการเข้าสู่บรรยากาศที่ผ่อนคลาย ไว้วางใจ และความมีมิตรภาพเริ่มขึ้นแล้ว ทุกอย่างก็สามารถดำเนินไปได้เอง

กลุ่มบุคคลเป้าหมายที่ข้าพเจ้า...กำหนดให้เป็นตัวเอกของการเดินเรื่อง คือ ผู้ป่วยและ อสม. เพราะหากว่าไม่กำหนดตัวเอกแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวก็จะถูกครอบงำทางความคิดได้จากบุคลากรทางด้านสาธารณสุข เหมือนทุกครั้งที่ได้มีการประชุมหรืออบรม

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าผิดหวังเลย...

เมื่อถึงจุดที่ลงตัว อสม.และผู้ป่วยเอง ต่างลุกขึ้นมาเพื่อเสนอถึงแนวทางการนำสู่การจัดตั้งเป็นชุมชนนักปฏิบัติ รวมไปถึงกิจกรรมที่ควรจะขับเคลื่อน เพื่อให้ไปสู่ความยั่งยืนของการขับเคลื่อนสุขภาวะในเรื่องโรคเบาหวาน

ป้าต้อย - เป็น อสม. ที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม เป็นผู้นำที่เข้มแข็งมาก ทำให้เราๆคนหน้างานทางด้านสาธารณสุขได้อายไปเหมือนกัน กับการที่พยายามชวนทางกลุ่มลุกขึ้นมากำหนดแนวทางการทำงานด้านเบาหวานอย่างเป็นรูปธรรม

ป้าหมู ..มีโครงการที่ตนเองขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนเกิดขึ้นแล้ว ป้าหมูเล่าว่าเริ่มทำกันครั้งแรกสองคนกับสามี และชักชวนเพื่อนบ้านที่รู้จักกัน มาร่วมการกำหนดกิจกรรมในการดูแลสุขภาพของตนเอง ตามที่เจ้าที่หน้าที่ทางด้านสาธารณสุขแนะนำมา

และอีกหลายๆ คน หลายๆ พื้นที่ที่มีความมุ่งมั่นที่จะปักธง... เพื่อลดภาระอันเกิดมาจากการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานนี้

พี่นาง - เป็นหมออนามัยที่เป็นคนต้นแบบในเรื่องการทำงานร่วมกับ อบต. และได้งบประมาณมาทำงานมากมาย และงานที่พี่นางอยากจะขยายผลต่อเนื่องออกไปอีก คือ การให้ผู้ป่วยและชาวบ้านสามารถเช๊คสุขภาพและตรวจน้ำตาลด้วยตนเอง โดยมีเครื่องมือตรวจไปวางตาม สสมช. และให้ชาวบ้านร่วมกันดูแลและรับผิดชอบด้วยตนเอง

สองวันของการทำงานที่จังหวัดมุกดาหาร ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอิ่มเอิมใจ ช่างเป็นพลังแห่งความสุขของการที่ได้แบ่งปันกัน อย่างปราศจากการครอบงำ และการสั่งการ อย่างไรก็ตามการเรียนรู้สองวันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้น สิ่งที่จะปรากฏอย่างต่อเนื่อง คือ การได้ลงมือปฏิบัตินำแนวคิดที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้ไปสู่การปฏิบัติจริง

การเรียนรู้ในช่วงสองวันนี้เป็นการเรียนรู้ที่ทุกคนสร้างความรู้ขึ้นมาเอง มากกว่าเป็นการบอกความรู้ หรือการครอบงำความรู้กันและกัน สิ่งที่ปรากฏขึ้นในจิตใจแต่ละคนจึงรู้สึกได้ว่าตนเองนั้นเป็นผู้มีคุณค่า เพราะได้มีส่วนร่วม ได้แสดงออกถึงความรู้ ต่อยอดความรู้อย่างที่เป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำกันและกัน นี่เป็นอีกวิถีที่อยู่ภายใต้ความนอบน้อมเคารพกันและกันเพียงแค่เงื่อนไขเดียว คือ "ความเป็นมนุษย์"... 

 

-----------------------------------------